เปิดลิ้นชัก ก.พ. รับ กม.ใหม่ ทิ้งทวนนักวิเคราะห์สู่บทพี่เลี้ยง

เปิดลิ้นชัก ก.พ. รับ กม.ใหม่ ทิ้งทวนนักวิเคราะห์สู่บทพี่เลี้ยง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



* ยกระดับ HR ข้าราชการ เลื่อน ลด ปลด ย้าย อย่างมีประสิทธิภาพรับ กม.ข้าราชการพลเรือนปลายปีนี้
       
       * ก.พ. เปิดเครื่องมือใหม่ Competency แทนวุฒิบัตรแผ่นเดียวไต่ตามขั้นจนเกษีรณ
       
       * ผสานร่วม Performance ประเมินผลงานอย่างเป็นรูปธรรมแทนการรูปหน้าปะจมูก
       
       * พี่เลี้ยงโชว์ลิ้นชักบรรจุอุปกรณ์สร้างคนราชการพันธุ์ใหม่ทั้งเก่งและดีอย่างสมบูรณ์แบบ
       
        ด้วยร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน ที่คาดจะเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ปลายปี 2550 นี้ ที่ได้มีการออกแบบเพื่อจูงใจ คนเก่ง คนดี เข้ารับราชการและรักษาไว้ให้อยู่ในระบบราชการด้วยหลักความก้าวหน้า และค่าตอบแทนตามผลงาน พร้อมการแยกบัญชีเงินเดือนตามประเภทตำแหน่ง ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับตลาด ทำให้ข้าราชการมุ่งความสนใจไปที่การปฏิบัติงาน และงานบริการต่อประชาชนดีขึ้น
       
        ซึ่งการสร้างเพื่อให้ได้ คนเก่ง คนดี ให้เกิดขึ้นนั้น โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว กล่าวถึงหลักการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในและที่ผ่านมามีสำนักงาน ก.พ. ซึ่งเปรียบเป็น HR ที่ดูแลข้าราชการพลเรือนกว่า 4 แสนคนในประเทศทั้งการคัดสรร พัฒนา รักษาคน แต่บทบาทดังกล่าวจะถูกถ่ายโอนหรือกระจายอำนาจไปสู่หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม จังหวัดนั้นๆ ดูแล และผันตัวเองเป็นพี่เลี้ยง
       
        "ดร.สุรพงษ์ มาลี" หัวหน้ากลุ่มงานนวัตกรรมและการจัดการความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล สำนักงาน ก.พ. ได้กล่าวถึงบทบาทของ ก.พ. จากนักวิเคราะห์ไปเป็นพี่เลี้ยงนั้น ได้เตรียมเครื่องมืออะไรไว้รองรับให้หน่วยงานราชการนั้นๆ สามารถหาคนเก่งและดีประดับหน่วยงาน รวมถึงการพัฒนา HR ในวงการราชการให้เป็นมืออาชีพนั้นทำอย่างไร ?
       
       โชว์เครื่องมือทรงประสิทธิภาพ
       
        ดร.สุรพงษ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนกำหนดหลักการบริหารงานบุคคลขึ้นกับหลักสำคัญ 5 ข้อคือ 1.หลักสมรรถนะ (Competency) 2.หลักผลงาน (Performance) 3.หลักคุณธรรม 4.หลักการกระจายอำนาจ และ 5.หลักคุณภาพชีวิต ซึ่งเมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้การบริหารจัดการคนทั้งการเลื่อน ลด ปลด ย้าย พัฒนา ต้องอยู่ในกรอบของหลัก 5 ข้อดังที่กล่าวมา
       
        ซึ่งกรอบดังกล่าวส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในวงการด้านการบริหารจัดการคน ฉะนั้นต้องมีการนำเครื่องมือ (Tools) เข้ามาใช้ ซึ่งเครื่องมือบางตัวนั้นที่ผ่านมาได้นำมาใช้แล้วและบางตัวเป็นเครื่องมือใหม่ในระบบราชการ สำหรับเครื่องมือใหม่นั้นประกอบด้วย 1.สมรรถนะ (Competency) จะเป็นตัวกำหนด การเลื่อนชั้นงานต้องมีสมรรถนะหลัก 5 สิ่ง คือ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานจะไม่ได้เน้นที่กระบวนการทำงานอย่างเดียวอีกต่อไป มีจิตบริการ เพราะงานภาครัฐเป็นงานบริหารสาธารณะ จะต้องสั่งสมความเชี่ยวชาญในอาชีพและทำงานอย่างมืออาชีพ
       
