เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโรซ่า

เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโรซ่า | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



"ผมทำอย่างลองผิดลองถูก แล้วค่อย ๆ ต่อยอดพัฒนา จนถึงวันนี้ถือว่าสอบผ่านระดับหนึ่ง" คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดของ "สุวิทย์ วังพัฒนมงคล" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตสินค้าซอสโรซ่า, ไฮคิว, ปลากระป๋องโรซ่า และอาหารพร้อมทาน



ที่แม้จุดเริ่มต้นของการทำ กิจกรรมเพื่อสังคมอาจเป็นเพียงอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้สังคมรับรู้ว่าสินค้าภายใต้แบรนด์โรซ่าทุกชนิด มีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม และสังคมชุมชนอยู่บ้าง

แต่เมื่อ "สุวิทย์" มีโอกาสเจอกับ "อาจารย์สง่า ดามาพงศ์" นักวิชาการด้านโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่เล่าผ่านให้ "สุวิทย์" ฟังว่า...เด็กสมัยนี้ไม่กินผัก กินแต่น้ำอัดลม และขนมกรุบกรอบ

"ทั้งที่จริงแล้ว ตามหลักโภชนาการ เด็กจะต้องกินผักอย่างน้อยมื้อละ 4 ช้อนโต๊ะ และถึงแม้ภาครัฐจะพยายามเข้าไปส่งเสริมเรื่องโภชนาการในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนรับรู้ถึงประโยชน์ของการกินผัก แต่อย่างว่า ความสนใจเรื่องนี้มีข้อจำกัด ทั้งพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ครู ยังให้ความสนใจค่อนข้างน้อย"

"สุวิทย์" ยอมรับว่า แรกเมื่อรับฟังสิ่งที่ "อาจารย์สง่า" พูด เขานำไปขบคิด และอยากขยายผล เพราะหนึ่งใน 4 ของโรงงานที่ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์โรซ่าและไฮคิวอยู่ในพื้นที่ของจังหวัด หนองคายและอุดรธานีเขาจึงอยากรณรงค์ให้นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ทราบถึงคุณประโยชนฺ์ของโภชนาการที่ดีเพียงแต่ด้วยข้อจำกัดของโรงงานทั้ง 2 แห่งมีพนักงานค่อนข้างน้อย เพราะส่วนใหญ่ใช้แรงงานจากคนในพื้นที่ ซึ่งว่างเว้นจากการทำนา, ปลูกข้าวโพด และหันมาปลูกมะเขือเทศเพียง 3 เดือนเท่านั้นเอง

"สุวิทย์" จึงอยากเริ่มต้นที่โรงเรียนก่อนด้วยการรณรงค์ให้เด็กนักเรียนกินผักอย่างน้อยมื้อละ 4 ช้อนโต๊ะ
"ตอน นั้นไม่กล้าใช้คำว่าซีเอสอาร์ มองว่าเป็นอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งมากกว่า เพราะเราวางทาร์เก็ตที่จะเข้าไปรณรงค์ให้นักเรียนกินผักมื้อละ 4 ช้อนโต๊ะเท่านั้น และเราทำแบบวันเวย์ รณรงค์เสร็จแล้วก็จบ"

"จากนั้น พอเราทำผ่านมา 2-3 ปี ก็พอมองเห็นปัญหา โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัย และโภชนาการในโรงเรียน ผม คุยกับอาจารย์สง่าว่าเราอยากทำนะ แต่จะไม่ทำแบบไฟไหม้ฟาง แต่ผมก็รู้ข้อจำกัดของสาธารณสุขจังหวัด โรงเรียน และครู เพราะเขาไม่มีเวลา"

ที่สุด "สุวิทย์" จึงทำโปรเจ็กต์ใหม่ขึ้นมา เรียกว่าโครงการประกวดแผนส่งเสริมโภชนาการอย่างยั่งยืนในโรงเรียน โดยเริ่มคิดจากตัวเองก่อนว่าเราอยากให้ทุนโรงเรียน โดยให้แต่ละโรงเรียนเขียนโปรเจ็กต์ขึ้นมาว่าโรงเรียนมีแผนงานอะไรในการ รณรงค์การทำโภชนาการในโรงเรียนโดยยึดคอนเซ็ปต์เดิม คือกินผักมื้อละ 4 ช้อนโต๊ะ

"ปีแรกมีโรงเรียนเข้าร่วมประมาณ 20 โรงเรียน โดยให้เขาประกวดกัน ส่งแผนงานมาให้เรา และเราให้ทุนไป โรงเรียนละ 1-2 หมื่นบาท โดยเอานักวิชาการจากกรมอนามัยมาดูเลยว่าโรงเรียนไหนทำโครงการแล้วเวิร์ก จนพฤติกรรมเด็กนักเรียนหันมาสนใจกินผักมากขึ้น เราทำอย่างนี้ประมาณ 2 ปี"

"ประสบผลสำเร็จบ้าง ไม่ประสบผลสำเร็จบ้าง แต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะถือว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้หวังประโยชน์อะไร แต่เมื่อมานั่งหาคำตอบว่าทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ จึงพบว่าครูส่วนใหญ่มีภาระเยอะ บางโรงเรียนมีครู 3-4 คน ต่อเด็ก 100 คน และครูบางคนต้องสอนหลายห้องเรียน เราจึงเริ่มมองเห็นปัญหา"

