ลำดับขั้นความสามารถของผู้นำ ซึ่งมีอยู่กัน 5 ระดับ

ลำดับขั้นความสามารถของผู้นำ ซึ่งมีอยู่กัน 5 ระดับ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM


ลำดับขั้นความสามารถของผู้นำ ซึ่งมีอยู่กัน 5 ระดับ
 
ผู้นำระดับ 1 เป็นพนักงานที่มีความสามารถสูง มีความรู้ ใช้ความสามารถ ประสบการณ์ ความชำนาญและอุปนิสัยการทำงานที่ดี ในการสร้างผลงานที่ดี
ผู้นำระดับ 2 เป็นสมาชิกที่มีศักยภาพในการทำงานเป็นทีม ทุ่มเทความสามารถส่วนบุคคล เพื่อความสำเร็จของทีมและทำงานร่วมกับสมาชิกคนอื่นในทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้นำระดับ 3 เป็นผู้จัดการที่เก่งกล้าสามารถ สามารถจัดการพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนด ไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้นำระดับ 4 เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ สามารถปลุกระดมให้สมาชิกในองค์การยึดมั่นในทรัพยากร และแปรเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ กระต้นให้คนในองค์การสร้างมาตรฐานการทำงานที่สูงยิ่งขึ้น
ผู้นำระดับ 5 เป็นผู้นำที่สุดยอดยั่งยืน  ภายใต้ส่วนผสมที่ตรงข้ามกันระหว่างบุคลิกส่วนตัวที่อ่อนน้อมถ่อมตน เงียบ สุขุมและมีเจตจำนงในความเป็นมืออาชีพ แน่นอนว่า พวกเขามีความทะเยอทะยาน แต่เป็นความทะเยอทะยานเพื่อส่วนรวม เพื่อบริษัท ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองเด่น 
จากการศึกษาพบว่า “อัตตา (ความยึดมั่นถือมั่น ตัวกู ของกู)ของผู้นำเป็นปัจจัยที่นำบริษัทไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หรือเป็นได้แค่เพียงบริษัทธรรมดา ๆ ที่อาจจะล้มลงเมื่อใด อัตตาสูง ยิ่งนำพาองค์ตกต่ำ ถ้ามีอัตตาต่ำ ระดับยกองค์การกลับสูงขึ้นไปด้วย ผู้นำระดับที่ 5 มักจะเป็นผู้นำที่มีอัตตาต่ำ
ในบริษัทที่เป็นเลิศ มักจะมีผู้นำระดับ 5 อยู่ทุกองค์การ ผู้นำระดับที่ 5 มักจะไม่ค่อยได้พบง่าย ๆ นัก เพราะเขาเหล่านั้น มีพฤติกรรมไม่เหมือนคนอื่น
 พฤติกรรมผู้นำระดับที่ 5 พอสรุปได้ดังนี้
  • เป็นคนเรียบง่าย พูดน้อย แต่จริงจังกับงาน
  • มีสองบุคลิกที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัวเองคือ เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นในความสำเร็จของการทำงานแบบที่มืออาชีพพึงจะมี
  • ละอัตตา เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า
  • เงียบ สงบเสงี่ยม สุขุม ไม่ชอบทำตัวเด่น ไม่เรียกร้องความสนใจจากคนอื่น
  • ไม่ปรารถนาจะเป็นวีรบุรุษที่มีตัวตนอันยิ่งใหญ่กว่าชีวิตจริง
  • ทำตนเป็นเพียงคนธรรมดาที่ก้มหน้าก้มตา
  • สร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่อย่างเรียบง่าย อันจะนำความสำเร็จ ความก้าวหน้ามาสู่องค์การอย่างมั่นคงถาวร
  • ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัว
  • ไม่คำนึงถึงสายสัมพันธ์ทางครอบครัว
  • อายุงานที่ยาวนานจะไม่มีความหมายในการเลือกคนมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญในหน่วยงาน  แต่ดูที่ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการเรียนรู้ ถ้าทีมงานคนนั้นไม่มีความสามารถพอก็อาจจะหลุดจากตำแหน่งได้ง่าย ๆ
  • ไม่ต้องการคนเอาใจ
  • ทำตัวติดดิน มีความมุมานะเช่นม้า ลากคันไถเพื่อผลงานอันยิ่งใหญ่ให้บริษัทก้าวหน้า ทำงานเป็นทีม
  • ยอมทำงานหนัก ไม่ใช่เพื่อชดเชยความไม่ฉลาดทางการบริหาร
  • เมื่อมีผลงาน หรือประสบความสำเร็จ มักจะกล่าวว่า ความสำเร็จเป็นของพวกเขาทั้งหลาย เพราะเราโชคดี
  • ส่งเสริมให้ลูกน้องเติบโตขึ้นด้วยความรู้  ความชำนาญ
  • สร้างทายาทในการทำงานไว้ให้องค์กร ถึงแม้ ตัวเองย้ายไป งานก็เดินได้เพราะได้มองการณ์ไกล สอนและสร้างลูกน้องไว้แทนตนเรียบร้อยแล้ว
  • วางตัวผู้สืบทอดตำแหน่ง  เพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในรุ่นถัดไป
  • ยกความสำเร็จ ไปที่ความโชคดีที่มีทีมงานที่เก่ง แทนที่จะบอกว่าเป็นความสำเร็จของตนเอง
  • เมื่อเกิดความล้มเหลว มักจะมองมาข้างในหน่วยงานของตน ว่าบริหารอะไรผิดพลาด ตนเองบกพร่องตรง ไหน และมักจะโทษตนเองมากกว่าโทษสภาพแวดล้อม
  • สร้างผลงานที่ดีเลิศ กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เป็นบริษัทที่ก้าวหน้าได้
  • สอนทีมงานหรือคนรอบข้าง ให้เข้าถึง  ความดี ความงาม ความรู้อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับองค์การ
 
