Trend & Tools รับมือความท้าทายใหม่ปี '55

Trend & Tools รับมือความท้าทายใหม่ปี '55 | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



  • เครื่องมือการบริหาร รับมือการความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในปีมังกรทอง
       • CSR ยังแรงไม่ตก เช่นเดียวกับการซื้อกิจการจะมีมากขึ้น เพียงแต่ปรับรูปแบบ
       • 7 เครื่องมือรับความเสี่ยง แนวโน้ม-โอกาส-ปัจจัยคุกคาม
       • สังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทสูง องค์กร-คน จะรับมืออย่างไร
      
       เป็นเรื่องธรรมดาที่พอถึงปีใหม่ทีไรก็จะต้องมีเครื่องมือการจัดการ เครื่องมือบริหาร หรือเครื่องมือการตลาดใหม่ๆ มานำเสนอ เพื่อให้บรรดาผู้บริหารขององค์กรได้เก็บเอาไว้ใช้ หรือเพื่ออัพเดทตนเองว่าตอนนี้ในต่างประเทศ หรือในเมืองไทย มีเครื่องมืออะไรบ้างที่อยู่ในกระแส
      
       ผู้รู้เมืองไทยได้ระดมความคิดว่า เครื่องมือที่น่าจะยังคงความแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปีนี้ก็คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility:CSR) ทั้งในรูปแบบของการทำโฆษณา หรือแม้แต่การทำกิจกรรมลงพื้นที่ และในปีนี้น่าจะเห็นองค์กรต่างๆ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นของการทำซีเอสอาร์มากขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของการดำเนินงานด้านธุรกิจ นับตั้งแต่การใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกใช้เชื้อเพลิงที่ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมประกอบกิจการอย่างโปร่งใสยุติธรรมกับผู้ร่วมทุน การใส่ใจในสวัสดิการและความเป็นอยู่ของพนักงานไม่ผลิตสินค้าที่ให้โทษแก่ผู้บริโภคตลอดจนคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับกระแสการตลาดสมัยใหม่ที่ต้องการทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีและน่าอยู่ขึ้น
      
       “การทำธุรกิจที่คำนึงถึงเฉพาะผลประโยชน์ของตนเพียงฝ่ายเดียวนั้นไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้วคงต้องเพิ่มความใส่ใจต่อปัญหาของสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย”
      
       ขณะที่กูรูต่างชาติ อย่าง ริต้า แมคกราท ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการบริหารจัดการ จากโคลัมเบีย บิซสิเนส สกูล บอกว่ามีเทรนด์ที่นักธุรกิจควรจับตามองอย่างยิ่งในปีนี้ แนวทางแรก การผนึกกันระหว่างกลยุทธ์ และความเป็นผู้ประกอบการของธุรกิจจะมีมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และที่สำคัญจะเป็นการเปลี่ยนจากการไล่ซื้อกิจการของบริษัทคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่า ทั้งเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับองค์กรของตน เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น เพื่อตัดคู่แข่งออกไปจากสารบบการแข่งขันอีกหนึ่ง หรือเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ยังขาดอยู่ มาเป็นการร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้กับองค์กร หรือธุรกิจของตน เนื่องจากตระหนักแล้วว่า การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจให้ได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การไล่ทุบบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเท่านั้น แต่ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมของตนเอง และด้วยตนเอง ถึงจะเป็นเกราะกำบังให้กับธุรกิจของตนประสบความสำเร็จ
      
       แนวทางที่ 2 เปลี่ยนวิธีคิดในการได้มาซึ่งสินทรัพย์ จากเดิมหลายองค์กรมักเน้นการซื้อเพื่อให้ได้สิทธิ์ขาดในสินค้า หรือบริการใดๆ โดยลืมคิดไปว่ายังมีวิธีอื่นๆ ในการได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้นๆ เช่น วิธีการเช่า ขอยืม เป็นต้น ซึ่งวิธีการใดๆ ที่ไม่ใช่เป็นการทุ่มเงินเพื่อให้ได้ครอบครองสินทรัพย์นั้น น่าจะถือว่าสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันที่ถือว่าเอาแน่เอานอนไม่ได้เป็นอย่างดี
      
       แนวทางที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น ในทุกที่ และทุกเวลา
      
