8 ปี HiPPS บันไดฝันคนพันธุ์เก่ง

8 ปี HiPPS บันไดฝันคนพันธุ์เก่ง | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM


ดร.ชุติมา หาญเผชิญ

@ สู่ปีที่ 8 สานต่อโครงการข้าราชการพันธุ์ใหม่
       
       @ พิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ ''มัดใจ-พัฒนาศักยภาพ''
       
       @ ชู ''กรมชลฯ'' ใช้แล้วเวิร์ก-''นิติเวช'' จ่อคิว
       
       @ ก.พ.หมายมั่นยกระดับข้าของแผ่นดิน
       

       ปัญหาข้าราชการไทยที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างตรงจุด หรือเติบโตแบบไม่มีลำดับขั้น ทำให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ต้องลงแรงลงใจ สร้างแนวทางการพัฒนาภายใต้ชื่อโครงการระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance and Potential System หรือ HiPPS)
       
       HiPPS จะเข้ามาช่วยส่วนราชการไทยให้มีแนวทางการพัฒนาคนแบบตรงจุด โครงการนี้หวังดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นข้าราชการ พร้อมรักษาคนเก่าให้อยู่เหมือนเดิม เริ่มต้นการพัฒนาจากข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงในระดับปฏิบัติการให้เป็นข้าราชการชำนาญการพิเศษ ไม่หวังทุกส่วนราชการจะเอาโครงการนี้ไปทำ แต่ขอเป็นแนวทางให้เขาเอาโครงสร้างนี้ไปพัฒนาส่วนราชการตัวเอง
       
       ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามา
       รักษาคนเก่าให้อยู่
       
       ดร.ชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการศูนย์นักบริหารระดับสูง สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
กล่าวว่า ปีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ของโครงการระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance and Potential System หรือ HiPPS) ซึ่งเป็นระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ ก.พ. ได้พัฒนาขึ้นมา และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนปี 2546
       
       โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมให้กับข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงอย่างเป็นระบบ โดยเน้นที่การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และเสริมด้วยกลไกการสับเปลี่ยนหมุนเวียนงาน การสอนงาน และการเรียนรู้ผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้ข้าราชการกลุ่มดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลให้สามารถเติบโตเป็นข้าราชการระดับสูงได้อย่างมีคุณภาพในเวลาที่เหมาะสม
       
       นอกจากนี้ ยังต้องการรักษาคนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพไว้ หากให้คนกลุ่มนี้มีการเติบโตตามระบบปรกติเขาอาจจะออกจากราชการไปก่อนก็ได้ ดังนั้น HiPPS จะช่วยรักษาคนเก่าให้อยู่ต่อ และดึงดูดคนใหม่ให้เข้ามา และยังเป็นการเตรียมผู้นำที่มีคุณภาพมากประสบการณ์ในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการเป็นนักบริหารระดับสูง และผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ
       
       พัฒนา ''ฝ่ายปฏิบัติการ''
       ให้เป็น ''ชำนาญการพิเศษ''

       
       ดร.ชุติมา กล่าวต่อว่า โดยผู้ที่สนใจสมัครเข้าระบบนี้จะต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการเอง และส่วนราชการนั้นๆ ต้องสมัครใจให้สมัครด้วย ผู้สมัครจะต้องจบปริญญาตรีและเป็นข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงในระดับปฏิบัติการ หรือ ซี 4-ซี 5 ที่สำคัญต้องมีประสบการณ์ทำงานภาครัฐอย่างน้อย 1 ปี โดยใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 8-13 ปี ซึ่งเขาจะสิ้นสุดโครงการเมื่อเป็นข้าราชการชำนาญการพิเศษ หรือ ซี 8
       
       ด้านส่วนราชการที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ เขาจะต้องมีการเซ็น MOU กับ ก.พ. ที่สำคัญเขาต้องเป็นส่วนราชการที่มีความพร้อมเรื่องกลุ่มบริหารงานบุคคลที่เข้มแข็งและต้องทำงานเป็นระบบ มีการดูแลผู้เข้าร่วมโครงการอย่างดี
       