พฤติกรรมที่ตรงกันข้ามกับผู้นำที่ดี ได้แก่  
  • ความอยากเด่นอยากดังมีมากพอ ๆ กับความจริงจังกับการทำงาน
  • เวลาพูดมักจะยกตนข่มท่าน มองโลกไม่ค่อยสวยงาม
  • สมองทำงานได้ซีกเดียวคือมองแต่แง่ลบของผู้คน
  • มีอาการของโรค “หมาตัวใหญ่ที่สุด” คือ ไม่มีปัญหาที่จะให้มาตัวอื่นอยู่ในกรงด้วย  ตราบใดที่ตัวเองยังคงเป็นใหญ่ที่สุด 
  • ยอมรับไม่ได้ถ้าจะมีใครมาเด่นเกินหรือเทียบเท่า
  • ทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้นำที่ดูโดดเด่น 
  • เกยทับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง เหยียบย่ำผู้อื่น ขาดการเคารพในศักดิ์ศรีของทรัพยากรมนุษย์ คิดว่าตัวเองเก่งและมีอำนาจ
  • เอาปมด้อยของผู้อื่น มาพูดวิจารณ์เพื่อให้ตนเองเด่น
  • เป็นบุคคล ประเภทปีนป่าย หาความสำเร็จโดยการยำผู้อื่น
  • คิดถึงตนเป็นหลัก ทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดและมีผลงาน ทำได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งการหักหลังเพื่อนร่วมงาน การผิดจรรณยาบรรณของการนักบริหารที่ดี
  • คำนึงถึงสายสัมพันธ์ความใกล้ชิด หรืออายุงานที่ยาวนาน มาพิจารณาในการเลือกคนและเลื่อนขั้น
  • ชอบที่มีคนมาให้ดอกไม้ มีคนมาเอาใจ
  • ทำตัวเด่น เป็นม้าสำหรับเดินโชว์  one man show 
  • ทำงานหนักเพราะไม่ได้มองการณ์ไว้ล่วงหน้า
  • ตั้งรับปัญหาเลือดตาแทบกระเด่น ดูเหมือนอุทิศทุ่มเท
  • ยอมทำงานหนัก เพื่อชดเชยความไม่ฉลาดทางการบริหาร
  • เมื่อมีผลงานหรือประสบความสำเร็จ มักจะกระหายที่จะให้ผู้อื่นได้ทราบว่าเพราะฝีมือของตน ไม่ว่าจะด้วยพฤติกรรม หรือเอกสาร
  • มักจะไม่ชอบลูกน้องที่เก่งกว่า ฉลาดกว่า เรียนรู้ได้มากว่าตนเอง
  • จึงไม่ได้สอน หรือสร้างลูกน้องไว้ให้สามารถทำงานแทนตนได้ 
  • ต้องการทำให้องค์กรรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ หากวันวันหนึ่งขาดเขาไป องค์กรก็เกิดปัญหาได้ 
  • กำหนดตัวผู้สืบทอดไว้ให้พบกับความล้มเหลว เพื่อความโดดเด่นของตนเอง
  • มักจะโทษความล้มเหลว ว่าเป็นเพราะโชคไม่ดี สภาพแวดล้อมไม่เอื้อยอำนวย  ยากที่จะทำงานได้ดี
  • ไม่ได้สร้างความสำเร็จด้วยการสร้างผลงาน  กลับมักหาความสำเร็จโดยการปีนป่าย ตำหนิ ติเตียนหาข้อบกพร่องของผู้อื่นมาโจมตี เพื่อให้ตนเองมีผลงาน 
  • หาความสำเร็จบนความผิดพลาดของผู้อื่น
  • ไม่มีน้ำใจ  อันจะนำมาสู่ความขัดแย้งภายในองค์การ
  • ไม่ได้สอนให้ทีมงานให้เข้าถึงความดี ความงาม จริยธรรม คุณธรรม
  • มักจะสอนให้ทีมงานเห็นว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งมวลจะผ่านพ้นไปได้ ขอให้ปฏิบัติตามข้าพเจ้า เท่านั้น

 

ที่มา บทความ เขียนโดยคุณ :ยม
Email : [email protected]

 

 





จำนวนผู้ชม 6071 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์