       ทั้งนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีกับความสะดวกสบายไม่ว่าจะยุคไหนก็ตามผู้บริโภคมักต้องการความสะดวกสบายเป็นอันดับต้นๆ แต่จากนี้ไปการทำงานเพื่อสร้างความพึงพอใจนั้นจำเป็นต้องเน้นเรื่องความสะดวกสบายมากและต้องลงทุนมากกว่าเดิม เนื่องจากไม่ใช่เฉพาะเรื่องสถานที่เท่านั้นที่จะทำให้ผู้บริโภคจงรักภักดี แต่บริการจะต้องหลากหลายขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่ต้องเข้ามาอยู่ในกระแส Social Network
      
       ดังนั้น การสร้างสรรค์งานเพื่อให้เกิดความพึงพอใจจำเป็นต้องออกแบบให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน เนื่องจากทุกกิจกรรมในอนาคตนั้นจะอยู่ในกำมือของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์การบริโภคและอุปโภค ความบันเทิง ธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสะดวกสบายและรวดเร็วตัว
      
       7 เครื่องมือรับความเสี่ยง
      
       แนวโน้ม - โอกาส - ปัจจัยคุกคาม
      
       การบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์เป็นความเสี่ยงที่มีผู้บริหารระดับสูงเป็นเจ้าภาพความเสี่ยง และจะบริหารจัดการได้จะต้องมีความสามารถในการมองไปข้างหน้าและเห็นอนาคตของกิจการ ด้วยการระบุแนวโน้ม โอกาสทางธุรกิจ และปัจจัยคุกคามที่เป็นปัญหาและอุปสรรคจากภายนอก
      
       สำหรับการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ในปี 2012 ที่จะถึงนี้ ผู้บริหารอาจจะต้องถูกท้าทายจากเครื่องมือใหม่ในการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ อย่างน้อย ในประเด็นต่อไปนี้
      
       ประการแรก 2011 เป็นปีของสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media จึงเป็นปีที่ยากลำบากของกิจการหลายประเภทที่ยังไม่พร้อมในการปรับตัว ไม่ได้เตรียมการด้านงบประมาณไว้อย่างชัดเจน และไม่ได้มีการเตรียมการจ้างบุคลากรที่ชำนาญในการบริหารงานทางสื่อสังคมออนไลน์ไว้เป็นสมรรถนะหลักขององค์กร
      
       ดังนั้น ปี 2012 จึงเป็นปีเริ่มต้นและเป็นปีแรกที่นักบริหารต้องหาบุคลากรที่เป็นมืออาชีพในการจัดการกับเกมสื่อสังคมออนไลน์ สามารถเข้าถึงลูกค้าในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอื่นๆได้ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาอีกหลายปีต่อจากนี้
      
       นอกจากตัวบุคลากรแล้ว ระบบงาน โปรแกรมซอฟต์แวร์ก็เป็นสิ่งที่นักบริหารจะต้องเลือกและตัดสินใจว่าจะเลือกใช้โปรแกรมของผู้จำหน่ายรายใดดี เพราะเชื่อกันว่าปี 2012 จะมีผู้จำหน่ายและตัวแทนขายอีกมากหน้าหลายตานำเสนอโปรแกรมซอฟต์แวร์ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการธุรกิจทางสื่อสังคมออนไลน์เวียนมานำเสนอแก่ผู้บริหารของกิจการต่าง ๆ
      
       ประการที่สอง ปี 2012 จะเป็นปีของแพลตฟอร์มธุรกิจผ่านระบบโมบาย เพราะระบบโมบายโดยเฉพาะสมาร์ทโฟน จะกลายมาเป็นช่องทางการสื่อสารหลักและเป็นระบบการทำงานที่ตอบโต้กับไปมาได้เป็นรายนาทีต่อนาที ขึ้นกับว่าผู้บริหารกิจการสามารถพัฒนาและปรับตัวรับเอาเทคโนโลยีที่จะทำธุรกิจบนโมบายได้ทันกาลหรือไม่
      
