"ทาเคดา" องค์กร 2 วัฒนธรรม ผนึก "ใจ" สร้างครอบครัวของเรา

"ทาเคดา" องค์กร 2 วัฒนธรรม ผนึก "ใจ" สร้างครอบครัวของเรา | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



แม้ "ทาเคดา" จะเพิ่งฉลอง ครบรอบ 40 ปีการเข้ามาบุกตลาดในเมืองไทยไปหมาดๆ เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ชื่อนี้คนที่อยู่นอกวงการน้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงยาสาธารณสุขแล้วแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักบริษัทนี้ เพราะทาเคดาเป็นบริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีฐานผลิตอยู่ทั่วโลกทั้งยุโรปและอเมริกา

ไม่เพียงเท่านั้นทาเคดายังเป็น 1 ใน 10 ของบริษัทธุรกิจเภสัชภัณฑ์อันดับแรกของประเทศไทย

แต่ความน่าสนใจขององค์กรแห่งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่การบริหารจัดการองค์กร ที่ตรึง "ใจ" พนักงานให้พร้อมร่วมหัว จมท้ายกับองค์กรอย่างยาวนานเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เคล็ดลับหลายองค์กรกำลังค้นหา

"บุษกร เลิศวัฒนสิวลี" กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด เภสัชกรหญิงที่มีมุมคิดด้านการบริหารจัดการองค์กรที่เหนือชั้นไม่แพ้มืออาชีพ เล่าให้ฟังว่า เรื่องของยาเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์ จะทำการตลาดแบบสบู่ แชมพูไม่ได้ เพราะยาถูกควบคุมด้วยจริยธรรมต่างๆ มากมาย ความรู้พื้นฐานเรื่องเภสัชกรที่มีอยู่จึงช่วยให้ทำหน้าที่นี้ได้ค่อนข้างดี เมื่อผนวกเข้ากับหลักการบริหารที่ได้มีโอกาสไปเรียนเพิ่มเติมการบริหารจัดการองค์กรจึงไม่ใช่เรื่องยาก

"คีย์ซักเซสของทาเคดาอยู่ที่คน"

"บุษกร" บอกว่า พนักงานที่นี้ทำงานกันค่อนข้างยาวนาน มีความซื่อสัตย์ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ทาเคดาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ที่ทาเคดาจะทำกันเป็นทีมเวิร์กซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พูดออกไปลอยๆ แต่ทุกคนเข้าถึง แก่นแท้ของคำว่า ทีมเวิร์กที่ออกมาจากใจ บริษัทจะฝึกฝนให้พนักงานมีคุณสมบัติ ที่ดีแล้วมอบความไว้วางใจให้เขาได้ทำงาน ทุกคนจะทำงานด้วยความมั่นใจเพราะรู้ว่ามีคนคอยให้การสนับสนุนตลอดเวลา

สิ่งที่ถือว่าเป็นแก่นของการทำงานที่นี้จริงๆ คือ ทุกคนอยู่กันด้วย "ใจ" อยู่กันอย่าง "เข้าใจ"



เมื่อถามว่าเรื่องเงินสำคัญไหมสำหรับคนในองค์กรนี้ "บุษกร" ไม่ปฏิเสธว่าไม่สำคัญ แต่คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้มองเงินเป็นตัวตั้ง แต่จะมีแฟกเตอร์ตัวอื่นๆ ประกอบ สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองจะเป็นเรื่องหลักในการดึงดูดให้เขาทำงานที่นี้ คือ เรื่องความสบายใจในการทำงาน ดังนั้นที่นี่จึงได้ผสานเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นกับวัฒนธรรมไทยเข้าไว้ด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี สร้างวัฒนธรรมที่ดี พัฒนาทัศนคติเชิงบวกให้พนักงานทำงานแล้วมีความสุข เป็น วัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ในการบริหารจัดการองค์กรมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

โดย core value ที่ทาเคดานำมาใช้หล่อหลอมพนักงานจะมีอยู่ทั้งหมด 5 ตัว ประกอบด้วย

1.ethics จริยธรรม ความซื่อสัตย์ หัวข้อนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

2.teamwork ทำงานเป็นทีม

3.progress ทุกคนจะต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องให้โอกาสพนักงานด้วย

4.challenge ทำงานที่ท้าทาย

5.steadfastness ต้องทำงานอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง

นอกจากเรื่องงานแล้วที่นี้ยังมีการฝึกอบรมในเรื่องการดำเนินชีวิตควบคู่กันไปด้วย ทุก 3 เดือนจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาพูดเรื่องต่างๆ ให้กับ พนักงานฟัง เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี จุดประกายความคิดในเรื่องต่างๆ นอกจากแผนที่องค์กรวางไว้ว่าพนักงานแต่ละคน จะต้องผ่านการอบรมในคอร์สอะไรบ้าง

"บุษกร" บอกว่า โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือแล้วชอบเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ๆ อันไหนดีก็จะหยิบมาแชร์ให้น้องๆ ฟัง ซึ่งที่ทาเคดาจะมีการประชุมกันทุกไตรมาสในระดับของผู้บริหาร ก็จะสอดแทรกคำพูดต่างๆ เข้าไปสร้างเป็นวัฒนธรรม เพราะคอร์แวลูขององค์กรพนักงานแค่จำได้คงไม่มีประโยชน์แต่จะต้องปฏิบัติตามได้ด้วย

"ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหน เข้ามาอยู่ที่ทาเคดาจะต้องผ่านการฝึกทักษะเติมความรู้ในโมเดลของบริษัท"

1 สัปดาห์ของการติวเข้มหลังจากที่ พนักงานใหม่เดินเข้ามาในองค์กรนี้ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนดีเอ็นเอให้กับพนักงานได้หรือ