        ความเป็นผู้ที่มีมโนสุจริต จิตใจใสสะอาดทำเพื่อประชาชนเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจประชาชนและการทำงานเป็นทีม เพราะในระบบราชการไม่มีหน่วยงานเดียวที่สามารถตอบความต้องการของประชาชนได้ จึงต้องมีการทำงานอย่างบูรณาการ
       
        "Competency ในแต่ละคนจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งหน้าที่ของคนๆ นั้น เช่น สังกัดกระทรวงพัฒนาสังคม งานคือการดูแลพัฒนาคนต้องมี Competency เฉพาะที่เรียกว่า Competency เฉพาะกลุ่มงาน ได้พัฒนาร่วมกับหน่วยราชการในการประเมินสมรรถนะในการนำไปใช้งานได้จริง ได้ปูพื้นความรู้ทำพจนานุกรรม Competency ให้ทุกคนนำไปใช้ได้ และวิธีการประเมิน พัฒนาคนให้ได้ตาม Competency"
       
        2 .Performance Management หรือการบริหารผลการปฏิบัติงาน ซึ่งมีความสำคัญมากแต่ทั้งภาครัฐและเอกชนยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่สุดในการจะวัดผลงาน แต่ด้วยแนวคิดของหลักการบริหารผลงานจะนำมาใช้เป็นรายบุคคลนั้นคือวางแผนงานกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำหรือการประเมินผลงาน ทั้งนี้ส่งผลให้เห็นการทำงานในทุกระยะหากประเมินพบความผิดพลาดมีการแก้ไขหรือทำได้ดี ทำแผนปรับปรุงผลงาน หรือ IPIP ( Individual Performance Improfment Plan) เป็นกลไกในการพัฒนาผลงาน ซึ่งจะทำเข้มข้นในทุกระดับ เพื่อนำผลงานเป็นเกณฑ์ในการเลื่อน ลด ปลด ย้าย พัฒนาคน
       
        3. มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง เป็นกรอบที่ให้ส่วนราชการบริหารจัดการตำแหน่ง ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนใน 3 องค์ประกอบ คือ 1.หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต้องทำอะไรเพื่อให้เกิดผลงานอะไร 2.ในตำแหน่งกำหนดความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน เช่น ทักษะด้านภาษา และแบ่งระดับความเข้มข้นตามตำแหน่ง 3. นำสมรรถนะมาใส่ไว้ว่าต้องมีศักยภาพอะไรบ้าง
       
        4. HR scorecard จะเป็นเครื่องมือที่สำนักงาน ก.พ. จะนำมาติดตามความสามารถบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานนั้นๆ เพราะเป็นการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่หน่วยปฏิบัติ เมื่อให้อิสระในการทำงานบริหารคน
       
        ทั้งนี้กรอบบริหารจัดคนได้ดีต้องดูมิติ 5 ด้าน 1. มิติความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างการบริหารงานบุคคลกับยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน 2.ประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลต้อง ถูกต้อง รวดเร็ว ฐานข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ 3. ดู 3 S คือ say พูดถึงองค์กรในทางที่ดีหรือไม่หรือความมีทัศนะคติที่ดีต่อองค์กร
       
        ต่อมาคือ Stay กระทรวง ทบวง กรม รักษาคนไว้ได้หรือไม่ อัตราการสูญเสียคนเป็นอย่างไร เพราะบ้างครั้งที่คนไม่ยอมอยู่ในภาครัฐการไม่ใช่แข่งขันกับภาคเอกชนไม่ได้ แต่อาจเป็นเรื่องของระเบียบ การบังคับบัญชา วิธีการทำงานที่ไม่เหมาะกับเขา ซึ่งอาจไม่ใช่เงินอย่างเดียว และสุดท้าย Strive อยู่แล้วทุ่มเทแรงกาย แรงใจ หรืออยู่แบบเอาเท้าราน้ำ เป็นตัวชี้ประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล อยู่แล้วพึงพอใจหรือไม่ และอยู่แล้วมีโอกาสในการเรียนรู้พัฒนา และอยู่แล้วทำดีได้ดีเมื่อมีผลงานดี
       
        มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล หากแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อน พัฒนา ทำอย่างมีหลักเกณฑ์หรือไม่ กล้ารับหรือไม่ถ้ามีความผิดพลาด เปิดโอกาสให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการวิพากษ์ วิจารณ์หรือไม่ และมิติที่ 5. มิติคุณภาพชีวิต คือความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน พิจารณาตั้งแต่สภาพแวดล้อมในการทำงาน อันตรายหรือไม่ อุปกรณ์สำนักงานที่อำนวยความสะดวกในการทำงาน การจัดการทำงานเหมาะกับสภาพชีวิตหรือไม่
       