       การปรับปรุงทางเทคโนโลยีและระดับราคาของเทคโนโลยีที่ลดลง ทำให้ผู้คนมีความสามารถและกำลังพอที่จะใช้โมบายใยระบบสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น ควบคู่กับอุปกรณ์แท็ปเล็ตที่เห่อซื้อตามกัน หลังจากความโด่งดังของไอแพดของค่ายแอปเปิล ซึ่งแนวโน้มที่ว่านี้ยังคงเติบโตมากขึ้นทุกวันอย่างไม่มีท่าทีว่าจะชะลอตัวลงแต่อย่างใด
      
       ด้วยเทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนจะทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นทั้งอีเมลที่เพิ่งส่งเข้ามา ข้อความที่เม้าท์กันสนั่นทางสื่อสังคมออนไลน์ ข้อความเท็กซ์ และข้อความทางเสี่ยงและวิดีโอในอุปกรณ์เดียว
      
       ผู้บริหารอาจมองประโยชน์ของแท็ปเล็ตใหม่ในฐานะของห้องเรียนเสมือนจริง ที่ทั้งผู้บริหารและพนักงานจะต้องทำงานบนโลกดิจิตอลแทนห้องทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง
      
       ปี 2012 ที่จะถึงนี้ ผู้บริหารอาจจะต้องแสดงบทบาทของผู้นำที่ก้าวทันกับความเคลื่อนไหวไปข้างหน้าของสมาร์ทโฟน และผลักดันให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานบนระบบงานดิจิตอลได้ทัน
      
       ประการที่สาม บุคลากรมืออาชีพบางสาขาอาจขาดแคลน และต้องแย่งตัวกัน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ได้ดีขึ้นมากนัก แต่บุคลากรมืออาชีพในบางสาขาก็ไม่ใช่จะหาได้ง่าย โดยเฉพาะผู้มีความสามารถพิเศษในการบริหารจัดการในแนวคิดสมัยใหม่บนโลกดิจิตอล
      
       ด้วยเหตุนี้ ความต้องการมืออาชีพเฉพาะทางยังเป็นสถานการณ์ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และขยายวงออกไปในระดับโลกแล้ว โดยเฉพาะในเอเชีย ในขณะที่ความต้องการมืออาชีพพิเศษเหล่านี้ในอเมริกาและยุโรปยังคงจำกัดแต่เฉพาะบางอุตสาหกรรม
      
       มืออาชีพจะสำคัญมากขึ้นในอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยี และผู้บริหารเองก็ต้องพัฒนาความสามารถในการกำกับบุคลากรที่เป็นมืออาชีพพิเศษเหล่านี้ให้ได้มากขึ้นตามไปด้วย พร้อมกับการหาเทคนิคที่เพียงพอในการธำรงรักษาบุคลากรที่สำคัญเหล่านั้นไว้ให้ได้ ด้วยการใช้เครื่องมือที่อาจจะแตกต่างกันเป็นรายบุคคลแทนที่จะเป็นมาตรการเดียวกันทุกคนแบบเดิม ๆ
      
       สิ่งที่น่ากลัวมาจากผลการศึกษาที่ชี้ว่า แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนและแรงจูงใจที่ดีเพียงใด บุคลากรส่วนหนึ่งก็ยังอยากย้ายงานอยู่ดี ซึ่งทำให้ปี 2012 อาจเป็นปีที่อัตราการเข้า-ออกของพนักงานสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อการดำเนินงานและความเสี่ยงของกิจการ
      
       ประการที่สี่ ความจำเป็นในการพึ่งพาสื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ทำให้แนวโน้มของการดำเนินงานต้องพึ่งพาอาศัยข้อมูลของลูกค้ามากขึ้น การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารจึงมีความจำเป็นและต้องได้รับความสำคัญมากขึ้นอย่างเพียงพอและจริงจัง
      
       ประการที่ห้า การทำงานบนระบบรีโมต (Remote Work) จะทำให้การบริหารกิจการเปลี่ยนแปลงไป เพราะการเติบโตของเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ และการคมนาคมที่สะดวกสบายขึ้น ทำให้งานของกิจการกลายเป็นงานและกิจกรรมของทีมงานบริหารอาจจะถึง 50% เป็นการบริหารความรู้ผ่านระบบรีโมตเป็นสำคัญ ทำให้สถานที่ทำงานในออฟฟิศไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะงานของกิจการสามารถทำที่ไหนก็ได้
      
