“สมศักดิ์ เทพสุทิน” เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเบิกประกันสังคมทำฟัน-คลอดบุตร เผยการคลอดบุตรมีเสียงเรียกร้องไปใช้แบบเดิมให้ผู้ประกันตนเบิกได้เอง ชี้ สปส.พร้อมเพิ่มวงเงินเป็น 12,000 บาท ส่วนทำฟันพร้อมทุ่ม 3 พันล้านเพิ่มวงเงินเป็น 800 บาท ยืนยันนโยบายเปลี่ยนไปมาไม่ใช่ “ใจโลเล” แต่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน อัดคนตำหนิใจแคบเกินไป
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบวันก่อตั้งสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะจัดให้มีเวทีประชาพิจารณ์ ฟังความเห็นผู้ประกันตน 2 เรื่อง ในเวลา 10.00 น. เรื่องแรกคือสวัสดิการ คลอดบุตร ที่เดิมให้ผู้ประกันตนเบิกได้ 6,000 บาท และมาปรับเป็นให้รักษาพยาบาลได้เต็มที่ โดย สปส.จ่ายเหมาให้กับโรงพยาบาล ถึงวันนี้มีแนวคิดที่เสนอมาต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงอีก คือ ขอกลับไปเป็นผู้ประกันเบิกเองเหมือนเดิม ซึ่ง สปส.พิจารณาแล้วว่า หากผู้ประกันตนต้องการแบบเดิมโดยให้เบิกเอง กองทุนประกันสังคมสามารถปรับเป็นให้เบิกได้ 12,000 บาท
ส่วนอีกเรื่อง คือ บริการทันตกรรม จากเดิมให้ผู้ประกันตนทำฟันที่ใดก็ได้แล้วเบิกได้ปีละ 400 บาท เปลี่ยนมาเป็นทำฟันฟรีไม่กำหนดวงเงิน แต่พบว่ามีข้อร้องเรียนมากเรื่องบริการและคิวที่รอนานข้ามปี จึงต้องการให้เวทีประชาพิจารณ์ที่จะมีขึ้นได้ระดมความเห็นในเรื่องนี้ด้วย หากต้องการกลับไปแบบเดิมคือผู้ประกันตนเบิกเอง ในการคำนวณแล้ว กองทุนประกันสังคมจะเพิ่มวงเงินให้เบิกได้เป็น 800 บาทต่อปี ซึ่งกองทุนจะต้องตั้งเงินไว้รองรับกว่า 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการดำเนินการให้ผู้ประกันตนทำฟันไม่ต้องสำรองจ่าย พบว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้น้อยพอใจ
นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้ สปส.เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้ประกันตนกรณีเจ็บป่วย อีก 6 ประการ คือ 1.ส่งเสริมโรงพยาบาลทำจุดวันสตอปเซอร์วิส ให้บริการแก่ผู้ประกันตน 2.จัดหาโรงพยาบาลในดวงใจของผู้ประกันตนเพื่อให้รางวัลกระตุ้นประสิทธิภาพการบริการ 3.ให้ทุนการศึกษา แพทย์ ทันตแพทย์ และพยาบาลเพื่อสร้างจิตสำนึกให้บริการผู้ประกันตน 4.จัดตั้งศูนย์พึ่งได้ โดยจะเปลี่ยนสายด่วนประกันสังคมเป็นหมายเลขอื่นแทน 1506 ที่เป็นสายด่วนกระทรวงแรงงาน 5. จัดทีมแพทย์ออกตรวจมาตรฐานโรงพยาบาล และ 6.จัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อเสริมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
ต่อข้อถามว่า การเปลี่ยนแบบไปมาทำให้ผู้ประกันตนสับสน เหตุใดก่อนจะเริ่มนโยบายใหม่จึงไม่ทำประชาพิจารณ์แต่เพิ่งมาทำตอนนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนวิจารณ์ว่าการปรับเปลี่ยนของตนล้มเหลวนั้น ตนว่าเขาใจแคบเกินไป สำหรับตนหากมีความต้องการใดเสนอมาก็อยากทำให้หากกองทุนให้ได้ การเปิดให้ทำประชาพิจารณ์เป็นการเปิดกว้างเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า ถ้าโรงพยาบาลใดซิกแซกในการให้บริการทำให้ผู้ประกันตนเสียประโยชน์ ก็ขอให้ร้องเข้ามาและจะส่งทีมแพทย์ไปตรวจสอบ ถ้าโรงพยาบาลใดทำผิดซ้ำซากก็จะมีมาตรการลงโทษ
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