ปรับระบบขนส่ง-ข้อมูลดี กลยุทธ์ลดต้นทุน "พานาโซนิค"

ปรับระบบขนส่ง-ข้อมูลดี กลยุทธ์ลดต้นทุน "พานาโซนิค" | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ที่สำนักงานโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก เตรียมจัดโครงการลดต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับผู้ส่งออกเป็น รุ่นที่ 2 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ ผู้ส่งออกสามารถบริหารจัดการกระบวนการโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดซัพพลายเชน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออกฯ) ได้เชิญ นายเชิดชัย ศิริยะ Outbound Logistics Manager บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 ในปีที่ผ่านมา มาบรรยายถึงการดำเนินการลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ประสบความสำเร็จดังนี้

โดย นายเชิดชัย ศิริยะ Outbound Logistics Manager บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติกับสำนักงานโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก ของบริษัทในปีที่ผ่านมา เพราะต้องการแก้ปัญหาด้านการขนส่งหลายอย่าง ได้แก่ 1.ปัญหาค่าขนส่งเกิน งบประมาณที่บริษัทกำหนดไว้ 2.การ ส่งสินค้าแบบรายเที่ยวไม่เหมาะสมกับการขนส่งสินค้าที่ไม่เต็มคันรถ ทำให้ต้นทุนสูง เช่น ขนส่งสินค้าบริษัทไปเชียงใหม่ 2 หมื่นบาท/เที่ยว บางครั้งสินค้าไม่เต็ม คันรถก็เสียค่าใช้จ่ายเท่าเดิม

3.ลูกค้าไม่พอใจ เนื่องจากบริษัทรับส่งสินค้าล่าช้า 4.กรณีสินค้าเต็มคันรถ แต่ในจังหวัดไกลสุดเป็นสินค้าชิ้นเล็กและราคาต่ำ 5.เกิดปัญหาต่าง ๆ ด้านการส่งสินค้ามากมาย เช่น เซลส์และลูกค้าโทรศัพท์ตามสินค้า หรือมีสินค้าที่ลูกค้าไม่รับเพิ่มมากขึ้น และ 6.การขอให้ "รับ-ส่งของด่วน" ของฝ่ายขาย และสินค้าซ่อมของฝ่ายบริการ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ตนอยากจะแสดงตัวอย่างการส่งสินค้าแบบรายเที่ยวที่ไม่เหมาะสมให้ฟัง ก็คือบริษัท ตั้งเป้าต้นทุนโลจิสติกส์ไว้ที่ 0.7% ของยอดขายสินค้า นั่นคือยอดขายสินค้า 1 หมื่นบาท ต้องมีต้นทุนโลจิสติกส์ไม่เกิน 70 บาท สินค้าที่จะขนส่งต้องมีมูลค่า 1.2 แสนบาท หรือ 20% ขึ้นไป ตามเกณฑ์ที่บริษัทตั้งไว้ จึงจะขนส่ง แต่ค่าขนส่งก็ยังสูง ตกเที่ยวละ 6,826 บาท ค่าขนส่งจึงตกประมาณ 5.68% ของยอดขาย ถ้าจะแก้ปัญหาโดยชะลอการขนส่งออกไปอีก 1 วัน เพื่อให้มีสินค้ามากขึ้นและคุ้มกับค่าขนส่ง ก็จะมีปัญหาด้านความพึงพอใจของลูกค้า (Service Level) ซึ่งไม่ส่งผลดีในด้านการตลาด

ฝ่ายโลจิสติกส์ของบริษัทจึงได้เสนอ แผนงานเพื่อสร้างระบบการส่งสินค้าอย่างมี นวัตกรรมต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อให้ได้ความรวดเร็ว แม่นยำ มีประสิทธิภาพ ขานรับให้บริการลูกค้าได้ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการและควบคุมค่าขนส่งที่ต้องจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 100% ในต้นทุนต่ำสุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของ บริษัทและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ทางฝ่ายมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบริษัทตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำนำการบริหารการจัดการซัพพลายเชนมาใช้

ใช้บริษัทขนส่งแบบ LTL ลดต้นทุน

โจทย์ข้อแรกที่เข้าไปแก้กัน คือปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสูงขึ้น จากปริมาณสินค้าที่จะส่งประจำวันมีจำนวนน้อยไม่เต็มคันรถ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องไปส่ง โดยเฉพาะต่างจังหวัด สาเหตุของปัญหา เกิดจาก ลูกค้าไม่สต๊อกสินค้า สั่งสินค้าแค่จำนวนพอขายในแต่ละวัน กับลูกค้าต้องการสินค้าด่วน แต่มีจำนวนน้อย ซึ่งจำเป็นต้องไปส่ง วิธีแก้ปัญหาของเรา คือจัดหาบริษัทขนส่งที่รับส่งสินค้าแบบรายชิ้น (Less than truck Load : LTL) เข้ามารองรับในเส้นทางขนส่งที่มีสินค้าจำนวนน้อยแทน

