บทบรรณาธิการ
ความจริงแล้วนี่มิใช่ครั้งแรกที่การแข่งขันในตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเต็มไปด้วยความเข้มข้น เพราะในอดีตที่ผ่านมาระบบหรือกระบวนการสรรหาผู้นำองค์กรนี้ก็เปิดกว้างอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสให้ตัวแทนจากแต่ละประเภทอุตสาหกรรมที่มีความรู้ความสามารถ เสนอตัวเข้ามาให้สมาชิกพิจารณาคัดเลือก และที่ผ่านมาในท้ายที่สุดของการหยั่งเสียงและการลงคะแนนก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น
สิ่งที่ทำให้การชิงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ครั้งล่าสุดแตกต่างออกไปจากครั้งที่ผ่าน ๆ มานั่นคือ นอกจากจะเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดมากเป็นพิเศษแล้ว เหตุการณ์ที่บานปลายกลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้ว กับอีกหลาย ๆ กลุ่มเลยเถิดไปจนถึงขั้นที่มีความพยายามในการดึงเอาพลังทางการเมืองเข้ามาร่วมสนับสนุน ขณะเดียวกันก็มีการใช้กลยุทธ์ทั้งบนดินและใต้ดินกล่าวหาโจมตีฝ่ายตรงข้าม กระทั่งถึงจุดที่มีการนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าว ก็นำมาซึ่งความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมากพอสมควรอยู่แล้ว เกิดคำถามจากสาธารณะว่า เพราะเหตุใดจึงเกิดความขัดแย้งแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างรุนแรง มีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้แต่ละฝ่ายต่างต้องการเข้ามานั่งในเก้าอี้ ดังกล่าว ถึงขนาดยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ขององค์กรที่จะถูกมองจากภายนอกด้วยความน่าเชื่อถือที่ลดน้อยลง
ฉะนั้น ไม่ว่าการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่แทนนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ที่จะหมดวาระในเดือนมีนาคมนี้ จะมีผู้ชนะในบั้นปลายเป็นนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานกรรมการ บริษัท สยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด หรือ SUS ผู้ผลิตและส่งออกเหล็กรีดเย็น ในฐานะรองประธาน ส.อ.ท.หรือนายสุรพร สิมะกุลธร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กุลธรเคอร์บี้ จำกัด ภารกิจแรกที่รออยู่เบื้องหน้าและต้องเริ่มลงมือทันทีนั่นคือ การฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สร้างความเป็นเอกภาพ เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต
จริงอยู่ บทบาทและภารกิจหลักของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แก่ การเป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงของภาคเอกชนในทุกธุรกิจและทุกพื้นที่ของประเทศ เป็นข้อต่อสะท้อนความคิดเห็น ความต้องการของภาคเอกชน ร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรม ขจัดปัญหาอุปสรรคใน รูปแบบต่าง ๆ ส่งเสริมสนับสนุนให้อุตสาหกรรมไทยเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้
แต่หากทบทวนบทบาทที่ชัดเจนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในยุคที่ผ่านมาจะพบว่า มีอีกหลายภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการด้วยความเป็นธรรมต่อทุกๆกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก เช่นเดียวกับการเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อเรียกร้องจากสังคมที่ต้องการเห็นอุตสาหกรรมไทยยกระดับขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่าง ยั่งยืน ทั้งหมดนั้นต่างหากที่เป็นภารกิจสำคัญที่ประธานสภาอุตสาหกรรมฯคนใหม่จะต้องเร่งเข้ามาดำเนินการพร้อมกับฟื้นฟูภาพลักษณ์และเอกภาพขององค์กรโดยด่วน
หน้า 2
วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4179 ประชาชาติธุรกิจ