ฉลาดแกมโกง

ฉลาดแกมโกง | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



คอลัมน์ โรคแห่งการบริหาร

โดย สุจินต์ จันทร์นวล

ถ้าจะว่าไปเขานับว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ขยันเอามากๆ วันๆ ห้องทำงานเขาไม่ว่างเลย เดี๋ยวลูกน้องคนนั้นเข้าหา เดี๋ยวคนนี้เข้าหา สลับฉากกับแขกหรือผู้มาติดต่อจากภายนอก ตกเย็นกว่าจะกลับก็หลังเวลาเลิกงานปกติไปแล้ว เพราะเขาจะใช้เวลาสะสางกับกองเอกสารบนโต๊ะที่เป็นพะเนินเทินทึก หรือไม่ก็ประชุมลูกน้อง

เจ้านายใหญ่ก็รู้สึกพอใจกับ เพอร์ฟอร์แมนซ์ของเขา ให้ความเชื่อถือและเกรงอกเกรงใจอยู่ไม่น้อย จนทำให้เขาถีบตัวขึ้นมาในระดับแนวหน้าของบรรดา มือรองๆ จากเจ้านายใหญ่ที่มีอยู่ 2-3 คน

เขาดูแลลูกน้องในเรื่องผลประโยชน์และสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ได้จากบริษัทเป็นอย่างดี เกินหน้าเกินตาลูกน้องของผู้บริหารคนอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันเสมอ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเชิงบริหารอยู่มากพอสมควร

ผู้บริหารคนอื่นไม่พูด ได้แต่คอยดูว่า เจ้านายใหญ่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่ เจ้านายใหญ่ก็เฉย คนอื่นก็เลยหุบปากไม่อยากหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาให้เจ้านายใหญ่ไม่สบายใจ

นานวันเข้าเลยทำให้เขายิ่งฮึกเหิม คือนอกจากเขาจะทำให้ลูกน้องโดยตรงของเขาดูเหนือกว่าลูกน้องคนอื่นในด้านต่างๆ แล้ว เขายังสามารถสร้างสถานะของตัวเองให้ดูเหนือกว่าผู้บริหารคนอื่นๆ ในระดับเดียวกับเขาด้วย

จนกระทั่งแสดงออกราวกับว่าเขาคือเบอร์ 2 รองจากเจ้านายใหญ่ ทั้งๆ ที่ตำแหน่งรองๆ จากนายใหญ่นั้นมีด้วยกันถึง 2-3 คน สังเกตได้จากบทบาทในการประชุม

ด้วยการยึดที่นั่งด้านขวาของเจ้านายใหญ่ในโต๊ะประชุม การเป็นผู้นำในการพูด ในการออกความเห็น และการคัดค้านผู้บริหารคนอื่นที่เห็นไม่ตรงกับเขาด้วยลีลาที่ไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกยังไงกับเขา พอใจไม่พอใจไม่สน คนอื่นๆ มักจะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย เพราะไม่มีใครอยากจะทำให้เกิดบรรยากาศความขัดแย้ง ในระดับบอร์ดบริหารของบริษัท

บทสรุปของเขามักจะออกมาในลักษณะฟันธง จนกระทั่งบางครั้งนายใหญ่ต้อง ยื่นมือเข้ามาเป็นฝ่ายประนีประนอม หาทางออกโดยการชะลอประเด็นที่ถกเถียงนั้นเอาไว้ก่อน

เมื่อใดที่เหตุการณ์ออกมาในรูปนี้ เขามักจะขอคุยกับนายใหญ่เป็นการส่วนตัวทันทีเมื่อจบการประชุม และทุกคนออกจากห้องประชุมไปแล้ว คนอื่นๆ อ่านสถานการณ์ออกว่าเขากำลังพยายามทำอะไรกับนายใหญ่ กับบริษัทนี้

เขาต้องการถือไพ่ที่เหนือกว่าจนสามารถต่อรองและบีบนายใหญ่ได้ในหลายๆ แง่มุม เขาสร้างความสำคัญและน้ำหนักของตนเองจนเห็นว่าบริษัทนี้ไม่มีเขาไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เงินเดือนเท่านั้นที่เขาควรจะได้ แต่มันต้องได้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์อื่นๆ ด้วย ในฐานะที่เขาเป็นผู้หนึ่งที่หาเงินเข้าบริษัทได้มากกว่าผลงานของผู้บริหารคนอื่น

มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะในสไตล์การบริหารของเขา เขาคือศูนย์กลางแห่งอำนาจ และการตัดสินใจแต่ผู้เดียว คือการวางลูกน้องตัวคีย์ๆ ของเขาไว้ในระดับเท่ากันหมด ไม่มีตำแหน่งรอง ไม่มีตำแหน่งผู้ช่วย มีแต่ตำแหน่งผู้จัดการเป็นตับ ทุกคนขึ้นกับเขาโดยตรง รับคำสั่งจากเขาแต่ผู้เดียว อนุมัติอะไรต่างๆ โดยเขาแต่ผู้เดียว ใครจะทำอะไรยังไงเขาต้องรู้ ต้องรายงาน และต้องมาขออนุมัติจากเขาก่อน ห้ามใครตัดสินใจเองโดยพลการ พูดกันในบริษัทไม่ได้ก็ต้องใช้วิธีโทร.หาเขา

เขาไม่สนใจว่าลูกน้องเขาเองจะสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกันหรือไม่ ให้ทำงานตามหน้าที่และตามคำสั่งของเขาออกมาให้ได้ก็พอ เขาชอบที่จะลงไปล้วงลูกในทุกระดับ ใครทำให้เขาพอใจได้ ใครสนองความต้องการเขาได้ คนนั้นก็จะได้อะไรๆ เป็นพิเศษตอบแทนจากเขา

ใครๆ ก็รู้ว่าเขามีนอกมีในโดยเฉพาะ ลูกน้องเขาเอง จากงานที่เขารับผิดชอบ แต่ไม่มีใครพูดเพราะเขารู้จักที่จะเอามาแบ่งปันให้ลูกน้องบ้าง เขาพูดกับลูกน้องเป็นทำนองว่า พวกเราคือเสือที่ต้องไปหาเนื้อสดมาให้นาย เราคาบเนื้อมา มันก็ต้องมีเศษเนื้อติดฟันอยู่บ้างก็เท่านั้น

แต่ผู้บริหารระดับเดียวกันกับเขา มีข้อมูลพอจะรู้ว่าเนื้อก้อนนั้นกว่าจะมาถึงนายมันก็เหลือไม่เต็มก้อนที่แท้จริง เพราะเขาแอบกลืนไปบ้างระหว่างทางอย่างแนบเนียน ไม่มีใครอยากจะพูดอะไร พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีเป็นภัยกับตัวเองด้วย สู้ปล่อยไปตามทางใครทางมันดีกว่า

มันเป็นเรื่องของนายใหญ่ผู้เป็นเจ้าของบริษัทว่าจะจัดการอย่างไร บริษัทของเขา ธุรกิจของเขา บรรดาผู้บริหารซึ่งก็มีฐานะแค่ลูกจ้างคงทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครจะคิดว่านายใหญ่รู้ไม่เท่าทัน คนระดับเจ้าของธุรกิจมีหรือจะไม่รู้ว่าผู้บริหารคนไหนเป็นยังไง ใครซื่อไม่ซื่อแค่ไหน

บรรยากาศในองค์กรนี้มันก็อยู่กันแบบต้องตีสองหน้า ไม่มีใครเชื่อใจใคร ไม่มีใครจริงใจกับใคร ตัวใครก็ตัวมัน คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้มีฝีมือ มีอุดมการณ์ อยู่กันได้ไม่นานสักราย แม้เงินเดือนค่าตอบแทนจะอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม แต่ในกลิ่นอายและคราบไคลของการเมือง บรรยากาศอึมครึมในองค์กรแบบนี้ คนที่ยังอยู่กันได้ก็คือคนที่คุ้นเคยและไม่มีทางจะไปไหนได้เท่านั้น

เขาก้าวไปอีกขั้นถึงขนาดแอบตั้งบริษัทของตัวเอง โดยเอาลูกน้องระดับคีย์ๆ บางคนให้เข้าหุ้นมีส่วนร่วมด้วยเพื่อให้ลงเรือลำเดียวกัน เพราะบริษัทที่ตั้งขึ้นมานั้นหากินรับช่วงงานจากบริษัทแม่บ้าง ซื้อของมาขายต่อให้บ้าง

