บริหารแบบ Entrepreneur

บริหารแบบ Entrepreneur | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM


''บริหารแบบ Entrepreneur'' สไตล์ ชไมภรณ์ เอื้อไพโรจน์กิจ
เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่ "ผู้หญิง" เข้ามามีบทบาทผู้นำทางเศรษฐกิจ การเมือง ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ซึ่งในอดีตนั้น ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากที่ผู้หญิงจะมีโอกาสขึ้นมานั่งในตำแหน่งสูงสุด หรือ ซีอีโอของบริษัทใดๆได้โดยง่าย

แต่วันนี้ซีอีโอหญิงหลายคนได้พิสูจน์ถึงความสามารถในการทำงาน หนึ่งในนี้ คือ "ชไมภรณ์ เอื้อไพโรจน์กิจ" ประธาน บริษัท เฮงเค็ล(ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารหญิงคนแรกในไทยและหนึ่งเดียวของกลุ่มเฮงเค็ลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ผลงานตลอดหลายปีที่ผ่านมาในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เธอไม่เพียงนำพาธุรกิจฝ่าวิกฤติจากยอดขายที่ตกต่ำและต้นทุนที่พุ่งสูงจากการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ที่อมตะนครในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ 2540 ซึ่งสามารถพลิกฟื้นจนผลการดำเนินงานกลับมาพุ่งแรง ตัวเลขระหว่างปี 2541-2546 เพิ่มขึ้นถึง 318% เท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างธุรกิจและผนวกรวมกิจการในไทยที่บริษัทแม่ในเยอรมนีเทกโอเวอร์ธุรกิจเข้ามาหลากหลาย รวมเป็นหนึ่งเดียว พร้อมๆกับการสร้างไทยเป็น "ฮับการผลิตและเทคนิคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน)"

และทำให้วันนี้ เฮงเค็ล ประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจ 2 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงาน และธุรกิจผลิตภัณฑ์กาว & เคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว มีพนักงาน 450 คน มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมไปถึงกำไรที่โดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจกาวทั้งด้านยอดขายและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

นับตั้งแต่ชไมภรณ์เข้ามาร่วมงานที่เฮงเค็ล เธอมีบทบาทสำคัญในการพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้หญิงก็สามารถบริหารงานได้ดี หากได้โอกาส และคนไทยก็มีความสามารถที่จะบริหารกิจการของต่างชาติได้ และยังทำให้ เฮงเค็ล ประเทศไทย วันนี้กลายเป็นต้นแบบธุรกิจให้กับประเทศต่างๆในกลุ่มเฮงเค็ลนำไปใช้ โดยเฉพาะการบุกเบิกและทดสอบตลาด สำหรับเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งทางบริษัทแม่ค่อนข้างเชื่อถือเพราะถ้าลองทำตลาดในไทยแล้วประสบความสำเร็จก็จะนำรูปแบบไปใช้กับประเทศอื่นๆในเอเชีย-แปซิฟิก "เราเองก็มองตรงนี้ว่า เป็นความท้าทาย และพยายามทำให้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการยอมรับความเปลี่ยนแปลงของพนักงาน จึงทำให้ทำงานได้ง่าย และสุดท้ายก็ได้ความเชื่อถือกลับมา"

ผู้บริหารสาวโสดวัย 40 ต้นๆ ย้อนความรู้สึกในอดีตให้ฟังว่า เป็นเด็กกรุงเทพฯจบมัธยมที่สตรีวิทยา และเอนทรานซ์เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ช่วงอยู่ปี 3 เคยไปฝึกงานแล็บที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ จึงได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ชอบงานด้านนี้ พอเรียนจบจึงหันมาเป็นเซลส์ เริ่มต้นทำงานกับบริษัทเทรดดิ้ง ขายผลิตภัณฑ์ให้กับ เฮงเค็ล จนกระทั่งในปี 2533 เฮงเค็ลมีตำแหน่งงานว่างจึงได้เข้ามาร่วมงาน เป็นผู้จัดการขาย Surface Technologies ช่วงที่ทำงานก็ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตอนนั้น เฮงเค็ลยังเป็นบริษัทเล็กๆ เช่าบ้านเป็นออฟฟิศ ใช้ชื่อว่า เฮงเค็ลไทย (1999) และมีโรงงานอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ทำอยู่ 8 ปีจึงได้ขึ้นเป็นผู้จัดการแผนก จนถึงปี 2546 เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการ พร้อมกับดูแลส่วนธุรกิจเทคโนโลยีกาวที่ตั้งขึ้นใหม่จากการรวมธุรกิจเฮงเค็ลกับล็อคไทต์ และเปลี่ยนชื่อเป็น เฮงเค็ล(ประเทศไทย)จนกระทั่งกลางปี 2548 ได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท และยังได้สวมหมวกอีกตำแหน่งคือผู้จัดการประจำประเทศไทยฝ่ายเทคโนโลยีกาว

