SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’

10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ 10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’, บทความ 10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’, ตัวอย่าง



10 ปี ที่สถาบันพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และภาษา คุมอง (KUMON) แฟรนไชส์จากสถาบันการศึกษาประเทศญี่ปุ่นได้ลงหลักปักฐานธุรกิจขยายสาขาในประเทศจนปัจจุบัน 380 สาขาแล้วทั่วประเทศ
       
       นับเป็น 10 ปีแล้วที่สถาบันแห่งนี้แฝงปรัชญาการเรียนรู้ผ่านแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ที่ว่า “ถ้าได้ลงมือทำแล้ว ต้องทำได้แน่นอน ตัวเราต้องกล้าที่จะลองทำ”
       
       นั่น หมายถึงการสร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่การเรียนการสอนของสถาบันแห่งนี้ สอนให้แข่งกับตนเองไต่ระดับชั้นตามความสามารถ โดยมี “ครู” (Instructor) หรือแฟรนไชซี ช่วยสร้างความกระตือรือร้น
       
       หากมองลึกถึงคอนเซ็ปต์ดังกล่าว สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแถบประเทศเอเชียที่มีการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นประเทศต้นแบบอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ กระทั่งเกาหลีเอง ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้เรียนสูงสุดในโลกไปแล้ว
       
       และก้าวต่อไปของประเทศตั้งเป้าที่จะเป็นเบอร์ 1 ในเอเชีย โอเชียเนียแชมป์จำนวนผู้เรียนสูงสุด พร้อมกับความฝันของผู้บริหารจากญี่ปุ่นในประเทศที่คาดหวังให้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคนี้แทนสิงคโปร์เช่นเดียวกัน
       
       นับเป็น 2 ภารกิจหลักที่รออยู่อย่างท้าทาย ในโอกาสนี้ “ชิเกโอะ ฮิยามะ” ประธานบริษัทคุมอง (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงาน ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
       
       
แผน ’51 ขยายทุกทิศทาง
       ศูนย์ –ผู้เรียน – ภาษาไทย

       
        ในปี 2551 เป็นปีที่คุมองประเทศไทยก้าวสู่ปีที่ 11 จะเห็นแผนการขยายงานที่มองว่าแนวกว้างคือขยายศูนย์หรือสาขาแฟรนไชซีเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีก 36 ศูนย์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 380 ศูนย์ เท่ากับว่าในปีนี้คุมองจะมีสาขาทั่วประเทศทั้งสิ้น 410 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งได้เปิดตัวสำนักงานเชียงใหม่และสำนักงานขอนแก่น เพื่อดูแลศูนย์ที่ขยายเพิ่มในเขตพื้นที่นั้นๆ
       
        ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเพิ่มจำนวนศูนย์คุมองนั้นน้อยกว่าปีที่ผ่านมาคือ 73 ศูนย์ ประธานบริษัท ให้เหตุผลว่า ในปีนี้คุมองเตรียมขยายหลักสูตรภาษาไทย ทั้งนี้บริษัทแม่ได้สนับสนุนให้แต่ละประเทศเปิดสอนภาษาของประเทศนั้นๆ ซึ่งกลุ่มผู้เรียนก็คือเด็กในประเทศนั้นๆ มาเรียน แต่มีหลักการเรียนการสอนโดยคุมองเป็นผู้ออกแบบ
       
       จึงมุ่งพัฒนาสาขาแฟรนไชส์ที่มีอยู่เดิมรองรับการสอนกับหลักสูตรใหม่ ขณะเดียวกันหลักสูตรภาษาอังกฤษนั้นที่ได้เพิ่มหลักสูตรนี้มา 4 ปีแล้วนั้นเพิ่งดำเนินการไปได้ 200 ศูนย์ ทำให้ปีนี้ปริมาณศูนย์จึงเพิ่มขึ้นน้อย แต่เพิ่มความสมบูรณ์ของหลักสูตรที่เน้นครอบคลุมทั้ง 3 หลักสูตร แต่อย่างไรก็ตามจะดูที่ความพร้อมของแต่ละศูนย์เป็นสำคัญ
       
        เมื่อจำนวนศูนย์ที่เพิ่มขึ้น โปรดักส์หรือหลักสูตรที่เพิ่มขึ้น จึงควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนผู้เรียนมากขึ้นซึ่งในปีที่ผ่านมามี 74,127 คน ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 90,000 คน ซึ่งเติบโตขึ้น 23% ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้เรียนคุมองในไทยอยู่ในอันดับ 5 ของโลก รองจาก เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกาและบราซิล
       
