ตีฆ้อง !! ระดมหาหนทางอำนวยความสะดวกผู้ประกันตนเพื่อลงประชามติร่าง รธน.

ตีฆ้อง !! ระดมหาหนทางอำนวยความสะดวกผู้ประกันตนเพื่อลงประชามติร่าง รธน. | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

ที่ประชุมร่วมลงประชามติร่าง รธน. กระทรวงแรงงาน “ตีฆ้อง !!” เห็นพ้องแจ้งให้ผู้ประกันตน เริ่มแสดงเจตจำนงขอใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ล่วงหน้า 30 วัน คือระหว่างวันที่ 13-19 กรกฎาคม 2550 ก่อนลงประชามติจริงในวันที่ 19 สิงหาคม 2550

วันที่ 27 มิถุนายน 2550 นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมทั้ง นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ประชุมร่วมกับตัวแทนจากสภาองค์การนายจ้าง ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งที่ 2 เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคม จำนวนกว่า 9 ล้านคน สามารถใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ที่ประชุมเห็นว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกดังกล่าว ทาง กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยความสะดวกผู้ใช้แรงงานในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นผู้ประกันตน จำนวนประมาณ 9 ล้านคน ซึ่งหากรวมสมาชิกในครอบครัวด้วยแล้วจะมีจำนวนราว 10-20 ล้านคน นับว่าเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิต่อไป โดยให้กระทรวงแรงงานใช้ช่องทางสื่อทุกประเภททั้งโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานทราบอย่างกว้างขวางว่าสามารถใช้สิทธิลงประชามติครั้งนี้ได้แล้วแต่เนิ่นๆ คือให้สามารถไปลงประชามติรับร่าง รธน.ได้ในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ซึ่งจะเป็นประวัติการณ์ว่าผู้ใช้แรงงานมีส่วนในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอย่างต็มภาคภูมิ

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างเสนอปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้ว่า ควรแก้ไขด้วยการให้ผู้ใช้แรงงานนำหลักฐานเพียงบัตรประชาชนมาเป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอลงทะเบียน (แบบฟอร์ม อ.ส. 13) ซึ่งเมื่อนายทะเบียนคือนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตตรวจสอบแล้ว หากผู้ใช้แรงงานนั้นๆ มีคุณสมบัติครบถ้วนก็จะออกหนังสือตอบรับการลงทะเบียน (แบบฟอร์ม อ.ส. 13/ก) ให้ เพื่อใช้ยืนยันสิทธิในการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ได้ ทั้งนี้ต้องกระทำให้แล้วเสร็จก่อนวันลงประชามติ 30 วัน คือตั้งแต่ระหว่างวันที่ 13-19 กรกฎาคม 2550 โดยอนุญาตให้มีตัวแทนจากแต่ละสถานประกอบการเป็นผู้รวบรวมแบบฟอร์ม อ.ส. 13 นำมาส่งนายทะเบียน และหลังจากได้รับการพิจารณาแล้วให้ตัวแทนดังกล่าวกลับมารับแบบฟอร์ม อ.ส. 13/ก รวบรวมกลับคืนผู้ใช้แรงงานในแต่ละสถานประกอบการนั้นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอภิปรายถึงปัญหาที่มักพบมากคือ ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยย้ายทะเบียนบ้านมายังจังหวัดที่ทำงานอยู่ จึงควรอนุญาตให้ผู้ใช้แรงงานร้องขอใช้สิทธิลงประชามติ ณ จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของที่ทำงาน หรือสถานประกอบการ เนื่องจากหากต้องเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาตามใบทะเบียนบ้านไกลๆ แล้ว จะเกิดปัญหาด้านการหยุด การลางาน และเรื่องค่าจ้าง ทาง กกต.จึงอำนวยความสะดวกด้วยประการต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

ส่วนสถานที่ลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 นั้น สามารถใช้นิคมอุตสาหกรรมย่านต่างๆ เป็นสถานที่ลงประชามติได้ เนื่องจากเป็นชุมชนแรงงานที่มีผู้ใช้แรงงานอาศัยอยู่จำนวนมาก ตั้งแต่ 5 หมื่น ถึง ราว 3 แสนคน แต่ทั้งนี้การใช้ตัวแทนให้ทำได้เฉพาะการใช้ตัวแทนเพื่อแสดงเจตจำนงในการยื่นแบบฟอร์ม อ.ส. 13 และการรับแบบฟอร์ม อ.ส. 13/ก เท่านั้น ส่วนการลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 นั้น ไม่สามารถให้บุคคลอื่นใดไปใช้สิทธิ หรือไปใช้สิทธิแทนบุคคลอื่นได้ เพราะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เจ้าตัวผู้มีสิทธิจะต้องไปหย่อนบัตรลงประชามติเองเท่านั้น ถือว่าการใช้ตัวแทนทั้งสองกรณีเป็นคนละประเด็นกัน ต้องแยกแยะให้ออก

ที่มา : กระทรวงแรงงาน




ลงวันที่ 02/07/2007 12:48:44
จำนวนผู้ชม 1642 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์