ภาวะผู้นำท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จริงใจ-มีคุณธรรม-ให้โอกาส

ภาวะผู้นำท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จริงใจ-มีคุณธรรม-ให้โอกาส | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ อาจทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ทั้งในเรื่องของการวางยุทธศาสตร์องค์กร การวางแผนกำลังคน

รวมถึงการวางแผนในเรื่องของการ ปรับเปลี่ยนโปรดักต์ และการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรในลักษณะแตกต่างกันไป

ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น นอกเหนือจากความคิด ของผู้บริหารระดับสูงทางหนึ่งแล้ว ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องอยู่เคียงคู่กับผู้บริหาร

เสมือนเป็นคู่คิด คู่คุยทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน พนักงานในระดับปฏิบัติต่าง ๆ ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ผู้บริหารระดับสูงวางไว้ เสมือนเป็นกฎเหล็กให้ พนักงานปฏิบัติตามไปในทิศทางเดียวกัน

บางองค์กรที่เข้มแข็งและมีความเข้าใจในกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงย่อมไม่มีปัญหา แต่บางองค์กรที่กำลังปรับตัวและกำลังเริ่มเข้าสู่กระบวนการของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อาจเกิดปัญหาได้

เพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว

ทำไมต้องเปลี่ยนแปลง ?

ทำไมต้องทำงานหนัก ?

ทำไมต้องเข้าคอร์สฝึกอบรมสัมมนากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ?

ท้ายที่สุดจึงเกิดกระบวนการต่อต้านขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ เพราะมองเห็นว่าต้นเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงจนทำให้ตัวเองต้องเกิดความยุ่งยาก ล้วนมาจากพวกเขาทั้งสิ้น

คำถามจึงเกิดขึ้นว่าทำไมถึงต้องเปลี่ยนแปลง ?

ทำไมจะต้องเข้าคอร์สอบรมสัมมนากันเสียหลายวัน เพราะหลังจากกลับมาทำงานตามปกติ ก็ไม่มีใครจดจำในสิ่งที่อบรมมาอยู่แล้ว

เพราะจะต้องทำงาน

และงานก็ไม่ได้มีน้อย ๆ แล้วเรื่องอะไรจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านในแวดวงทรัพยากรมนุษย์มองว่า เหตุการณ์อย่างนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ องค์กร ยิ่งเฉพาะองค์กรที่ไม่เคยให้ความสำคัญต่อเรื่องการอบรมสัมมนาเลย

หรือองค์กรแบบเถ้าแก่

เพราะคิดอย่างเดียวว่า พนักงานในระดับปฏิบัติเป็นผู้ใช้แรงงาน และงานที่ทำอยู่ก็ล้วนเป็นการฝึกทักษะอย่างหนึ่ง ยิ่งฝึกทักษะมาก ก็ยิ่งมีความเชี่ยวชาญมาก

อีกอย่างองค์กรเหล่านี้ต่างมองผลกำไรเป็นผลสำเร็จ

ไม่ได้มองอย่างยั่งยืน

และไม่ได้มองอย่างการสร้างองค์กรให้เกิดความเป็นเลิศ หรือเป็นองค์กรแห่งความสุขแต่อย่างใด ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงเป็นยาขมสำหรับเขา

เพราะเขาไม่อยากรับประทาน

เขาชินแต่การรับประทานในสิ่งที่เคยชิน ดังนั้นเมื่อหยิบยื่นในสิ่งที่ไม่เคยชิน เขาจึงพยายามที่จะบ้วนทิ้ง ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงก็เช่นเดียวกัน

ในท้ายที่สุดจึงมีคนบางคนเลือกที่จะลาออกไปจากบริษัท เพราะมองเห็นแล้วว่า ขืนอยู่ไปก็จะอยู่แบบกล้ำกลืนฝืนทน ฉะนั้นต่อปัญหานี้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านทรัพยากรมนุษย์จึงมองว่ามีหลายสาเหตุ

สาเหตุหนึ่ง ผู้บริหารจะต้องสื่อสารกับพนักงานระดับปฏิบัติทั้งหมดอย่างเข้าใจและไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการสื่อสารสามารถสร้างความเข้าใจในระดับหนึ่งได้

ขณะเดียวกัน การสื่อสารก็สามารถสร้างความสับสนได้เช่นกัน ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงจึงต้องพูดทุกอย่างด้วยความจริงใจ และโน้มให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

