ธปท. เสนอยืด เกษียณอายุ 65 ปี

ธปท. เสนอยืด เกษียณอายุ 65 ปี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



แก้กองทุนประกันสังคมขาดเงิน เตือนปี"63คนแก่เพิ่มอีกเท่าตัว

แบงก์ชาติแนะปรับกองทุนประกันสังคม ขยายอายุเกษียณจาก 60 เป็น 65 ปี พร้อมเพิ่มเงินสมทบจาก 3.2% เป็น 6% ของเงินเดือน ระบุอีก 35 ปี เงินไม่พอจ่าย ชี้เหตุคนอายุยืนขึ้น แถมคนแก่เพิ่มขึ้น คนจนก็มีมากขึ้น "อัมมาร" เตือนปรับวิธีลงทุนหารายได้ เอาอย่าง กบข.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้บริหารส่วนฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของ ธปท. ในหัวข้อ "ทางรอดของระบบประกันสังคมไทย : แนวทางการปฏิรูปสู่ความยั่งยืน" ว่า จากการประมาณการทางด้านประชากรของประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่าสัดส่วนประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะเพิ่มขึ้นจาก 5.7 ล้านคน คิดเป็น 9.4% ของประชากรทั้งหมด เป็น 9.5-11.7 ล้านคน คิดเป็น 14-16% ของประชากรทั้งหมดในปี 2563 หรือเพิ่มเป็น 20 ล้านคน คิดเป็น 30% ของประชากรทั้งหมดในปี 2593 เท่ากับว่าประเทศไทยจะมีคนยากจนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่าประชากรมีแนวโน้มที่จะมีอายุขัยเฉลี่ยมากขึ้น โดยคาดว่า เพศหญิงจะมีอายุขัยเฉลี่ย 82 ปี ขณะที่เพศชายเฉลี่ย 79 ปี จากเดิมที่ประชากรโดยรวมจะมีอายุขัยเฉลี่ยคนละ 75 ปี แสดงให้เห็นว่ารัฐจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลประชากรเพิ่มขึ้น จากการที่โครงสร้างประชากรไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว ขณะที่ระบบการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมที่มีหน้าที่หลัก เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนในสังคมให้มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ยังไม่สามารถรองรับได้ เนื่องจากเงินช่วยเหลือหลังการเกษียณอายุของกองทุนประกันสังคมจะอยู่ที่ 25% ของรายได้ 5 ปีหลัง ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

"ตอนนี้ประเทศอื่นที่มีกองทุนประกันสังคม เช่น สหรัฐอเมริกา สวีเดน หรือชิลี จะจ่ายเงินช่วยเหลือหลังการเกษียณอายุไม่น้อยกว่า 50% หรือสูงสุด 80% เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอในการดำเนินชีวิต สำหรับสาเหตุที่ประเทศไทยไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะเรามีอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมที่ต่ำที่สุดในโลก แต่กลับมีเกณฑ์การนำไปใช้หลายส่วน และให้สิทธิประโยชน์หลายด้าน คิดเป็นอัตราตอบแทน 32% ซึ่งรัฐไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะแม้ว่าเงินกองทุนประกันสังคมของประเทศไทยในปัจจุบันจะมีเงินสะสมสูงถึง 4.38 แสนล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทน 4-5% ต่อปี แต่ก็ถือว่าไม่ยั่งยืน" นายกอบศักดิ์กล่าว

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า จากการประเมินเงินกองทุนประกันสังคมเบื้องต้น คาดว่า หากไม่มีการปรับการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนและขยายขนาดกองทุนจะทำให้ในปี 2585 หรืออีก 35 ปีข้างหน้า กองทุนประกันสังคมจะมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน ดังนั้น ธปท.จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งเก็บสิทธิประโยชน์เพิ่มจาก 3.2% ให้เป็น 6% จะทำให้กองทุนประกันสังคมมีเงินสะสมต่อไป พร้อมทั้งขยายอายุการเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 65 ปี ก็จะช่วยเพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมได้ 2% ลดภาระกองทุนได้ 42% หรือหากขยายออกเพียง 1 ปี ก็จะเพิ่มเงินสมทบเข้ากองทุน ได้ 1% ลดภาระกองทุนได้ 35%

นายอัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันระบบประกันสังคมของไทยใช้วิธีเก็บจากบุคคลเฉพาะกลุ่มที่คำนวณแล้วว่า น่าจะเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์จากเงินกองทุนได้มากที่สุด ซึ่งขัดกับหลักการกระจายรายได้ที่ดี รัฐบาลควรเก็บรายได้จากทุกคนในสังคม เพื่อนำมาช่วยเหลือให้ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า โดยผู้ที่มีรายได้มากจะได้รับผลตอบแทนในสัดส่วนที่สอดคล้องกับรายได้ แต่คงไม่เท่ากับรายได้จากการลงทุนทางอื่น

"การเก็บรายได้ของประกันสังคมขณะนี้ไม่ยั่งยืน เพราะยังเป็นการเก็บจากบุคคลเฉพาะกลุ่ม ขณะที่กลุ่มคนที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่น่าจะช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่าตนได้ รัฐกลับไม่นำมาช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้กองทุนประกันสังคมอยู่ในภาวะล้มละลาย เพราะเท่าที่ทราบ ในอีก 40 ปีข้างหน้า กองทุนประกันสังคมจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน จึงเห็นด้วยกับสิ่งที่ ธปท.เสนอให้มีการขยายอายุการทำงานออกไปอีก 1-5 ปี เพื่อให้มีระยะเวลาเก็บเงินเข้ากองทุนมากขึ้น และคนก็จะมีรายได้จากการออมระหว่างที่ยังมีงานทำ เป็นการลดปัญหาคนยากจนในสังคมได้อีกทางหนึ่ง" นายอัมมารกล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะสำรวจว่ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนต่างๆ ที่น่าจะสามารถนำรายได้มาสนับสนุนกองทุนประกันสังคมได้หรือไม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงของกองทุนให้มีเงินมากขึ้น เพราะตอนนี้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีหลักในการดำเนินงานที่ค่อนข้างจะเป็นระบบ และกองทุนมีผลตอบแทนต่อปีสูงถึง 6-7% ซึ่งกองทุนประกันสังคมน่าจะนำรูปแบบในการดำเนินงานของ กบข.มาประยุกต์ใช้ โดยรัฐควรจะช่วยปลดล็อคเงื่อนไขในการนำเงินที่มีอยู่กว่า 4 แสนล้านบาท ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะจะช่วยให้มีผลตอบแทนที่ดีขึ้น

 

แหล่งข่าว : มติชน




ลงวันที่ 08/10/2007 10:27:11
จำนวนผู้ชม 1745 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์