10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’

10 ปี คุมองไทยแลนด์ ‘สร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



10 ปี ที่สถาบันพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์และภาษา คุมอง (KUMON) แฟรนไชส์จากสถาบันการศึกษาประเทศญี่ปุ่นได้ลงหลักปักฐานธุรกิจขยายสาขาในประเทศจนปัจจุบัน 380 สาขาแล้วทั่วประเทศ
       
       นับเป็น 10 ปีแล้วที่สถาบันแห่งนี้แฝงปรัชญาการเรียนรู้ผ่านแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ที่ว่า “ถ้าได้ลงมือทำแล้ว ต้องทำได้แน่นอน ตัวเราต้องกล้าที่จะลองทำ”
       
       นั่น หมายถึงการสร้างนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่การเรียนการสอนของสถาบันแห่งนี้ สอนให้แข่งกับตนเองไต่ระดับชั้นตามความสามารถ โดยมี “ครู” (Instructor) หรือแฟรนไชซี ช่วยสร้างความกระตือรือร้น
       
       หากมองลึกถึงคอนเซ็ปต์ดังกล่าว สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแถบประเทศเอเชียที่มีการแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะการศึกษาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นประเทศต้นแบบอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ กระทั่งเกาหลีเอง ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้เรียนสูงสุดในโลกไปแล้ว
       
       และก้าวต่อไปของประเทศตั้งเป้าที่จะเป็นเบอร์ 1 ในเอเชีย โอเชียเนียแชมป์จำนวนผู้เรียนสูงสุด พร้อมกับความฝันของผู้บริหารจากญี่ปุ่นในประเทศที่คาดหวังให้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคนี้แทนสิงคโปร์เช่นเดียวกัน
       
       นับเป็น 2 ภารกิจหลักที่รออยู่อย่างท้าทาย ในโอกาสนี้ “ชิเกโอะ ฮิยามะ” ประธานบริษัทคุมอง (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงาน ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
       
       
แผน ’51 ขยายทุกทิศทาง
       ศูนย์ –ผู้เรียน – ภาษาไทย

       
        ในปี 2551 เป็นปีที่คุมองประเทศไทยก้าวสู่ปีที่ 11 จะเห็นแผนการขยายงานที่มองว่าแนวกว้างคือขยายศูนย์หรือสาขาแฟรนไชซีเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีก 36 ศูนย์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 380 ศูนย์ เท่ากับว่าในปีนี้คุมองจะมีสาขาทั่วประเทศทั้งสิ้น 410 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งได้เปิดตัวสำนักงานเชียงใหม่และสำนักงานขอนแก่น เพื่อดูแลศูนย์ที่ขยายเพิ่มในเขตพื้นที่นั้นๆ
       
        ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเพิ่มจำนวนศูนย์คุมองนั้นน้อยกว่าปีที่ผ่านมาคือ 73 ศูนย์ ประธานบริษัท ให้เหตุผลว่า ในปีนี้คุมองเตรียมขยายหลักสูตรภาษาไทย ทั้งนี้บริษัทแม่ได้สนับสนุนให้แต่ละประเทศเปิดสอนภาษาของประเทศนั้นๆ ซึ่งกลุ่มผู้เรียนก็คือเด็กในประเทศนั้นๆ มาเรียน แต่มีหลักการเรียนการสอนโดยคุมองเป็นผู้ออกแบบ
       
       จึงมุ่งพัฒนาสาขาแฟรนไชส์ที่มีอยู่เดิมรองรับการสอนกับหลักสูตรใหม่ ขณะเดียวกันหลักสูตรภาษาอังกฤษนั้นที่ได้เพิ่มหลักสูตรนี้มา 4 ปีแล้วนั้นเพิ่งดำเนินการไปได้ 200 ศูนย์ ทำให้ปีนี้ปริมาณศูนย์จึงเพิ่มขึ้นน้อย แต่เพิ่มความสมบูรณ์ของหลักสูตรที่เน้นครอบคลุมทั้ง 3 หลักสูตร แต่อย่างไรก็ตามจะดูที่ความพร้อมของแต่ละศูนย์เป็นสำคัญ
       
        เมื่อจำนวนศูนย์ที่เพิ่มขึ้น โปรดักส์หรือหลักสูตรที่เพิ่มขึ้น จึงควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนผู้เรียนมากขึ้นซึ่งในปีที่ผ่านมามี 74,127 คน ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 90,000 คน ซึ่งเติบโตขึ้น 23% ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้เรียนคุมองในไทยอยู่ในอันดับ 5 ของโลก รองจาก เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกาและบราซิล
       
