บริษัทงอกเงย พนักงานก็ได้ดอกผล

บริษัทงอกเงย พนักงานก็ได้ดอกผล | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



หลักการบริหารของผมจะเน้น Empowerment เป็นการกระจายอำนาจให้กับผู้บังคับบัญชาในแต่ละส่วนงาน ซึ่งในการ Empowerไปแล้วจะตามไป coaching เล็กๆ แต่ส่วนมากจะตั้งโจทย์ให้ทำงาน หัดแก้ หัด manage ด้วยตัวคุณเองในทางกลับกันไม่ได้ทิ้งเขาเสียทีเดียวยังตามไป follow up อยู่ โดยที่ส่วนงานต่างๆ ไม่รู้ว่าเราไปดูว่าเขาทำอะไรอยู่
       
        จากที่เรามีหลายๆ บริษัท ภาพหนึ่งที่เราเจอคือปัญหาเรื่องเวลา แน่นอน ระบบ HR หรือ Leader ในส่วนงานตั้งระดับมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูงมาก ถ้าเรามีผู้บริหารมาแทน เราได้ดี จะมีส่วนช่วยเราได้มาก และในผังงานบริหารจัดการให้เป็นเน็ตเวิร์คมากกว่าในระบบขั้น เรามองเป็นแนวราบทั้งหมด ทุกส่วนงาน สามารถลิงค์กันได้ โดยผสมผสาน ไม่มีกฎกติกาที่บีบการทำงานของสต๊าฟ ที่นี่ค่อนข้าง open ในการทำงาน เปิดโอกาสในการสร้างผลงานที่ครีเอทไอเดียขึ้นมา เพียงแต่เราตั้งโจทย์ให้กับทีมงานเราตั้งยุทธศาสตร์ทุกอย่างก็ระดมสมอง ระดมความคิด
       
        เรามีพนักงาน 2,500 คนใน 5 บริษัท มี MD ในแต่ละบริษัท จะ under president เป็นเน็ตเวิร์คด้วยเหมือนกัน เรามีเน็ตเวิร์คทั้งระดับบริหารจัดการ ทั้งระดับฝ่าย แต่ละบริษัท เอ็มดีแต่ละสายงาน รับนโยบายจากส่วนกลางแล้วไปบริหารงานตามศักยภาพของตนเอง ใช้เครือข่ายที่มีศักยภาพมาผสมผสาน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง โดยที่ในปัจจุบันเราเน้นบุคลากรของบริษัทค่อนข้างมาก
       
        คอนเซ็ปต์พนักงานต้องมองผลประโยชน์ของบริษัทเป็นศูนย์รวม ต้นไม้ต้นนี้งอกเงย พนักงานในบริษัทก็จะได้รับผลจากต้นไม้ที่ออกดอกออกผล พนักงานใดที่มาแล้วจะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ในระบบจะถูกบล็อคด้วยวัฒนธรรมขององค์กรที่เราสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว อาจเป็นสูตรสำเร็จจุดใหญ่ๆ ที่เราพยายามสร้างพนักงานให้เห็นผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก แล้วหลังจากที่องค์กรได้รับผลแล้วพนักงานในองค์กรก็ happy ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น incentive ตลอดจนที่เราดูแลเขาแบบ family ขององค์กร เราไม่ได้มองว่าเราคือ MD คุณคือสต๊าฟระดับไหน เราทำงานแบบเป็นพี่น้องกันมากกว่า
       
        วัฒนธรรมขององค์กรเป็นแบบผสมผสาน บางครั้งเราต้องเด็ดขาด บางครั้งต้อง compromise การที่จะดึงอะไรที่เป็น extreme ไปข้างใดข้างหนึ่งบริษัทว่าคงไม่ใช่สำหรับคนไทยที่จะยอมรับในลักษณะนี้ เราคิดว่าเรามีการผสมผสานของวัฒนธรรมตะวันออก ตะวันตกที่ค่อนข้างลงตัว
       
        เรามีการปฎิบัติวัฒนธรรมองค์กรทุก 3 ปี มีคอนเซ็ปต์การคิดอยู่ว่าพนักงานเปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ได้ใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่ทุกคนต้องมีการอัพเดทตนเองอยู่ตลอดเวลา เป็นเพ็นเทรี่ยมโฟร์ ในปัจจุบัน ถ้าในอนาคตเข้าเปลี่ยนเป็นระบบเซ็นติโนส์ คุณต้องปรับตัวให้ทันถ้าคุณปรับตัวไม่ได้คุณจะถูก delete ทำให้พนักงานของบริษัทแอ็คทีฟ
       
        ผมมี พล.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นแม่แบบในการทำงาน ท่านสู้กับทุกปัญหา เพราะในการบริหารจัดการมีปัญหาแน่นอน ทุกปัญหาต้องแก้ได้ เราต้องมุ่งมั่นใจการแก้ปัญหา ในงานปรัญชาส่วนตัว "ไม่มีอะไรที่พร้อมในจุดเริ่มต้น ต้องทำงานไปพร้อมกับการแก้ปัญหา" การพัฒนาการของตัวเราเองจะเป็นที่สิ่งที่ทำให้เรามีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศขึ้นเรื่อยๆ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ






จำนวนผู้ชม 2185 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์