"ทักษิณ"เร่งกระตุ้นศก.3-6เดือน ดึงเงินสปส.ช่วยสวัสดิการแรงงาน

"ทักษิณ"เร่งกระตุ้นศก.3-6เดือน ดึงเงินสปส.ช่วยสวัสดิการแรงงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

"ทักษิณ"สั่งทุกหน่วยเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน 3-6 เดือน เล็งดึงเงินกองทุนประกันสังคมมาช่วยสวัสดิการแรงงาน พร้อมศึกษาช่อง กม.ลดเงินส่งสมทบกองทุนฯ จ้องดึงเงินแบงก์ออมสินไปช่วย ธอส.-ธ.ก.ส.เพื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เผยเงินกองทุนนอกงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ 1.5 แสนล้าน ย้ายไปฝากได้แค่ 1 หมื่นล้าน อ้างมีภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าแล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจและสังคมตามมติ ครม. โดยมีรัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายสุวัจน์กล่าวหลังร่วมประชุมว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานนั้นที่ประชุมให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดูความเป็นไปได้ในข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะนำเงินจากกองทุนประกันสังคมมาใช้เพื่อสวัสดิการแก่ผู้ใช้แรงงาน นอกจากนี้ยังให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับกระทรวงแรงงานไปร่วมกันหารือแบบไตรภาคีถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ต้องไม่ให้กระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ แล้วกลับมารายงานอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณสั่งการให้หน่วยงานรัฐเร่งออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน 3-6 เดือน เพื่อดูแลสินค้าเกษตรให้คุ้มทุน มีกำไรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าการช่วยเหลือจะมุ่งไปที่การลดภาระอัตราดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร สำหรับมาตรการดูแลสินค้าเกษตรจะเน้นสินค้า 3 กลุ่ม คือ 1.ผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน รัฐบาลจะให้งบประมาณสนับสนุน 50 ล้านบาทเพื่อกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ ส่วนกรณีสับปะรดที่ราคาตกต่ำขณะนี้ มีมติอนุมัติงบประมาณ 80 ล้านบาทให้กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงอุตสาหกรรมไปรับซื้อส่วนเกินในตลาดจากนั้นนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนยากจนทั่วประเทศ รวมทั้งนำไปแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์

2.พืชพลังงาน อาทิ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง โดยช่วงที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้าปาล์มน้ำมันจากต่างประเทศจำนวนมาก ขณะที่ปริมาณการส่งออกลดลง ที่ประชุมจึงมอบหมายให้กรมศุลกากรไปแก้กฎระเบียบการนำเข้าจากต่างประเทศ ว่าต้องมีปริมาณเท่ากับการรับซื้อผลผลิตจากภายในประเทศสัดส่วน 1 ต่อ 1 พร้อมทั้งเห็นชอบให้เปิดโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากผลผลิตการเกษตร 3 โรงงาน เพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และ 3.สินค้าส่งออก เช่นกุ้งและไก่ ผลักดันราคาให้สูงขึ้น

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า มาตรการเบื้องต้นประกอบด้วย 1.การลดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปีให้กับเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาทกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 2.การลดค่าไฟฟ้าของภาคเกษตรให้อยู่ในอัตราเดียวกับอัตราที่เก็บจากนิคมอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันต่ำกว่าทั่วไปอยู่ประมาณ 20% 3.กระทรวงเกษตรฯจะเร่งแก้ปัญหาการผูกขาดราคาปุ๋ยและสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร รวมทั้งผลิตปุ๋ยชีวภาพแจกจ่ายให้กับประชาชน

นายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้รับมอบหมายให้ไปทำการบ้านหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและกลับมาเสนออีกครั้งในวันที่ 8 มิถุนายน ส่วนกรณีข้อเสนอให้ ธ.ก.ส.ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1% ให้กับเกษตรกรรายย่อยที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 2.2 ล้านครอบครัว จะทำให้ ธ.ก.ส.สูญเสียรายได้ประมาณ 500-600 ล้านบาท ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงต้องการแหล่งเงินทุนมาช่วย 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับเงินงบประมาณ เช่น ให้หน่วยงานรัฐนำเงินมาฝากกับ ธ.ก.ส.อย่างน้อย 1 ปี เบื้องต้นคาดว่าดอกเบี้ยเงินฝากแบบเผื่อเรียกสำหรับกรณีนี้จะอยู่ที่ 0.75% ต่อปี