        สำหรับระบบการบริหารจัดการนั้น ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาคืองานวางระบบด้านไอที ซึ่งได้บริษัทใหญ่จากญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินงานเพื่อประสิทธิภาพระหว่างสำนักงานและสาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศพัฒนาเชื่อมต่อกันในภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย การเทรนนิ่งออนไลน์สำหรับแฟรนไชซี
       
       
ซึ่งสิ่งที่ต้องการสูงสุดคือ “สร้างเด็กที่มีความพร้อมทั้งความรู้และจิตใจ”
       
       เทียบผลงานปีที่ผ่าน
       ปรับสู่คอนเซ็ปต์ ‘คุมอง’

       
       พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นผลประกอบการในปีทีผ่านมาว่า มีการเติบโตมากจำนวนนักเรียน เพิ่มขึ้น 31% จากจำนวนสาขาแฟรนไชซีเพิ่ม 73 ศูนย์ รวมเป็น 380 ศูนย์ แต่ทั้งนี้เขาไม่ได้มองแค่ปริมาณ แต่คุณภาพได้มีการพัฒนาขึ้นมามาก จุดที่บอกได้ว่าคือ “คุณภาพ” นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรสามารถคว้ารางวัลเวทีระดับโลก “โอลิมปิก” มาได้
       
        และในปี 50 นี้ เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในหลายส่วน เริ่มจากการเปิดทดลองเรียนฟรี 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนในแบบฉบับคุมอง ทั้งนี้ได้เปิดปีละ 2 ครั้งปรากฏว่ามีผู้เรียน 15,000 คนเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มาจากครูผู้สอนมีความมุ่งมั่น และสร้างความพึงพอใจกับผู้เรียนและผู้ปกครองทำให้มีการสมัครเรียนถึง 55% ของผู้สมัครเข้าเรียนฟรี
       
        นอกจากนี้ได้พัฒนาระบบเทรนนิ่ง แฟรนไชซี จากเดิมเป็นลักษณะของการเทรนนิ่งรวม แต่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีความเป็นคุมองนั่นคือการเทรนนิ่งเฉพาะบุคคล เช่น จำลองห้องเรียนขึ้นเพื่อให้เจ้าของศูนย์ได้มีโอกาสเรียนเหมือนนักเรียน เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และความรู้สึกของผู้เรียนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
       
        “ที่ผ่านมาคุมองไทยแลนด์นั้น ผู้ที่เป็นแฟรนไชซี มีความสนใจมุ่งมั่นกับการศึกษา พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นระบบเทรนนิ่งให้กับคนคุณภาพจึงปรับให้เหมือนระบบคุมอง”
       
        และในส่วนของสต๊าฟ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีงานที่รับผิดชอบแตกต่างกันไปตามแต่ละแผนก แต่มุ่งเป้าหมายเดียวกันนั้นคือการซัพพอสศูนย์หรือสาขาแฟรนไชซีใน 2 ลักษณะคือ 1.การ Management ศูนย์ และ 2. Instruction Management การให้คำแนะนำเรื่องการเรียน การสอน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะเกิดแก่ตัวนักเรียนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
       
       
เปิดความสำเร็จ
       คุมองไทยแลนด์

       
       กับประเด็นคำถามการดำเนินงานในไทย ชิเกโอะ ฮิยามะ กล่าวในฐานะที่เป็นผู้บริหารในประเทศไทยมองว่า 10 ปีในประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเข้ามาดูงาน รวมถึงแฟรนไชซีจากประเทศญี่ปุ่นต่างยอมรับว่าแฟรนไชซีไทยมีความตื่นตัวสูงในการทำธุรกิจทำให้พวกเขาได้รับแรงกระตุ้นที่จะกลับไปบริหารงาน
       
       โดยเฉพาะการสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้เรียนจนสามารถเรียนจนจบหลักสูตรคุมอง นอกจากนี้ยังมีแฟรนไชซีจากประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงประเทศยุโรปที่มีสาขาคุมองตั้งอยู่
       
       
“บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นก็รู้สึกอย่างที่ผมรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะได้รับคำชมจากสต๊าฟจากญี่ปุ่นเสมอๆ ถึงการบริหารงานในประเทศไทย รวมถึงเป้าหมายการสาขาสาขาได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
       
       ทั้งนี้ยังดูได้จากวารสารที่บริษัทแม่ทำขึ้นมาเป็นราย 2 เดือนจะมีการนำเรื่องราวเรื่องการสอนในประเทศไทยไปนำเสนอ ขณะเดียวกันยังได้รับการยอมรับบนเวทีโลก ในปีที่ผ่านมาแฟรนไชซีไทยยังได้รับเชิญขึ้นกล่าวบนเวทีการประชุมคุมองระดับโลกที่ประเทศแคนนาดา”