       เรื่องนี้ต้องการความเข้าใจจากผู้บริหารระดับสูง และปรับระบบการควบคุมเพื่อให้การทำงานรุปแบบใหม่สามารถสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้มากขึ้น
      
       อย่างเช่นการปรับหลักสูตรการอบรมให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ ทำให้บุคลากรทำงานได้หลายธุรกิจ หลากทักษะ ตามโมเดลที่เรียกว่า Apple Model ที่สามารถข้ามประเภทธุรกิจสู่การเติบโตใหม่ๆ ได้จากการพัฒนาบุคลากรภายในให้เป็นจุดแข็งของกิจการ ไม่ใช่จุดอ่อนของกิจการ
      
       ประการที่หก แบรนด์ของผู้นำ (Employer Branding) มีแนวโน้มที่จะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง ทำให้บทบาทของผู้บริหารหนักหนาขึ้นในฐานะที่ต้องทำตัวให้เป็นแบรนด์ดิ้งของกิจการ และสร้างสังคมเครือข่ายเพื่อให้สนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
      
       แบรนดิ้งที่แท้จริงในปี 2012 เป็นการปกป้องชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งไม่ค่อยได้รับความสำคัญในรอบปี 2011 ที่กำลังผ่านไปนี้
      
       การบริหารแบรนดิ้งในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มน้ำหนักในส่วนของการปรับลดอัตรากำลัง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรไปสู่กลุ่มที่มีทักษะและความสามารถในทางเทคโนโลยีมากขึ้น อาจจะเป็นสิ่งที่กระทบต่อแบรนดิ้งของผู้บริหารกิจการมากขึ้น
      
       ดังนั้น การลงทุนในการพัฒนาและธำรงรักษาแบรนดิ้ง อาจต้องเพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอในการที่จะกำกับมิให้สถานการณ์ดังกล่าวคุกคามต่อคุณค่าของกิจการ
      
       นอกจากนั้น การทำแบรนดิ้งของกิจการอาจจะต้องเปิดหน้าบริหารจัดการของกิจการบนสื่อสังคมออนไลน์ และการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากบุคลากรให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถนำเอาข้อมูลดังกล่าวมาบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านแบรนดิ้งให้ได้ผลมากขึ้น
      
       ประการที่เจ็ด การติดตาม ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของกิจการคู่แข่งขันมากขึ้น แทนที่จะให้ความสำคัญกับลูกค้าเป้าหมายอย่างเดียว เพราะอย่างน้อยคู่แข่งขันจะต้องได้รับการติดตาม กำกับและพัฒนาขึ้นมาเป็นฐานข้อมูลไม่น้อยกว่าด้านของลูกค้าของกิจการ ขณะเดียวกันคู่แข่งขันอาจสามารถแสวงหาและสรรหาบุคลากร ตลอดจนการแสวงหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะผลักดันกิจการไปในทางที่แซงหน้าได้อย่างรวดเร็ว
      
       หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นจริง ผู้บริหารอาจต้องกลับมาปรับตัวธุรกิจเพื่อตั้งรับและเพิ่มความสามารถในเชิงรุกให้ทัดเทียม การละเลยและไม่ใส่ใจในการเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงของคู่แข่งอาจจะกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญในการเติบโตของกิจการ
      
       โดยสรุปจะเห็นว่าการบริหารจัดการกกิจการในปี 2012 จะต้องอาศัยผู้บริหารที่มีสายตากว้างไกล มองไปข้างหน้าด้วยหลากหลายมิติแบบเมทริกส์ เพื่อให้สามารถได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการมองในมุมของการบริหารความเสี่ยงด้วยการค้นหาและระบุความเสี่ยงให้ครบถ้วน มีทะเบียนข้อมูลความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อกิจการเกินระดับที่ทนทานได้อย่างเพียงพอ
      
       ทะเบียนข้อมูลความเสี่ยงที่มีจากประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว จะทำให้ผู้บริหารกิจการสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและอุปสรรค เพื่อกำหนดทรัพยากรและงบประมาณในการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมและที่สำคัญอย่างลืมประเมินตนเอง เพื่อหาทางปรับปรุงและพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ เพื่อนำเอาความเป็นผู้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มคุณค่าของกิจการ

 โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 3001 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์