        สำหรับระบบการบริหารจัดการนั้น ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาคืองานวางระบบด้านไอที ซึ่งได้บริษัทใหญ่จากญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินงานเพื่อประสิทธิภาพระหว่างสำนักงานและสาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศพัฒนาเชื่อมต่อกันในภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย การเทรนนิ่งออนไลน์สำหรับแฟรนไชซี
       
       
ซึ่งสิ่งที่ต้องการสูงสุดคือ “สร้างเด็กที่มีความพร้อมทั้งความรู้และจิตใจ”
       
       เทียบผลงานปีที่ผ่าน
       ปรับสู่คอนเซ็ปต์ ‘คุมอง’

       
       พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นผลประกอบการในปีทีผ่านมาว่า มีการเติบโตมากจำนวนนักเรียน เพิ่มขึ้น 31% จากจำนวนสาขาแฟรนไชซีเพิ่ม 73 ศูนย์ รวมเป็น 380 ศูนย์ แต่ทั้งนี้เขาไม่ได้มองแค่ปริมาณ แต่คุณภาพได้มีการพัฒนาขึ้นมามาก จุดที่บอกได้ว่าคือ “คุณภาพ” นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรสามารถคว้ารางวัลเวทีระดับโลก “โอลิมปิก” มาได้
       
        และในปี 50 นี้ เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในหลายส่วน เริ่มจากการเปิดทดลองเรียนฟรี 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนในแบบฉบับคุมอง ทั้งนี้ได้เปิดปีละ 2 ครั้งปรากฏว่ามีผู้เรียน 15,000 คนเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มาจากครูผู้สอนมีความมุ่งมั่น และสร้างความพึงพอใจกับผู้เรียนและผู้ปกครองทำให้มีการสมัครเรียนถึง 55% ของผู้สมัครเข้าเรียนฟรี
       
        นอกจากนี้ได้พัฒนาระบบเทรนนิ่ง แฟรนไชซี จากเดิมเป็นลักษณะของการเทรนนิ่งรวม แต่ปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีความเป็นคุมองนั่นคือการเทรนนิ่งเฉพาะบุคคล เช่น จำลองห้องเรียนขึ้นเพื่อให้เจ้าของศูนย์ได้มีโอกาสเรียนเหมือนนักเรียน เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และความรู้สึกของผู้เรียนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
       
        “ที่ผ่านมาคุมองไทยแลนด์นั้น ผู้ที่เป็นแฟรนไชซี มีความสนใจมุ่งมั่นกับการศึกษา พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นระบบเทรนนิ่งให้กับคนคุณภาพจึงปรับให้เหมือนระบบคุมอง”
       
        และในส่วนของสต๊าฟ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีงานที่รับผิดชอบแตกต่างกันไปตามแต่ละแผนก แต่มุ่งเป้าหมายเดียวกันนั้นคือการซัพพอสศูนย์หรือสาขาแฟรนไชซีใน 2 ลักษณะคือ 1.การ Management ศูนย์ และ 2. Instruction Management การให้คำแนะนำเรื่องการเรียน การสอน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะเกิดแก่ตัวนักเรียนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
       
       
เปิดความสำเร็จ
       คุมองไทยแลนด์

       
       กับประเด็นคำถามการดำเนินงานในไทย ชิเกโอะ ฮิยามะ กล่าวในฐานะที่เป็นผู้บริหารในประเทศไทยมองว่า 10 ปีในประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเข้ามาดูงาน รวมถึงแฟรนไชซีจากประเทศญี่ปุ่นต่างยอมรับว่าแฟรนไชซีไทยมีความตื่นตัวสูงในการทำธุรกิจทำให้พวกเขาได้รับแรงกระตุ้นที่จะกลับไปบริหารงาน
       
       โดยเฉพาะการสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้เรียนจนสามารถเรียนจนจบหลักสูตรคุมอง นอกจากนี้ยังมีแฟรนไชซีจากประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงประเทศยุโรปที่มีสาขาคุมองตั้งอยู่
       
       
“บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นก็รู้สึกอย่างที่ผมรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะได้รับคำชมจากสต๊าฟจากญี่ปุ่นเสมอๆ ถึงการบริหารงานในประเทศไทย รวมถึงเป้าหมายการสาขาสาขาได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
       
       ทั้งนี้ยังดูได้จากวารสารที่บริษัทแม่ทำขึ้นมาเป็นราย 2 เดือนจะมีการนำเรื่องราวเรื่องการสอนในประเทศไทยไปนำเสนอ ขณะเดียวกันยังได้รับการยอมรับบนเวทีโลก ในปีที่ผ่านมาแฟรนไชซีไทยยังได้รับเชิญขึ้นกล่าวบนเวทีการประชุมคุมองระดับโลกที่ประเทศแคนนาดา”