"บุษกร" บอกว่า ตรงนี้เป็นเพียง จุดเริ่มต้น หลังจากนั้นทุกคนจะเรียนรู้ในลักษณะ on the job training โดย รุ่นพี่เป็นโค้ชดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อทุกคน ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้แล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ยาว คนที่อยู่กับบริษัทนานที่สุดอยู่มาตั้งแต่บริษัทบุกตลาดใน ประเทศไทย อายุงานเฉลี่ยมากกว่า 30 ปี

วัฒนธรรมดีๆ ของญี่ปุ่นที่นำมาประยุกต์ใช้กับองค์กร อันดับแรกคือการเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่ใช่แค่การเคารพกันเชิงอาวุโส แต่เคารพความคิด เคารพทุกๆ อย่าง เคารพในความแตกต่างของคนแต่ละคน

ในห้องประชุมก็จะไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ซึ่งกติกาแบบนี้ทำให้ทุกคน กล้าที่จะพูด คนที่อาวุโสกว่าก็ใช่ว่าจะต้องเป็นหัวหน้าเสมอไป ทุกอย่างวัดกันที่ความสามารถ ทุกฝ่ายจะมีแคเรียร์พาทให้เดิน

"บุษกร" บอกว่า เธอเชื่อในศาสตร์ของการเทรนนิ่ง เพราะถ้าเมื่อไรบริษัทหยุดเทรนนิ่งก็จะได้คนที่ไม่เก่งมาทำงาน หรือไม่ก็ต้องไปดึงคนเก่งจากที่อื่นเข้ามา ซึ่งหากไม่อยากเป็นเทรนนิ่งสกูล พัฒนาคนแล้วไปหมดก็ต้องสร้างแคเรียร์พาทให้เขาเดิน ดังนั้นในการขยายงานทาเคดาจะพิจารณาโปรโมตคนข้างในขึ้นมาก่อน

ซึ่งตรงนี้ก็จะสอดคล้องกับระบบประเมินของบริษัทที่นอกจากจะประเมินผลงาน เป็นรายบุคคลแล้ว ยังมีการประเมิน ทีมงานในระดับดีพาร์ตเมนต์ ระดับคอร์สฟังก์ชันนอลด้วย เพื่อให้พนักงานทุกคนมีพื้นฐานความรู้ที่หลากหลาย คนที่ทำงานในแผนกเซลส์ก็ต้องมีความรู้ด้านไฟแนนซ์ มีความรู้เรื่องพัฒนาบุคลากรด้วย จะเก่งเฉพาะงานของตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าจำเป็นต้องรู้งานในหลายด้าน

"โดยปกติแล้วไม่ชอบคนที่เป็นหัวหน้าอยู่บนหอคอยงาช้าง การได้ใจลูกน้องเป็นเรื่องสำคัญ"

นี่คือเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้เภสัชกรหญิงคนนี้เลือกที่จะลงไปทำงานร่วมกับพนักงานซึ่งไม่ใช่แค่การเปิดงาน แต่รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกออฟฟิศ แนวทางการทำงานเช่นนี้จึงไม่เพียงแต่จะทำให้พนักงานมีความตื่นตัวในการทำงาน แต่ยังทำให้พนักงานทำงาน ด้วยใจ

"บุษกร" ยังบอกอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมามีทฤษฎีหนึ่งที่เธอหยิบมาใช้ทั้งในชีวิต ส่วนตัว ชีวิตการทำงาน นั่นคือทฤษฎี The 7 Habits ของ สตีเว่น โควี่ ซึ่งมีหลักการคล้ายๆ กับหลักธรรมะที่ท่าน ว.วชิระเมธี นำมาสอนผู้คนอยู่เนืองๆ

คำว่า The 7 Habits หมายความว่า ทำจนไม่ต้องเปิดตำรา ทำจนเป็นอุปนิสัย

เหรียญมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งไม่ดีลองพลิกอีกด้านหนึ่งดูดีไหม เช่น เวลาที่เราไม่แฮปปี้ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าทำไมเราถึงไม่แฮปปี้ เพราะคนที่ไม่แฮปปี้คือตัวเรา เวลาลูกน้องเดินเข้ามาปรึกษาปัญหาก็จะนั่งฟังเพื่อพิจารณาว่าปัญหาจริงๆ ของเขาคืออะไร แล้วให้ข้อคิด แต่สุดท้ายการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ลูกน้องจะต้องเป็นคนทำเอง เพราะหลักการของ The 7 Habits จะสอนให้ทุกคนมองจากตัวเองก่อน อย่าไปเที่ยวโทษคนอื่น

และในภาวะวิกฤต "บุษกร" จะย้ำกับทุกคนเสมอว่า องค์กรแห่งนี้เหมือนครอบครัวของคุณ จะทำอย่างไรให้อยู่รอด

การเรียกพลังร่วมจากพนักงานคงไม่ได้เกิดจากการสื่อสารด้วยคำพูดเพียง คำสองคำ แต่องค์กรแห่งนี้ได้สะสมความไว้เนื้อเชื่อใจมายาวนาน เพราะที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้มุ่งแต่แสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว แต่ได้ดูแลพนักงานทุกคนไป พร้อมๆ กัน ให้ทุกคนคิดว่านี่คือบ้านของเรา นี่คือครอบครัวของเรา จะดูแลกันอย่างไรให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน เรียกว่ายามทุกข์ทุกข์ด้วยกัน ยามสุขก็สุขด้วยกัน

และนี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรข้ามชาติ สัญชาติญี่ปุ่นแห่งนี้เติบโต แตกหน่อยิ่งใหญ่อยู่ในทุกวันนี้

หน้า 31

ที่มา : prachachat.net





จำนวนผู้ชม 3299 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์