        "เพราะ พ.ร.บ. ฉบับใหม่กำหนดไว้ว่าส่วนราชการต้องบริหารจัดการคนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การที่จะทำได้นั้นสามารถนำ HR scorecard ไปเป็นตัวตรวจเช็คการบริหารคน ว่าสิ่งไหนบ้างที่ต้องทำและแก้ไขหรือปรับปรุง มีคำกล่าวที่ว่า ถ้าวัดหรือประเมินไม่ได้ เราก็ไม่สามารถบริหารจัดการได้ ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถปรับปรุงได้”
       
       ปั้นคนราชการนั่ง HR มืออาชีพ
       
        สำหรับการพัฒนา HR ในวงการราชการให้เป็นมืออาชีพนั้น ตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ก.พ. ได้พัฒนาบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในวงการราชการซึ่งมี 4,500-5,000 คน ดูแลด้าน HR และพัฒนาเพื่อให้บุคคลเหล่านี้ทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งการพัฒนามีด้วยกัน 4 โมดู่ คือ 1.พัฒนาให้เก่งในงานปฏิบัติด้านการบริหารงานบุคคล หรือเก่งในหน้าที่ทั้งการแต่งตั้ง โยกย้ายทำอย่างไร ซึ่งใครก็ตามที่ทำงานด้าน HR ต้องเก่งในด้านดังกล่าว
       
        และที่เน้นมากที่สุดคือบทบาทข้อที่ 2. เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ หรือ strategic partners ซึ่งไม่ต้องการที่จะเห็นพนักงาน HR ทำงานอย่างที่ผ่านมาคือ เก็บเอกสาร หรือที่มีพูดกันว่าคนเกิดส่งกระเช้า คนตายส่งพวงหรีดซึ่ง ต้องการเห็นการทำงานรูปแบบใหม่เป็นยุทธศาสตร์ โดย ก.พ. เป็นพาร์ทเนอร์กับส่วนราชการ ในลักษณะการเข้าไปเป็นที่ปรึกษา เช่นเดียวกับบริษัทที่ปรึกษาในภาคเอกชน เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ เป็นหุ้นส่วนการทำงานร่วมกัน
       
        และบทบาทในข้อที่ 3 ที่ต้องการเห็นคนในวิชาชีพ HR คือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญ เพราะในระบบราชการในปัจจุบันเปลี่ยนตลอดเวลา และเวลาเปลี่ยนไม่ใช่ผู้นำเดินนำหน้า ต้องมีหน้าที่ทำให้คนเดินไปในทิศทางเดียวกันที่เรียกว่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ ข้อ 4 คือเน้นภาวะผู้นำคนของคนทุกระดับในส่วนราชการ ซึ่งคนในวิชาชีพ ต้องรู้จักวิธีพัฒนาภาวะผู้นำให้กับคนราชการในทุกระดับซึ่งแผนในระดับผู้บริหารตั้งแต่รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองอธิบดี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ได้จัด 2 รุ่นแล้ว อบรมอย่างเข้มข้น เมื่อจบมีการสอบจากสถาบันอิบม่าจากสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ใบรับรอง
       
        ส่วนระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ กพ.นำหลักสูตรเข้ามาเพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพ HR และในอนาคตกำลังศึกษาเพื่อรับรองมาตรฐานวิชาชีพนี้ ซึ่งมีจะนำไปพิจารณาสำหรับการเลื่อนขั้น ตำแหน่งในสายงาน HR โดยได้วางกรอบการพัฒนามาตรฐานนี้ไว้แล้ว
       
        ซึ่งทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับทิศทาง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ที่กระจายอำนาจให้ส่วนราชการทำเองมากขึ้น มีขีดความสามารถมากขึ้น ซึ่งจะเข้มแข็งได้นั้นต้องทำงานอย่างมืออาชีพมีมาตรฐานวิชาชีพ
       
        และในปี 2551 จะประกาศเป็นปีแห่งนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรบุคคลในภาครัฐ สิ่งที่จะทำ คือ จัดเวทีโปรโมทผลงานการบริหารจัดการคนในภาคราชการที่มีความโดดเด่น เช่น การดูแลคุณภาพชีวิตต้องกรมราชทัณฑ์ หรือระบบฐานข้อมูลดูที่กรมศุลกากร
       
        ดร. สุรพงษ์ กล่าวในตอนท้ายว่า สิ่งเหล่านี้ ก.พ.ได้จัดเตรียมไว้ในลิ้นชักเรียบร้อยแล้ว และเมื่อร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ เครื่องมือต่างๆ จะถูกนำมาปูบนโต๊ะให้หน่วยงานนั้นๆ หยิบไปใช้สำหรับข้าราชการพันธุ์ใหม่ที่เก่งและดี

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์




ลงวันที่ 08/10/2007 10:37:30
จำนวนผู้ชม 2446 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์