บริษัทเริ่มมีกำไรน้อยลง ประกอบกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจสถานะของบริษัทจึงแย่ลง ต้องมีการให้เออร์ลี่รีไทร์และยุติธุรกิจของบางบริษัทในเครือลง รวมทั้งบริษัทในเครือที่เขารับผิดชอบอยู่ด้วย บทบาทของเขากับนายใหญ่ก็ยุติลงแบบไม่ต้องมองหน้าหรือพูดถึงกันอีกเลย

มีคนใกล้ชิดกับวงในเล่าให้ฟังว่า ที่นายใหญ่ปล่อยให้เขาแทะกินบริษัทมาตลอดก็เพราะว่าเขากำความลับในทางลบเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของนายใหญ่ ไว้หลายเรื่อง และในบางเรื่องเขาก็เป็นมือที่ทำให้นายใหญ่

ดังนั้น จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่นายใหญ่มักจะดูเกรงอกเกรงใจและให้การสนับสนุนเขามากกว่าผู้บริหารคนอื่นๆ เพราะมันก็เหมือนกับการที่เขามีอำนาจต่อรองอยู่เบื้องหลัง หรือการแบล็กเมล์นายใหญ่อยู่ในทีตลอดเวลา

และนายใหญ่ก็หาจังหวะที่จะยุติสถานการณ์นี้อยู่ แต่หาโอกาสไม่ได้ จน ไทมิ่งของวิกฤตเศรษฐกิจเอื้ออำนวยจึงเลือกเอาวาระนี้ แต่กว่าจะลงตัวได้ก็เกิดความขัดแย้งกันรุนแรงถึงขนาดจะเอาขึ้นโรงขึ้นศาลกัน และจนในที่สุดนายใหญ่ก็ต้องสูญเงินก้อนโตพอสมควร

ลูกน้องก็แตกฉานซ่านเซ็น ตัวใครตัวมัน เขาไม่ได้ช่วยเหลือหรือโอบอุ้มลูกน้องคนไหน และก็ไม่มีลูกน้องคนไหนที่จะยังมีความรู้สึกและสายสัมพันธ์ที่หลงเหลือในทางดีกับเขา

เขาต้องออกจากวงการไปโดยหมดสิทธิจะกลับมาอีก เพราะผู้คนในแวดวงต่างก็รับรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ไม่มีใครอยากคบกับเขา ไม่มีธุรกิจไหนต้อนรับเขา เขากลายเป็นคนที่สังคมรังเกียจ มันส่งผลกระทบไปถึงลูกเขาด้วยที่เพิ่งเริ่มเข้าไปสู่เวทีการทำงานในฐานะลูกจ้าง

ตั้งแต่นั้นมานายใหญ่ก็ใช้สไตล์ของเขามาทำงาน โดยไม่ยอมมีมือบริหารระดับสูงมาช่วยงานอีก ใช้นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง ให้มีผู้จัดการเป็นแถวยาว โดยนายใหญ่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของผู้จัดการเสียเอง รวมศูนย์อำนาจไว้แต่ผู้เดียว

ขายบริษัทในเครือที่ต้องใช้ผู้บริหารรับผิดชอบเสีย เหลือแต่เพียงบริษัทแม่ที่หันเหนโยบายธุรกิจไปทำธุรกิจอะไรที่ใช้คนน้อยที่สุด และเป็นคนที่ไม่จำเป็นจะต้องมี โปรไฟล์ระดับสูงๆ ก็ได้ เช่นการเป็นนายหน้าเป็นโบรกเกอร์ หากินทางคอมมิสชั่น ไปเข้าหุ้นร่วมทุนกับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีการบริหารจัดการที่ทันสมัยโปร่งใสแทน

มีคนได้ยินนายใหญ่พูดว่า ชอบคนเก่งคนฉลาด แต่ต้องฉลาดต้องเก่งแบบไม่แกมโกง

หน้า 33

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน





จำนวนผู้ชม 3757 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์