การทำงานกับคนเป็น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

การทำงานกับคนเป็น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM


''การทำงานกับคนเป็น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด'' ภัทรียา เบญจพลชัย
"คนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การทำงานกับคนเป็น จึงนับเป็นเรื่องสำคัญสุด จะทำอย่างไรให้คนรอบข้างมีความมุ่งมั่นไปในทางเดียวกัน เห็นเป้าหมายเดียวกันได้"

 

อีกไม่เกิน 3 เดือนดี การทำงานในตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ของคุณ ภัทรียา เบญจพลชัย ก็จะเดินมาถึงครึ่งทางของวาระในตำแหน่ง 4 ปี หลังจากที่เธอได้รับการแต่งตั้งจากบอร์ดเมื่อ 1 มิถุนายน 2549 แทนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ได้ขอลาออกไป และนับเป็นช่วงทำงานที่ต้องยอมรับว่าสร้างความกดดันให้ผู้อยู่ตำแหน่งนี้ไม่ใช่น้อย

เพราะแค่ครึ่งปีแรก ภัทรียาก็ต้องเจอกับปัญหาความท้าทาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน 2 เรื่องใหญ่ก็คือ 1.เหตุการณ์การยึดอำนาจการบริหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 จนตลาดหลักทรัพย์ ฯต้องถูกคำสั่งให้หยุดการซื้อขาย และต้องออกแผนฉุกเฉิน ( Emergency Plan )ตามมา เพื่อรับมือนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ยังตื่นตระหนก รวมถึงเรื่องการเลื่อนการชำระราคาส่งมอบออกไปอีกวันซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ขณะนั้น 2. การประกาศมาตรการควบคุมเงินทุนระยะสั้นไหลเข้า ( Capital Inflow ) 30 % ของธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 18 ธ.ค. 2549 ที่ฉุดให้ดัชนีหุ้นวันที่ 19 ธ.ค. 2549 ร่วงไปกว่า 19% และทำให้ตลาดเกือบต้องหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว ( Circuit Breaker ) ในสเต็ป 2

แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็เป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะในค่ำวันนั้นเอง เธอพร้อมด้วยกลุ่มโบรกเกอร์ ,คัสโตเดียนก็ได้เข้าหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ) ตลอดผู้ว่าการแบงก์ชาติ ( ดร.ธาริษา วัฒนเกส)เพื่อเสนอให้ยกเว้นมาตรการดังกล่าวกับเงินที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น โดยแจงวิธีในการแยกแยะระหว่างเงินที่ไหลเข้าเพื่อลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือการแยกบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ ( Non Residence ) จนในที่สุดทางการก็ยอมผ่อนผันซึ่งให้มีผลในทันที

"การที่หุ้นตกในวันนั้นร่วม ๆ 20% ไม่ใช่ธรรมดา ก็มีกังวล แน่นอนและ ต้องออกไปพูดกับผู้สื่อข่าว นักลงทุน และทั้งวันก็ไม่แน่ใจว่ากลับไปเสนอแล้วทางแบงก์ชาติและรมต.คลังจะเห็นด้วยหรือเปล่า แต่เราก็ได้เตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อจะกลับไปชี้แจงเรื่องนี้ "

หรืออย่างผลกระทบจากมาตรการและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อนักลงทุนและตลาดหุ้น อาทิ พ.ร.บ. ธุรกิจต่างด้าว ,กรณีของ ปตท. ก่อนที่ศาลจะตัดสินในเวลาต่อมาให้บริษัทคืนสินทรัพย์บางส่วนกลับไปยังกระทรวงการคลัง ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยข้อมูล คำอธิบายจากคนที่เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ฯ แต่เธอก็ผ่าด่านผ่านช่วงนั้นมาด้วยดี