       สำหรับสิ่งที่หน่วยงานจะได้จากโครงการ คือ โครงสร้างอายุราชการของหลายส่วนราชการจะอยู่ที่ 45-50 ปี ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าคนจะหายไปจากส่วนราชการจำนวนมาก ดังนั้น จะต้องมีการวางกำลังคนให้ดี ซึ่งโครงการนี้สามารถช่วยราชการในเรื่องของการวางกำลังคนได้
       
       ส่วนประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคือ ได้โอกาสในการทำงานที่ท้าทาย และตรงกับความรู้ความสามารถ รู้แผนการทำงานในอนาคตและได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง มีมุมมองที่หลากหลายผ่านการได้ทำงานแบบหมุนเวียน และรู้จักกับคนอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างส่วนราชการทั้งในระดับกระทรวงและกรม นอกจากนี้ เขาสามารถขอ 2 ขั้นในการปรับเงินเดือนได้โดยไม่ต้องรอโควตา
       
       อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ใช่โครงการที่ผลักดันให้ผู้เข้าร่วมโครงการเติบโตได้เร็วอย่างที่หลายฝ่ายคิด แต่เป็นการพัฒนาเขาอย่างเป็นระบบมากกว่า ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้เขาจะเห็นอนาคตการทำงานของตัวเองชัดเจนขึ้น เนื่องจากระบบงานราชการแบบเดิมเขาไม่มีสิทธิที่จะรู้ได้ว่าตัวเองจะต้องถูกเลื่อนไปอยู่ตำแหน่งใด ทำให้บางครั้งเมื่อก้าวสู่ตำแหน่งบริหารเขาไม่มีความรู้รอบด้าน แต่มีความรู้แบบตัวที คือรู้ด้านเดียว ทำให้บริหารคนไม่ได้
       
       ดร.ชุติมา กล่าวเสริมว่า ระบบนี้จะช่วยให้เขาเข้าใจการทำงานทุกอย่าง เช่น ถ้าเขาต้องการเป็นผู้บริหาร เขามาอยู่ระบบนี้จะทำให้ได้การทำงานที่หลากหลาย เมื่อเขาออกจากระบบไปจะสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ โดยระบบนี้ส่วนราชการที่เขาสังกัดจะเป็นคนประเมินเขาทุกระยะ เพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับตัวเขา ซึ่งหากผลประมาณออกมาต่ำกว่า 70% หรือประเมิน 2 รอบได้รอบละ 80% เขาจะต้องออกจากโครงการ
       
       โดยเป้าหมายของการพัฒนาภายใต้ระบบ HiPPS นั้น เนื่องจากงานราชการมีลักษณะที่หลากหลายและต้องการใช้บุคลากรหลายประเภทให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ดังนั้น ระบบนี้จึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่การพัฒนาผู้มีศักยภาพที่จะเติบโตไปเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างทาเลนต์สำหรับงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ หรืองานที่ต้องผสมผสานความเชี่ยวชาญหลากหลายด้านเข้าด้วยกัน
       
       ทั้งนี้ ระบบ HiPPS ได้มีการกำหนดประเภทข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูงไว้ 4 ประเภท คือ 1.ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพเฉพาะ 2.ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 3.ประเภทผู้บริหาร และ 4.ผู้ที่สามารถพัฒนาได้มากกว่า 1 ประเภท หรือ Superstar Type ทั้งนี้ ระบบมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาข้าราชการที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่ระบบนี้เป็น 1 ใน 4 ประเภทดังกล่าว
       
       สำหรับปัญหาเรื่องระบบเส้นสายนั้นเชื่อว่าไม่มีผลต่อการคัดผู้เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของโครงการคือคนรุ่นใหม่ และเป็นกลุ่มที่ตำแหน่งยังเล็กๆ อยู่ อย่างไรก็ตาม ระบบการคัดคนเข้าร่วมโครงการมีความเข้มข้น เพราะเป็นการคัดเลือกโดยส่วนราชการเอง และคัดเลือกโดย ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นการคัดเลือกที่โปร่งใส
       