ยกตัวอย่าง รายการขนส่งสินค้าไป ภาคใต้แบบเก่า ซึ่งปกติภาคใต้ตอนบน จะส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ภายใน 2 วัน และภาคใต้ตอนล่างภายใน 3 วัน ในเส้นทางกระบี่-พังงา-ภูเก็ต มูลค่าสินค้า 1.41 แสนบาท ค่าขนส่ง 8,713 บาท ค่าขนส่งเท่ากับ 6.17% ของยอดขาย และเส้นทางไป ภาคใต้แบบเก่าสายสตูล-สงขลา มูลค่าสินค้า 2.35 แสนบาท ค่าขนส่ง 12,179 บาท รวมมูลค่าสินค้าทั้ง 2 เส้นทางใน ภาคใต้ 3.76 แสนบาท ใช้รถกระบะ 2 คัน ค่าขนส่งรวม 20,892 บาท เปอร์เซ็นต์ ค่าขนส่งเท่ากับ 5.55%

แต่การขนส่งแบบใหม่ใช้การขนส่งแบบ LTL สายกระบี่-พังงา-ภูเก็ต มูลค่าสินค้าเท่าเดิม 1.41 แสนบาท ค่าขนส่งเหลือเพียง 2,330.50 บาท และสายสตูล-สงขลา มูลค่าสินค้าเท่าเดิม แต่ค่าขนส่งเหลือเพียง 2,759 บาท รวมมูลค่าขนส่ง ทั้ง 2 สายที่ดำเนินการในแบบ LTL มูลค่าขนส่งเหลือเพียง 5,089 บาท เปอร์เซ็นต์ค่าขนส่งเหลือเพียง 1.35% ของยอดขาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ลดลง 4.20% ประหยัดต้นทุนได้ถึง 15,803 บาท

โจทย์ข้อที่สองที่แฝงจากข้อแรก คือกรณีสินค้าเต็มคันรถ แต่จังหวัดที่ไปส่ง ไกลสุด เป็นสินค้าตัวเล็ก และราคาต่ำ ซึ่งสาเหตุมาจากมีข้อมูลแสดงในเส้นทางการจัดส่งสินค้าไม่เพียงพอ จึงทำให้ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดการกับค่าใช้จ่าย ไม่คุ้มกับค่าขนส่งที่ต้องวิ่งไปรับส่งที่ร้านค้าในจังหวัดนั้น ๆ วิธีแก้ปัญหา คือให้ฝ่ายขายส่งข้อมูล P-run Report มาให้ฝ่าย โลจิสติกส์ เพื่อเอาสินค้าตัวเล็กส่งแบบ LTL ทั้งนี้ ข้อมูลแบบเก่าจะไม่แสดงจังหวัด อำเภอ และร้านค้าให้เห็น ก็ให้แก้ใหม่ ต้องมีรายละเอียดร้านค้า อำเภอและจังหวัดให้ชัดเจน เพราะการมีรายละเอียดอำเภอและจังหวัด สามารถลดรายจ่ายได้เป็นล้านบาท

ข้อมูลลูกค้าต้องชัดเจน

แก้ปัญหาสินค้าตีกลับ


โจทย์ข้อที่สาม คือเกิดปัญหาต่าง ๆ ด้านการส่งสินค้ามากมาย เช่น เซลส์และลูกค้าโทร.ตามสินค้า มีสินค้าที่ลูกค้าไม่รับมอบมากขึ้น สาเหตุมาจากระยะเวลาการส่งสินค้าและการจัดการกับสินค้าที่ต้องส่งไม่ชัดเจน จากการสื่อสารที่ล่าช้า ไม่ทันเวลา และยังไม่เป็นระบบ จึงต้องแก้ปัญหา ด้วยการประชุมกับฝ่ายขาย ให้คีย์ความต้องการของลูกค้าลงใน P-RUN เพื่อจัดการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น แจ้งวันส่งให้ชัดเจน การติดสติ๊กเกอร์รายละเอียดสินค้า