"การบริหารงานจะมุ่งเน้นเรื่อง team effort ขณะเดียวกันก็พยายาม balance ความต่างและความซับซ้อนทางธุรกิจ โดยเฉพาะวิธีการดำเนินงาน ที่บางครั้งก็ต้องเข้าใจความต่างในการขับเคลื่อนแต่ละธุรกิจ เพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย"

ชไมภรณ์กล่าวพร้อมกับยอมรับว่า การทำงานตลอด 17 ปีที่ผ่านมา มีทั้งความสนุกและท้าทาย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจากการเทกโอเวอร์กิจการเข้ามา ทำให้ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารธุรกิจ "สิ่งที่ดีใจคือ เราทุ่มลงไปแล้วมันเกิดพัฒนาการด้านบวก และความสำเร็จ ให้เห็น เหมือนกับเราปลูกต้นไม้แล้วได้เห็นมันโต แต่ถ้าเราไม่ตัดแต่ง ไม่ใส่ปุ๋ย มันก็จะเหี่ยวลงไปเรื่อยๆ"

โดยเฉพาะสิ่งที่เธอทำมาตลอด คือ การสร้างจุดต่างในการนำนโยบายบริษัทมาปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ ด้วยการปรับใช้ให้สอดคล้องกับตลาดในไทย สร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า พร้อมกับพัฒนาให้เกิด value added แต่ขณะเดียวกันก็มองผลในระยะยาวเพื่อตอบแทนให้กับพนักงานและสังคมไทยที่จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย

เธอเล่าว่า เฮงเค็ล ก่อตั้งมานานกว่า 130 ปี โดยครอบครัวเฮงเค็ล และยึดแนวทางการบริหารแบบครอบครัวมาตลอด แม้วันนี้พัฒนาการของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปสู่ระดับสากล เนื่องจากในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาเฮงเค็ลเทกโอเวอร์กิจการที่มีวัฒนธรรมต่างกันเข้ามาหลากหลายแห่ง " แต่วันนี้เฮงเค็ล สามารถผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ถือเป็นความท้าทาย และการเปิดกว้างที่จะเรียนรู้ เพื่อนำจุดดีของแต่ละบริษัทที่เทกโอเวอร์นั้นมาปรับใช้และต่อยอดให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

เช่นเดียวกับการบริหารงาน ที่เธอเผยว่า ไม่มีใครเป็น role model ตรงๆ แต่เรียนรู้และนำจุดดีในการบริหารหลายๆเรื่องของผู้บริหารเฮงเค็ลที่เคยร่วมงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน มาทบทวน แล้วก็เก็บเล็กผสมน้อย นำมาปรับใช้ บวกกับการใช้ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่า ซีอีโอต้องคิดเสมือนว่าเราเป็นเจ้าของกิจการ( Entrepreneur)ที่เป็นคนถือหางเสือธุรกิจ "จากขอบข่ายของงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ต้องพยายามที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย เพื่อให้คนรุ่นหลังนำไปใช้เป็นตัวอย่างเพื่อทำให้ได้ดีกว่า"

พร้อมกับให้ข้อคิดผู้บริหารรุ่นใหม่ "สิ่งที่ตัวเองใช้มาตลอด คือ ต้องมองไกล และมีโอกาสต้องทำให้ดีที่สุด เพราะโลกเปิดเสรีและโอกาสเปิดกว้าง อย่าให้เรื่องเพศมาเป็นอุปสรรคของการทำงาน แต่ควรใช้ความได้เปรียบของการเป็นผู้หญิงมาใช้ในการทำงานและลดข้อเสียเปรียบทิ้งไป เพราะในโลกการทำงานที่เท่าเทียมกันเราต้องเลือกใช้ให้เป็นประโยชน์"

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอหมั่นเตือนพนักงานอยู่เสมอ คือ "โอกาสมาเมื่อไหร่ไม่รู้ สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมตัวให้พร้อม ปิดจุดอ่อนและทำจุดแข็งให้มากขึ้น เพราะเมื่อโอกาสมาแต่เราไม่พร้อม ก็จะเสียโอกาสให้กับคนที่พร้อมกว่าเรา"



เป็นสาวโสดที่ทุ่มเทให้กับการทำงานเพราะความสนุกและชอบความท้าทาย จนลืมนึกถึงเรื่อง work life balance ทำให้ไลฟ์สไตล์วันว่างของเธอมีโอกาสได้แค่ช็อปปิ้งบ้าง ปลูกต้นไม้บ้าง ให้เวลากับคุณแม่บ้าง ที่ยังไม่ได้ทำและถือเป็น

 

 

ที่มา : thannews.th.com





จำนวนผู้ชม 3182 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์