       นอกจากนี้ โครงการยังช่วยป้องกันปัญหาการคัดเลือกคนไม่มีคุณภาพมาขึ้นตำแหน่ง เพราะคนที่เข้าร่วมโครงการจะมีโปรไฟล์งานของเขาให้ดู อย่าง การไปเป็นนักวิจัย ถ้าส่วนราชการเลือกคนที่ไม่เคยทำงานวิจัยเลยอย่างนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง
       
       สร้าง ''EAF''
       ตีกรอบการทำงาน

       
       ดร.ชุติมา กล่าวถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานในระหว่างเข้าร่วมโครงการว่า หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกจากส่วนราชการ และ ก.พ.แล้ว กระบวนการพัฒนาจะเริ่มจากการสร้างกรอบการสั่งสมประสบการณ์ (EAF หรือ Experience Accumulation Framework)
       
       โดยส่วนราชการและตัวผู้เข้าร่วมจะช่วยกันสร้าง ซึ่งจะต้องมองว่าเป้าหมายที่เขาต้องการพัฒนาไปจะอยู่ในตำแหน่งทางวิชาการหรือบริหารก็ได้ หลังจากนั้น เขาจะต้องดูว่าการไปสู่เป้าหมายนั้นได้จะต้องผ่านการทำงานที่ใด และใช้เวลาเท่าใด
       
       สำหรับระบบงานราชการในแบบเก่านั้น เขาจะไม่มีสิทธิรู้เลยว่าจะถูกย้ายไปที่ใด นอกจากส่วนราชการนั้นเขามีความพร้อมเรื่องการพัฒนาคนอยู่แล้ว เช่น กระทรวงการต่างประเทศ เขาจะมีกำหนดเลยว่าแต่ละปีจะต้องมีการโยกย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศกี่ปี
       
       ดร.ชุติมา กล่าวถึงผลตอบรับในโครงการนี้ว่า ที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี โดยโครงการนี้เริ่มเมื่อปี 2546-2547 มีส่วนราชการที่เข้าร่วม 4 ส่วนราชการ ปัจจุบันมีส่วนราชการที่เข้าร่วมถึง 80 ส่วนราชการ จากทั้งหมด 130 กว่าส่วนราชการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ 229 คน เนื่องจากบางส่วนจบโครงการไปแล้วซึ่งเขาก็มาเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการรุ่นใหม่ๆ สำหรับปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการ 161 คน ซึ่งจะเป็นรุ่นที่ 5 ของโครงการ
       
       สำหรับปัญหาของโครงการนี้ คือ 1.ความยากในการสร้าง EAF เนื่องจากที่ผ่านมาการทำงานของส่วนราชการเป็นแบบตัวที ทำให้มองภาพไม่ออกว่าจะต้องส่งไปในหน่วยงานใด 2.บางครั้งหน่วยงานยังไม่พร้อมส่งคนไปหน่วยอื่น เพราะคนใหม่ยังไม่ได้เทรน 3.ไม่มั่นใจว่าหน่วยงานใหม่จะดูแลคนของตัวเองได้ดีเท่ากับตัวเองหรือไม่ และ 4.การขาดความเข้าใจของส่วนราชการ
       
       อย่างไรก็ดี ก.พ. ไม่ได้หวังว่าทุกส่วนราชการจะต้องเข้าร่วมโครงการนี้ แต่เขาสามารถเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ทำเป็นโครงการของส่วนราชการเขาเองได้ก็พอแล้ว โดยในวันที่ 7 กันยายน 2552 ก.พ.จะจัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ของ HiPPS ภายใต้ชื่อ ''HiPPS มุ่งสู่ทศวรรษแห่งการบริหารกำลังคนคุณภาพ'' ซึ่งงานนี้จะมีส่วนราชการที่ได้ใช้ HiPPS ในการพัฒนาคนแล้วประสบความสำเร็จ อย่าง กรมชลประทาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เป็น รักษาการผู้อำนวยการสถาบัน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้เข้าร่วมโครงการนั้นจะเข้าร่วมในปีนี้ ก็จะมาพูดคุยให้ฟัง

ที่มา : ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 5104 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์