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้สอบถามกระทรวงแรงงานว่าสามารถดูเรื่องการปรับขึ้นแรงงานขั้นต่ำได้หรือไม่ จากปกติที่ค่าแรงจะปรับขึ้นช่วงเดือนมกราคม หรือจะเลือกแนวทางลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมลง ซึ่งกระทรวงแรงงานรับจะไปศึกษา

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปดูเรื่องการทำตั๋วร่วมราคาถูกขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาเสนอครั้งต่อไป ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังระบุว่ามีกองทุนเงินนอกงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาทและสามารถดึงมาใช้ได้นั้น พบว่ามีวงเงินที่สามารถนำมาใช้ได้จริงเพียง 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เพราะวงเงินที่เหลือมีภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณเสนอให้ธนาคารออมสินที่มีสภาพคล่องมากกว่าไปศึกษาว่าจะสามารถปล่อยกู้ให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธ.ก.ส.ได้หรือไม่

นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่เห็นชอบการดึงเงินกองทุนต่างๆ ของรัฐเข้ามา เนื่องจากต้องไปศึกษาเพิ่มเติมว่าจะขัดระเบียบกฎหมายหรือไม่ จากนั้นให้กลับมารายงานในวันที่ 9 มิถุนายนอีกครั้ง

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุมให้กระทรวงการคลังเป็นตัวกลางศึกษาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ ธอส.กับ ธ.ก.ส.จะไปกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสินที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อนำเงินดังกล่าวมาปล่อยกู้ต่อให้กับประชาชน ส่วนกรณีค่าแรงงานมอบหมายให้กระทรวงแรงงานไปตรวจสอบผลกระทบของเงินเฟ้อที่มีต่อค่าแรง เพื่อนำมาพิจารณาการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมติดตามเศรษฐกิจและสังคมว่า จากกรณีที่นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้นักธุรกิจส่วนใหญ่เกรงว่า ธปท.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาร์พี 14 วันอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระทบกับต้นทุนการผลิต จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.75% ว่า ธปท.ยินดีรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่การจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ก็ต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 7 มิถุนายนนี้อีกครั้ง ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้

ด้านนายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเสนอปฏิรูประบบการขนส่งสินค้าทั้งระบบ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ โดยจะปฏิรูปโครงการรถไฟรางคู่เพื่อให้ส่งสินค้าได้คราวละมากๆ และให้ใช้ความเร็วได้มากกว่า 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยจะเน้นศึกษาในเส้นทางที่เป็นหัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ โดยจะเน้นทำรางเป็นเส้นตรงมากขึ้น หากมีบางช่วงที่ต้องผ่านพื้นที่อนุรักษ์ อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ให้ทำอุโมงค์ลอดผ่าน นอกจากนี้ ยังเสนอปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะ โดยปรับเส้นทางของ ขสมก.ใหม่ เนื่องจากบางเส้นทางเกิดปัญหาวิ่งทับเส้นทางกันอยู่ เพื่อให้การบริกาสอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน

"นอกจากนี้ยังเสนอให้เปิดเสรีการให้บริการ โดยยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2502 และมติ ครม.วันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2526 ที่ให้สิทธิการเดินรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯแก่ ขสมก. และสิทธิเดินรถระหว่างกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดแก่ บ.ข.ส.เพียงรายเดียว ซึ่งจะส่งผลให้ บ.ข.ส. และ ขสมก. มีฐานะเช่นเดียวกับเอกชนรายอื่นๆ แต่คงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ดูแลโครงข่ายเดิมจนกระทั่งหมดอายุใบอนุญาต นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหารกิจการขนส่งสาธารณะโดยแยกบทบาทการเป็นฝ่ายกำกับและฝ่ายปฏิบัติการออกจากกันอย่างชัดเจน" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว




ลงวันที่ 06/06/2006 09:37:35
จำนวนผู้ชม 1706 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์