"ผมกลับมานั่งทบทวนอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรถึงจะเกิดความร่วมมือทุกภาคส่วน และเกิดความยั่งยืนในอนาคต จนกระทั่งมีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์สง่า และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด รวมถึงครูอีกหลายคน จนพบคำตอบว่า กรมอนามัยเขามีโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ที่ได้ไอเดียมาจากประเทศสิงคโปร์"

"มีการแบ่งระดับเงิน-ทอง และเพชร โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเงิน-ทองมีเยอะแล้ว แต่ระดับเพชรมีอยู่น้อย ผมจึงมานั่งคิดว่า เราน่าจะทำโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ที่ประกอบด้วยมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ หนึ่ง ด้านการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ สอง ด้านการดำเนินงานสุขภาพของนักเรียนแกนนำ และสาม ด้านผลสำเร็จของการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพของนักเรียน"

โดยมาตรฐานทั้ง 3 ด้าน จะต้องผ่านเกณฑ์ 19 ตัวชี้วัด อาทิ ต้องผ่านการประเมินรับรอง เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง, มีโครงงานสุขภาพของนักเรียนที่เป็นผลงานเด่นของโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จชัดเจนในการลดปัญหาสุขภาพ หรือสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน/หรือชุมชนภาวะ โภชนาการ (นักเรียนมีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง เกินเกณฑ์เริ่มอ้วน และอ้วน) และนักเรียนมีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ ต่ำเกินเกณฑ์ (ค่อนข้างเตี้ย และเตี้ย) และนักเรียนไม่มีฟันแท้ผุ และไม่มีฟันแท้ถูกถอน และอื่น ๆ อีกมากมาย

โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่สำคัญอย่างน้ำดื่มสะอาดปลอดภัย, ไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่างหรือขนมที่มีไขมันสูงและรสเค็มจัด, ไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่างและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด, มีการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้บริโภคผักมื้อกลางวันทุกวันเปิดเรียนตาม ปริมาณที่แนะนำ, โรงอาหารผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน และอื่น ๆ

ที่สุด "สุวิทย์" จึงปรึกษาหารือกับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี และผู้บริหารของกรมอนามัย เพื่ออยากทำโครงการดังกล่าว

"ปรากฏว่าผู้บริหารของ สพฐ.เห็นด้วย เพราะมองว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย เด็ก win แน่ ๆ เพราะได้อยู่ในโรงเรียนสุขอนามัยที่ดี, ผอ.ก็ win เพราะโครงการนี้สำเร็จเขาจะได้รับพิจารณาขั้นเงินเดือน ครูก็ win เพราะ ผอ.จะพิจารณาความดีความชอบ ขณะที่สาธารณสุขก็ win, กระทรวงศึกษาธิการก็ win และโรซ่าก็ win เช่นกัน"

จนเกิดเป็นโครงการโฮมฮักรักลูกหลานโภชนาการดี และมีคำอธิบายข้างล่างว่าวิถีสู่โรงเรียนส่งเสริมคุณภาพระดับเพชร
ที่ ไม่เพียงจะนำองค์ความรู้ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาผนวกกับองค์ความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีพนักงานและสตาฟของโรซ่าทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหรือติวเตอร์ ด้วยการจัดเวิร์กช็อป 3 วัน

หากยังเป็น 3 วันที่ไม่เพียงทำให้ทุกภาคส่วนต่างร่วมมือช่วยเหลือกัน หากสิ่งที่ได้มากไปกว่านั้นคือพนักงานและสตาฟของโรซ่าทุกคน ต่างเริ่มรู้จักคำว่าให้อย่างไม่หวังผลตอบแทนจนทำให้ทุกอย่างเกิดกระบวนการ ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี

ทั้งยังทำให้โรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานีเริ่มเห็นความสำคัญต่อโครงการนี้ เพราะในปี 2555 มีโรงเรียนที่อยู่ในโครงการถึง 24 โรงด้วยกันจนทำ ให้นักเรียนมีสุขอนามัยและโภชนาการดีขึ้น ทั้งข้าราชการจาก สพฐ.และสาธารณสุขจังหวัด, องค์การบริหารส่วนตำบลก็เข้าไปตรวจงาน จนทำให้โรงเรียนเหล่านั้นตอบโจทย์สู่การเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับ เพชรตอบโจทย์สู่การเป็นโครงการโฮมฮักรักลูกหลานโภชนาการดีที่ไม่เพียงจะทำ ให้พนักงานของโรซ่ากว่า 2,000 คนเริ่มประจักษ์ชัดในสิ่งที่ตัวเองให้ หากยังทำให้พนักงานโรซ่าเริ่มคิดใหม่ว่าในอีกปีสองปีข้างหน้าเราจะทำโครงการ อะไรที่จะช่วยเหลือสังคมได้บ้าง

เพราะจุดเริ่มต้นของโรซ่าเริ่มจากการลองผิดลองถูก

เริ่มจากความคิดว่า...หนองคายเป็นแผ่นดินเกิดของโรซ่า

เราก็ควรทำอะไรเพื่อแผ่นดินเกิดของเราบ้าง ก็แค่นั้นเอง ?


ประชาชาติธุรกิจออนไลน์





จำนวนผู้ชม 6603 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์