ภัทรียา กล่าวว่า ช่วงทำงานในตำแหน่งที่ผ่านมา เธอมีทั้งความหนักใจ แต่ในความหนักใจก็มีความมุ่งมั่นว่าจะต้องผ่านอุปสรรคต่าง ๆไปได้ เพราะในภาวะความเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสที่เราจะก้าวข้าม อย่างในกระแสการเปลี่ยนแปลงตลาดทุนโลก ก็ต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ปรับตัวเองให้ทันกับโครงสร้างตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ที่อื่นๆซึ่งเปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่เช่นนั้นก็จะแข่งขันสู้ไม่ได้ และการปรับตัวก็ไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เพื่อ stake-holder ( ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ) อาทิบริษัทสมาชิก นักลงทุน ประชาชนผู้ออม ที่ใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือ

และในช่วงการทำงานที่เหลือ เป้าหมายที่เธออยากเห็น ก็คือการที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันผลักดันแผนพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ ฯ" Capital Market Development Plan "ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติได้ เพราะแผนดังกล่าวจะเป็น road map การพัฒนาวางยุทธศาสตร์ ,ขยายสินค้า และสร้างมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ไทย ( marketcap ) อย่างน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าจีดีพีประเทศ ก็อยู่ระดับเกินกว่า 100% หรือเติบโตไม่น้อยกว่า 1.7 เท่า จนสามารถเป็นเสาหลักเศรษฐกิจหรือการลงทุนให้กับประเทศได้

ภัทรียาไม่ใช่ผู้บริหารหญิงคนแรก หากเป็นลูกหม้อหญิงคนแรกในตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยหลังจากที่เธอจบปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต สาขาทฤษฎี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2518 เธอก็ได้มาเริ่มงานแห่งแรกที่กรมสรรพากร แต่ทำได้เพียง 6 เดือน เมื่อตลาดหลักทรัพย์ ฯเปิดรับสมัครพนักงาน ในเดือนตุลาคม เธอจึงไปสมัครสอบในตำแหน่งพนักงานขั้นต้น และเป็นพนักงานหมายเลขที่ 20

"ถามว่าเราคิดไหมว่าจะมานั่งในตำแหน่งนี้ วันแรกที่เข้ามา ตลาดหลักทรัพย์ฯมีผู้จัดการคือคุณศุกรีย์ แก้วเจริญ ตอนนั้นเรายังตัวเล็ก มันก็ยังห่างกันมาก และเทียบกันไม่ได้เลย แต่ก็ได้เห็นความสามารถ ความเป็นผู้นำ เห็นการทำงานที่เข้มแข็งของท่าน ก็ไม่ได้คิดอะไร ทำงานมาเรื่อย ๆจนวันนี้ผ่านมาเกือบทุกสายงาน และที่อยู่นานกว่า30ปีก็เพราะเชื่อตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นองค์กรที่มีโอกาส มีการขยายตัวไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมที่รวดเร็วมาก ซึ่งเป็นโอกาสความท้าทายของพนักงาน และเราเองก็มีโอกาส ถ้ามีความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้ปรับตัวและมุ่งมั่นกับการทำงาน "

30 กว่าปีในการทำงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนจะมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการ เธอจึงสะสมประสบการณ์ทำงาน ตั้งแต่เป็นตำแหน่งนักวิเคราะห์ฝ่ายบริษัทจดทะเบียน หัวหน้าส่วนวิเคราะห์ฝ่ายวิชาการ ,ผู้อำนวยการ (ผอ. )ฝ่ายบริษัทจดทะเบียน ,ผอ.ฝ่ายพัฒนาและวางแผน ,ผู้ช่วยผู้จัดการดูแลสำนักผู้จัดการและประชาสัมพันธ์ ,ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับตลาดและบริหารความเสี่ยง และรองผู้จัดการสายงานกำกับตลาดและสายงานการเงินและบริหาร

"ช่วงเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ฯจะยากตรงบริหารจัดการ เพราะการจะประสานความเข้าใจให้ได้ดีในการทำงานกับคนรอบข้าง โดยให้ทุกอย่างถูกต้อง ไม่เบี่ยงไปเรื่องใดเรื่องหนึ่งจึงเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อเรารับผิดชอบตรงนี้ก็ต้องหาวิธีที่จะประสานการบริหารจัดการให้ได้ การสร้างความสมดุลจึงเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งก็ต้องฟังปัญหา ฟังในสิ่งที่อุตสาหกรรมอยากเห็น ฟังแล้วก็ต้องนำมากำหนดทิศทางในการทำงานว่าจะเดินต่อไปอย่างไร"

ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้ขยายความหลักการบริหาร เคล็ดความสำเร็จหนึ่ง ก็คือความสามารถทำงานหรือประสานงานร่วมกับคนอื่นได้ ทั้งนี้เพราะคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การทำงานกับคนเป็น จึงนับเป็นเรื่องสำคัญสุด แต่จะทำอย่างไรให้คนรอบข้างมีความมุ่งมั่นไปในทางเดียวกัน เห็นเป้าหมายเดียวกัน หรือการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ส่วนเรื่องเทคนิคงาน เป็นเรื่องที่ฝึกฝนและเรียนรู้กันได้

ส่วนในทรรศนะที่ว่า การเป็นซีอีโอหญิงจะเป็นอุปสรรคในการยอมรับขององค์กรหรือไม่ ภัทรียากลับเห็นว่า ผู้บริหารหญิงกับชาย อาจมีความแตกต่างในเรื่องบุคลิก สไตล์ความคิดเท่านั้น โดยเพศหญิงก็อาจจะรอบคอบ คิดหน้าคิดหลังได้ดีกว่าเพศชายอยู่บ้าง แต่เมื่อวัดผลด้านการบรรลุเป้าหมาย ทั้งผู้บริหารชายหรือหญิงไม่มีความต่างในเรื่องความสามารถบริหารจัดการมากนัก นอกจากนี้ องค์กรของไทยปัจจุบันก็เริ่มให้การยอมรับผู้บริหารหญิงกันมากขึ้น ผิดกับสมัยก่อนที่อาจเห็นว่าผู้หญิงเมื่อเป็นผู้นำ ก็อาจมีปัญหาในเรื่องการขับเคลื่อนองค์กร โดยเฉพาะในองค์กรที่มีความสลับซับซ้อน

สาเหตุหนึ่งที่พนักงานหญิง สามารถก้าวสู่จุดสำเร็จในหน้าที่การงานได้ ก็ยังมาจาก 2 สาเหตุคือ 1.ฝ่ายองค์กรให้โอกาส เทียบเคียงไม่แพ้กับพนักงานชาย 2. พนักงานหญิงเองก็มีความสามารถในการทำงานและรับผิดชอบได้ดี ทั้งการรู้จักใฝ่หาความรู้และเรียนรู้ในการทำงานใหม่ๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ในภาระหนึ่งที่ภัทรียาให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าในเก้าอี้ตำแหน่งนี้ ก็คือการสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ ให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการที่จะตลาดทุนไทยเป็น Regional Market โดยเฉพาะผู้บริหารที่เป็นระดับกลาง ที่อนาคตจะเข้ามาแทนที่ เธอฝากทิ้งท้ายไว้ว่าอยากให้ยึดหลักการ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมขององค์กร และโดยเฉพาะองค์กรภายนอกอย่าง stake -holder ที่มีผลประโยชน์ความต้องการแตกต่าง และหลากหลายกันไป แต่ผู้จะมาบริหารจะสร้างความสมดุลให้ได้อย่างไร

" คนมาทำหน้าที่นี้ต้องทำ 2 อย่างในเวลาเดียวกันคือเป็น market operater ส่งเสริมเรื่องการตลาด การขยายสินค้าสู่ผู้ลงทุน ขณะเดียวกันยังต้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแลตลาดให้มีระเบียบด้วย แต่จะสร้างความสมดุลอย่างไรไม่ให้เกิดการเอาเปรียบเสียเปรียบในหมู่ผู้ร่วมตลาด อย่างน้อย ๆเองก็มีตัวอย่างจากผู้บริหารตลาดฯรุ่นก่อนๆ ที่ทำให้เห็น ของการทำงานอย่างมีหลักการ และทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งแม้วันนี้จะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ก็เป็นการลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม จึงอยากส่งมอบต่อไปยังคนรุ่นต่อๆไปให้ยึดเป็นแบบอย่าง "

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2308 27 มี.ค. - 29 มี.ค. 2551





จำนวนผู้ชม 3257 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์