โจทย์ข้อที่สี่ คือการขอให้รับ-ส่งของด่วนของฝ่ายขายและสินค้าซ่อมของฝ่ายบริการ โดยเฉพาะต่างจังหวัดภาคใต้ ตอนล่าง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง สาเหตุจากวันนั้นไม่มีรถวิ่งส่งสินค้าในเส้นทางนั้น ๆ และข้อกำหนดให้รับ- ส่งสินค้าซ่อม ต้องให้เสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งจำเป็นต้องไปส่ง เพื่อให้ทันความต้องการของลูกค้า วิธีการแก้ปัญหา คือการสร้างเครือข่ายการรับส่งสินค้าระบบ LTL ทั่วประเทศ เพื่อรองรับกรณีที่เส้นทางนั้นไม่มีรถของบริษัทวิ่งส่งสินค้า โดยจะ สั่งให้ศูนย์กระจายสินค้าเข้ารับแทน

ยกตัวอย่างในเรื่องนี้ เช่น ฝ่ายการตลาดขอให้ไปรับสินค้า LCD 2 เครื่องที่ร้านเดอะเบส จังหวัดจันทบุรี เพื่อใช้ในงาน Convention ด่วน แต่ไม่มีรถวิ่งส่งสินค้าในเส้นทางนั้น ถ้าบริษัทส่งรถไปรับ ต้องจ่ายค่าขนส่งเที่ยวละ 3,656 บาท จึงอาศัยฮับเครือข่ายขนส่งไปรับ แล้วแจ้งให้ศูนย์กระจายสินค้าบริษัทที่มีอยู่ในแต่ละภาค เข้ารับแทน จ่ายค่าขนส่งไปเพียง 218 บาท ทำให้ลดค่าขนส่งไปได้ 3,438 บาท

ผลที่ได้รับด้านค่าขนส่งที่ลดลงหลังจากดำเนินการ 3 เดือน สามารถลดค่าขนส่งเหลือ 21.47 ล้านบาท จากเดิม 23.51 ล้านบาท ค่าขนส่งลดได้ 2.04 ล้านบาท คิดเป็นค่าขนส่งต่อยอดขายเหลือ 0.80% จาก 0.87% นอกจากนี้ บริษัทยังมีการแก้ปัญหาภายในด้านระบบขนส่งด้วย เนื่องจากพานาโซนิคมีคลังสินค้าอยู่ 2 แห่ง ที่ถนนเสรีไทย (คลัง PST) และที่สำโรง (TMB) สมุทรปราการ จึงพยายามเชื่อมโยงระบบข้อมูลและสินค้าที่จะส่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น คลัง TMB ซึ่งมีสินค้าจำนวนน้อยที่จะต้องไปส่ง จะมีการโทรศัพท์สอบถามเส้นทางร่วมส่งสินค้า กับคลัง PST คลัง PST จะรับเรื่องและตรวจสอบเส้นทาง หากส่งให้ได้ รถวิ่งบิลและสินค้าจากคลัง TMB ก็จะนำสินค้าและบิลมาที่คลัง PST เพื่อส่งสินค้าร่วมเส้นทางกัน ทำให้พานาโซนิคจ่าย ค่าขนส่งเท่าเดิม

โดยสรุปผลที่ได้รับจากการดำเนินงานด้านการปฏิบัติงาน ก่อนเริ่มดำเนินโครงการลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้านการขนส่งของบริษัท ต้องมีการรอปริมาณสินค้าให้เต็มคันรถก่อน เพื่อให้คุ้มกับค่าขนส่งในแต่ละเที่ยว แต่หลังดำเนินโครงการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ไม่ต้องรอ สามารถส่งสินค้าได้ทุกที่ ทุกวัน ทันความต้องการของลูกค้า ปัญหาค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากวิธีการส่งสินค้า ขาดการจัดการและปรับปรุง หลังปรับปรุง สามารถควบคุมค่าขนส่งได้ และเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายจริง โดยเกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทและลูกค้า ปัญหาฝ่ายขายและฝ่ายโลจิสติกส์ที่ขาดการประสานงานกัน ต่างคนต่างทำ ก็ปรับปรุงทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารที่ดี ส่งสินค้าถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา งานเสร็จได้รวดเร็วขึ้น และปัญหาถูกลูกค้าและเซลส์โทร.ตามสินค้าบ่อยครั้ง หลังปรับปรุง มีการส่งสินค้าตรงตามต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้ที่มาขอใช้บริการ รวมทั้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยไม่มีการควบคุม ก็สามารถลดการแพร่กระจายได้

หน้า 10


วันที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4206  ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 2683 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์