อีกสาเหตุหนึ่ง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องชี้แจงให้พนักงานเห็นว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้พนักงานทุกคนทำงานอย่างมี ความสุข และทำงานอย่างสร้างสรรค์

ทั้งการเปลี่ยนแปลงยังมีส่วนช่วยทำให้องค์กรเกิดความยั่งยืนในอนาคตด้วย

เพราะดั่งที่ทราบ หลายองค์กรในปัจจุบันค่อนข้างให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งนั้น เพราะเขามองเห็นแล้วว่าการแข่งขันที่ตัวเลขและ ผลกำไรเป็นการแข่งขันที่ไม่ยั่งยืน

ขณะเดียวกัน การแข่งขันทางเทคโนโลยีก็เป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความทันสมัยเท่านั้น แต่การแข่งขันเรื่องคนเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายเป็นอย่างมาก

ฉะนั้น ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า การลงทุนในเรื่องของการพัฒนาคนนั้น นอกจากจะเป็นการลงทุนในระยะยาว ยังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความเป็นเลิศให้กับองค์กรด้วย

ด้วยเหตุนี้หลาย ๆ องค์กรจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะสรรหาคนกันตามมหาวิทยาลัยเลย เสมือนเป็นการคัดเลือกคนเก่งคนดีให้มาฝึกงานในองค์กรเสียก่อน

ต่อจากนั้นจึงใช้กระบวนการในการ ฝึกอบรมคัดเลือกเพื่อให้เขาเข้ามาอยู่ในองค์กรอีกที

ดังนั้น องค์กรเหล่านี้จึงไม่เพียงได้หัวกะทิมาอยู่กับองค์กร หากยังได้คนเก่ง คนดีมาเสริมทัพ จนทำให้องค์กรเกิดการ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

แต่สำหรับองค์กรขนาดเล็ก หรือองค์กรที่ไม่ใหญ่เกินไปนัก ก็ใช่ว่าจะทำเช่นนั้น ไม่ได้ เพราะกระบวนการในการคัดสรรคนเพื่อมาทำงานกับองค์กร สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่รับสมัครพนักงาน

ยิ่งถ้าเรากำหนดมาตรฐานในการ คัดเลือกพนักงานให้อยู่ในระดับ A+ หรือ B+ เราจะย่อมได้คนเก่ง คนดีในระดับนั้นมา อยู่กับองค์กร

ยิ่งในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ล้วนได้เปรียบ เนื่องจากบัณฑิตใหม่จบออกมา ค่อนข้างมาก ดังนั้นในตลาดแรงงานจึงมีอยู่ค่อนข้างมาก จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้องค์กรเหล่านั้นมีสิทธิเลือกพนักงาน ที่ดีได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน

แต่อย่างที่บอก เมื่อพนักงานเหล่านั้นเข้ามาอยู่กับองค์กรแล้วก็ควรที่จะพัฒนาเขาเหล่านั้นให้เป็นไปในทิศทางที่องค์กรต้องการด้วย

เท่านั้นจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่องค์กรวางยุทธศาสตร์สัมฤทธิผล

หรือถ้าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ควรเริ่มต้นจากเลือดใหม่เหล่านี้ เพราะเขาเหล่านั้นย่อมทราบดีว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น

เว้นแต่พวกเลือดเก่าเท่านั้นที่มองไม่เห็น

แต่กระนั้นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้น ต้องมีความจริงใจ มีความเป็นธรรม ให้โอกาส และต้องมีลางบอกเหตุด้วยว่า เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริง ๆ

เพราะผลสัมฤทธิ์ที่รออยู่ข้างหน้า จะเป็นคำตอบที่ดีดกลับมาที่ผู้บริหารระดับสูงอีกทีว่า สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูง หรือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ต้องการที่จะทำนั้น ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อองค์กรจริง ๆ

ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเองและพวกพ้องไม่

เท่านั้นจะทำให้ทุกคนเชื่อฟังอย่างไม่อยากเย็น

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเป็นคำตอบในคำถามของตัวเองที่จะทำให้พนักงานทุกคนรู้ด้วยตัวเองว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อพวกเขาจริง ๆ

เท่านั้นทุกอย่างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลวัตเอง

โดยมีตัวเราเป็นผู้ยืนชมความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงนั้น

ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปเลย ?

หน้า 27

ที่มา : prachachat.net






จำนวนผู้ชม 4231 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์