เสน่ห์ของความเป็นมือใหม่

เสน่ห์ของความเป็นมือใหม่ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

By vanus

หากเปรียบการบริหารธุรกิจเป็นการขับรถ เมื่อปี 2528 ที่ผมมาทำงานกับธุรกิจของครอบครัวแรกๆ ก็เหมือน ‘คนขับรถมือใหม่’ ที่ยังไม่ชำนาญเส้นทาง และไม่มีเทคนิคการขับที่ดีพอ จึงจำเป็นต้องสะสมชั่วโมงบินในสถานการณ์ที่ยากลำบากให้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาเทคนิคการขับ จึงจะเป็นผู้ขับขี่ที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรให้ไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

 

ในช่วงแรกของการทำงานที่เบทาโกรผมรับผิดชอบงานด้านวางแผนของบริษัท เมื่อถึงฤดูจัดทำงบประมาณหรือแผนธุรกิจประจำปี ผมจะเข้าหาเหล่าผู้จัดการของบริษัทและพูดคุย สอบถามถึงสิ่งที่บริษัทต้องการจะทำในอีก 1-3 ปีข้างหน้า โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจที่มีในตัวของผู้จัดการเอง แทนการวิเคราะห์ข้อมูลและเดินตามรูปแบบของการทำแผนยุทธศาสตร์ทั่วไป ที่ทำเช่นนี้อาจเป็นเพราะยังหาจุดเริ่มต้น และกระบวนการที่เหมาะสมไม่ได้

 

ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบที่ได้คือ ‘ทุกคนต้องการขยายงานเป็นอย่างมาก’ ซึ่งถูกทางกับผมพอดี เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยทำงานด้านวิจัยโครงการเพื่อขอกู้เงินธนาคารให้กับลูกค้ามาแล้ว เมื่อสมัยทำงานที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ แต่ครั้งนี้จะเป็นการทำโครงการในธุรกิจของครอบครัวตัวเอง นับเป็นการเชื่อมต่อประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานในบริษัทอื่นกับการพัฒนาธุรกิจของครอบครัวได้เป็นอย่างดี

 

“แล้วทำไมทุกคนจึงมีความต้องการขยายงานมากเช่นนี้?” จากการสนทนา จึงทราบว่าแนวทางการอนุมัติโครงการของบริษัทในอดีตที่ผ่านมานั้นยังไม่ชัดเจน ทำให้ผู้นำเสนอมีความยากลำบากมากในการจัดทำแผนงาน ดังนั้นผมจึงเป็นตัวกลางในการนำโครงการขยายงานเสนอต่อผู้บริหาร ซึ่งคำตอบที่ได้ในเบื้องต้นค่อนข้างไปในทางปฏิเสธ แต่ผู้ใหญ่ก็ยังให้โอกาสโดยบอกว่า “ถ้าธนาคารให้การสนับสนุน (กู้ธนาคารได้) ก็ให้ทำ” ซึ่งบังเอิญว่าเป็นสิ่งที่ผมพอมีความรู้อยู่บ้าง โครงการทั้งหลายจึงได้ทำ  จำได้ว่าโครงการแรกที่เสนอกับธนาคารในรูปแบบใหม่ และได้รับอนุมัติ คือ โครงการฟาร์มไก่พันธุ์ที่อำเภอปากช่อง

 

เป็นธรรมชาติของโครงการที่เมื่ออยู่ในกระดาษแล้วจะดูดีไปเสียหมด แต่เมื่อได้ทำจริงแล้วผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ กล่าวคือในยุคแรกของการทำโครงการ ช่วงต้นๆ ผลตอบแทนมักจะต่ำกว่าแผนเสมอ แต่ในที่สุดก็กลับมาทำกำไรได้ ซึ่งทำให้การคืนทุนล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด จากการทบทวนโครงการพบว่าการวางแผนนั้นยังไม่ละเอียดและรัดกุมดีพอ ประกอบกับการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าแผน จึงส่งผลให้โครงการได้ผลตอบแทนล่าช้า ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจในวงจรคุณภาพ Plan (วางแผน) Do (ดำเนินการ) Check (ตรวจสอบผล) Act (แก้ไขและต่อยอด) หรือ P-D-C-A ดีขึ้น และยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการทำโครงการต่อๆ มา

 