       
       นอกจากนี้ด้านจำนวนผู้เรียนนั้นเพิ่มขึ้น แม้การแข่งขันด้านการศึกษาของผู้เรียนในไทยนั้นไม่ดุเดือดเหมือนในหลายๆ ประเทศ แต่ผลสำเร็จที่คุมองได้รับจากจำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้นนั้นมาจากการสร้างความเชื่อถือเชื่อมั่นให้กับผู้เรียนได้มากขึ้น ทั้งนี้แฟรนไชซีมากกว่า 50% ที่ลงทุนกับคุมองได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลูกหลานที่มาเรียนกับคุมองและสนใจที่จะทำธุรกิจ
       
        และบอกถึงเสียงสะท้อนที่ได้รับจากบริษัทแห่งนั้นว่าพบความแตกต่างของนักศึกษาฝึกงานที่ผ่านหลักสูตรการเรียนกับคุมอง ที่มีความคิด ความอ่านดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ซึ่งสอดคลองแนวการสอนของคุมองที่ไม่ได้มุ่งสอนให้เด็กเรียนเก่งเท่านั้น แต่ได้สอนวิธีคิด ด้วยความเชื่อที่ว่า “เด็กทุกคนมีศักยภาพ ที่เราค้นหาไม่มีที่สิ้นสุด” และเนื้อหาการเรียนที่สูงกว่าระดับชั้นเรียนจริงของเด็ก (เรียนเกินชั้นเรียน)
       
       และการสอนที่ไม่มุ่งการแข่งขันกับบุคคลอื่น แต่เป็นการแข่งขันกับตนเองเรียนรู้ด้วยตนเองจากตัวอย่างต่างๆ ที่อยู่ในแบบฝึกหัด ซึ่งแล้วแต่ความสามารถต้องต่อสู้กับตนเอง ซึ่งในห้องเรียนเดียวกันนี้อาจจะมีนักเรียนที่หลากหลายระดับชั้นมาอยู่ในห้องเดียวกัน
       
        ซึ่งระยะเวลาเรียนนั้นคณิตศาสตร์ 23 ระดับ ภาษาอังกฤษ 21 ระดับ ไม่ได้มีเวลาที่กำหนดแน่นอนเพราะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเด็กในการทำแบบฝึกหัดเพื่อขึ้นระดับต่อไปบางคนอาจใช้เวลา 5-6 ปีขณะที่บางคนอาจใช้เวลา 3 ปีก็ได้ แต่ทั้งนี้เมื่อเด็กมาเรียนต้องเรียนต่อเนื่อง 36 เดือนหรือ 3 ปี ซึ่งพบว่าปัจจุบันจำนวนเด็กที่เรียนเกิน 34 เดือนขึ้นไปมีปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งพบว่าอัตราการเรียนต่อเนื่องสูงเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย โอเชียเนีย
       
       
สร้างความต่างไร้คู่แข่ง
       ตัวอย่าง กศ. ศตวรรษที่ 21

       
        ด้วยการเรียนการสอนที่แตกต่างทำให้ผู้บริหารคุมองมองว่าไม่มีคู่แข่ง ด้วยการสอนของสถาบันนอกรั้วโรงเรียนเป็นการสอนกวดวิชาซึ่งในชั้นเรียนนั้นๆ การรับรู้ของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งต่างจากคุมองที่เน้นการสอนเฉพาะตัวบุคคล เด็กแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบทำแบบฝึกหัดของแต่ละคนมีการตั้งในการเรียนเพื่อไปสู่เป้าหมาย ฉะนั้นความก้าวหน้าในการเรียนนั้นจะเป็นการช่วยกันของครูผู้สอนและผู้เรียน
       
       ซึ่งแนวทางการสอนดังกล่าวของคุมองได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 เพราะกระแสหลักการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้นคือการเรียนรู้ด้วยตนเอง และตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง “โทรุ คุมอง” มีความฝันในอนาคตว่าการศึกษารูปแบบของคุมองจะเป็นต้นแบบการเรียนในอนาคตเน้นศักยภาพรายบุคคล !
       
       ***********************
       4 ความสำเร็จแบบ ‘คุมอง’
       
       1.เด็ก :เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด
       
       2. Kumon Associates : บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคุมอง อาทิ คุณครูคุมอง คุณครูผู้ช่วย ที่มีอุดมการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์แก่สังคมผ่านการศึกษา
       
       3.พนักงานคุมอง : ซึ่งคุมองพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงานเพื่อให้พนักงานมีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัย พร้อมๆ กับการมีความรู้สึกร่วมกันในเป้าหมายและคุณค่าของงาน
       
       4.สังคม : เน้นการสร้างสังคมให้ดีขึ้นด้วยการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพแก่สังคม

 

แหล่งที่มา : โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 3261 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