ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนโสด ระบุชื่อผู้มีสิทธิรับ เงินสงเคราะห์ กรณีตาย ให้ชัดเจน

ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนโสด ระบุชื่อผู้มีสิทธิรับ เงินสงเคราะห์ กรณีตาย ให้ชัดเจน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า จากข้อร้องเรียนของผู้ประกันตนที่ได้สอบถามเข้ามายังสำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับเรื่องการทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์และเงินบำเหน็จชราภาพในกรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย โดยสำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีตายตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป เมื่อถึงแก่ความตายให้จ่ายเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตแก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น หากผู้ประกันตนมิได้มีหนังสือระบุไว้ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามี ภรรยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น หากผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ควรทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายให้ชัดเจน โดยการบันทึกข้อความเก็บไว้เป็นหลักฐาน ระบุสถานที่ วันเดือนปีที่ทำหนังสือ ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ของผู้ประกันตน สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกันตนต้องระบุให้ชัดเจนว่า เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิตแล้วได้ประสงค์ให้จ่ายเงินสงเคราะห์แก่บุคคลใด โดยต้องระบุชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและที่อยู่ของผู้มีสิทธิ ลงชื่อผู้ประกันตน ลงชื่อพยาน แต่หากผู้ประกันตนมีทายาทหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมายอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือ

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ได้แต่งงาน หรือบิดามารดาเสียชีวิต และไม่มีทายาท หากประสงค์จะมอบสิทธิรับเงินให้แก่บุคคลอื่น ก็สามารถทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายได้ ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนไม่มีบุคคลที่จะรับสิทธิ เงินดังกล่าวจะตกเป็นของกองทุนประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์และเงินบำเหน็จชราภาพกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต จะต้องเป็นทายาทหรือผู้มีสิทธิคือ บุตร สามี ภรรยา บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพแล้ว ทายาทหรือผู้มีสิทธิยังจะได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 30,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์ (กรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี ทายาทหรือผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่ง และกรณีผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ทายาทหรือผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยห้าเดือน )

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ผู้ประกันตนต้องแนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับสิทธิและพยานมาด้วย จึงจะถือว่าเอกสารฉบับดังกล่าวถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตัวว่าเป็นผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง สำหรับผู้มีสิทธิท่านใดยังไม่ได้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตให้มายื่นขอรับสิทธิภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและ เขตพื้นที่ที่สะดวก

 

แหล่งข่าว : แนวหน้า




ลงวันที่ 28/08/2007 06:16:22
จำนวนผู้ชม 3404 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์