       
       นอกจากนี้ด้านจำนวนผู้เรียนนั้นเพิ่มขึ้น แม้การแข่งขันด้านการศึกษาของผู้เรียนในไทยนั้นไม่ดุเดือดเหมือนในหลายๆ ประเทศ แต่ผลสำเร็จที่คุมองได้รับจากจำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้นนั้นมาจากการสร้างความเชื่อถือเชื่อมั่นให้กับผู้เรียนได้มากขึ้น ทั้งนี้แฟรนไชซีมากกว่า 50% ที่ลงทุนกับคุมองได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลูกหลานที่มาเรียนกับคุมองและสนใจที่จะทำธุรกิจ
       
        และบอกถึงเสียงสะท้อนที่ได้รับจากบริษัทแห่งนั้นว่าพบความแตกต่างของนักศึกษาฝึกงานที่ผ่านหลักสูตรการเรียนกับคุมอง ที่มีความคิด ความอ่านดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ซึ่งสอดคลองแนวการสอนของคุมองที่ไม่ได้มุ่งสอนให้เด็กเรียนเก่งเท่านั้น แต่ได้สอนวิธีคิด ด้วยความเชื่อที่ว่า “เด็กทุกคนมีศักยภาพ ที่เราค้นหาไม่มีที่สิ้นสุด” และเนื้อหาการเรียนที่สูงกว่าระดับชั้นเรียนจริงของเด็ก (เรียนเกินชั้นเรียน)
       
       และการสอนที่ไม่มุ่งการแข่งขันกับบุคคลอื่น แต่เป็นการแข่งขันกับตนเองเรียนรู้ด้วยตนเองจากตัวอย่างต่างๆ ที่อยู่ในแบบฝึกหัด ซึ่งแล้วแต่ความสามารถต้องต่อสู้กับตนเอง ซึ่งในห้องเรียนเดียวกันนี้อาจจะมีนักเรียนที่หลากหลายระดับชั้นมาอยู่ในห้องเดียวกัน
       
        ซึ่งระยะเวลาเรียนนั้นคณิตศาสตร์ 23 ระดับ ภาษาอังกฤษ 21 ระดับ ไม่ได้มีเวลาที่กำหนดแน่นอนเพราะต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของเด็กในการทำแบบฝึกหัดเพื่อขึ้นระดับต่อไปบางคนอาจใช้เวลา 5-6 ปีขณะที่บางคนอาจใช้เวลา 3 ปีก็ได้ แต่ทั้งนี้เมื่อเด็กมาเรียนต้องเรียนต่อเนื่อง 36 เดือนหรือ 3 ปี ซึ่งพบว่าปัจจุบันจำนวนเด็กที่เรียนเกิน 34 เดือนขึ้นไปมีปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งพบว่าอัตราการเรียนต่อเนื่องสูงเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย โอเชียเนีย
       
       
สร้างความต่างไร้คู่แข่ง
       ตัวอย่าง กศ. ศตวรรษที่ 21

       
        ด้วยการเรียนการสอนที่แตกต่างทำให้ผู้บริหารคุมองมองว่าไม่มีคู่แข่ง ด้วยการสอนของสถาบันนอกรั้วโรงเรียนเป็นการสอนกวดวิชาซึ่งในชั้นเรียนนั้นๆ การรับรู้ของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งต่างจากคุมองที่เน้นการสอนเฉพาะตัวบุคคล เด็กแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบทำแบบฝึกหัดของแต่ละคนมีการตั้งในการเรียนเพื่อไปสู่เป้าหมาย ฉะนั้นความก้าวหน้าในการเรียนนั้นจะเป็นการช่วยกันของครูผู้สอนและผู้เรียน
       
       ซึ่งแนวทางการสอนดังกล่าวของคุมองได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 เพราะกระแสหลักการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้นคือการเรียนรู้ด้วยตนเอง และตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง “โทรุ คุมอง” มีความฝันในอนาคตว่าการศึกษารูปแบบของคุมองจะเป็นต้นแบบการเรียนในอนาคตเน้นศักยภาพรายบุคคล !
       
       ***********************
       4 ความสำเร็จแบบ ‘คุมอง’
       
       1.เด็ก :เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด
       
       2. Kumon Associates : บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคุมอง อาทิ คุณครูคุมอง คุณครูผู้ช่วย ที่มีอุดมการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์แก่สังคมผ่านการศึกษา
       
       3.พนักงานคุมอง : ซึ่งคุมองพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงานเพื่อให้พนักงานมีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัย พร้อมๆ กับการมีความรู้สึกร่วมกันในเป้าหมายและคุณค่าของงาน
       
       4.สังคม : เน้นการสร้างสังคมให้ดีขึ้นด้วยการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพแก่สังคม

 

แหล่งที่มา : โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 3758 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์