หลังจากที่โครงการเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่มักได้ยินตามมา คือ ในช่วงต้นก็ห่วงว่า “โรงงานที่สร้างจะใหญ่เกินไปไหม” และต่อมาก็จะได้ยินคำพูดว่า “สียังไม่แห้งก็ขยายอีกแล้ว” อันเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นกว่าแผน ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยากมากในการวางแผนโครงการ เพราะขั้นตอนของการวางแผน การออกแบบโรงงาน การก่อสร้าง การติดตั้งเครื่องจักร นั้นใช้เวลาค่อนข้างนานจนค่าสมมติฐานที่ใช้คำนวณในเบื้องต้นเปลี่ยนไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาวิธีการดำเนินการกันต่อไป

 

อย่างไรก็ดีการขยายงานอย่างต่อเนื่องและพร้อมกันหลายโครงการบนฐานบุคลากรที่มีจำนวนค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังมีความรู้ในทางการบริหารไม่มาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและผลประกอบการโดยรวมยังไม่ดี

 

ผู้ใหญ่ในองค์กรรวมทั้งทีมบริหารจึงตระหนักว่า ‘ขนาดขององค์กรอย่างเดียวไม่ใช่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ แต่การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพต่างหากที่มีความสำคัญยิ่งกว่า’ ประกอบกับการที่ผมมีความรู้สึกต่อคำว่า ‘คุณภาพ’ เปลี่ยนไป จากที่ได้สัมผัสจริงในการดูงานหลายครั้งกับบริษัทร่วมทุน และได้เห็นถึงมาตรฐานคุณภาพด้านอาหารที่สูงมากของประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นเหตุจูงใจให้เกิดแรงผลักดันเรื่องคุณภาพอย่างมาก และต้องการที่ปรึกษามาช่วยงาน

 

เรื่องของคุณภาพ จำได้ว่าเคยฟังจากอาจารย์ในชั้นเรียน MiniIE (ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ) แต่ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งในประเด็นของผู้สอน จนวันหนึ่งได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารกับผู้บริหารระดับสูงในประเทศญี่ปุ่น อาหารหลักอร่อยมาก แต่ประทับใจกับผลไม้มากกว่า ซึ่งก็คือ แตงญี่ปุ่น (Melon) โดยผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่นบอกว่า “แตงญี่ปุ่นร้านนี้

 

หวานอร่อยอย่างนี้ทุกครั้ง” ทำให้ผมเข้าใจว่าผู้บริโภคได้มีความคาดหวังกับคุณภาพในระดับนี้ตลอดเวลา ถึงตอนนี้คงไม่ต้องถามว่าคุณภาพคืออะไร เพราะสิ่งที่ผมได้สัมผัสนั้นได้ตอบตัวมันเองหมดแล้ว

 

“จะทำอย่างไรจึงจะตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้” การพัฒนาระบบงานและบุคลากรทั่วทั้งองค์กรให้ไปในเป้าหมายเดียวกัน และการทำงานอย่างเป็นระบบจะสร้างความมั่นใจได้ว่า “ลูกค้าจะได้ใช้สินค้าและรับบริการที่ตรงตามความคาดหวังทุกครั้ง” นับเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก แต่สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องสนุก เพื่อนร่วมทีมทุกคนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญก็ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง

ถึงแม้ว่าจะมีประสบการณ์ทำงานจากที่อื่นมาแล้วกว่าปีครึ่งก็ตาม แต่ก็นับว่าน้อยสำหรับการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ การลงหน้างานจริง การเรียนรู้ และการปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้พัฒนาการเร็วขึ้น ประกอบกับความเป็น ‘มือใหม่’ ที่ยังไม่มีหน้า (ให้แตก) มาก จึงสามารถลองผิดลองถูกได้เต็มที่ ตราบเท่าที่ความผิดพลาดนั้นยังสามารถแก้ไขได้ ซึ่งเป็นสิ่งดีมากในกระบวนการเรียนรู้โดย “หากผิดพลาดก็หัดแก้ไขและจำเป็นบทเรียน หากทำถูกก็ถือไว้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป”

 

จากหลายส่วนช่วยเสริมจึงเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นี่คือ เสน่ห์ของความเป็นมือใหม่ และที่สำคัญท้ายสุดนี้ คือ การเรียนรู้นั้นไม่มีวันสิ้นสุด จะต้องเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือ มือเก่าก็ตาม

ที่มา : bangkokbiznews.com





จำนวนผู้ชม 4239 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์