กลุ่มสหภาพแรงงานฯทีโอทีผนึกแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศพร้อมครอบครัว งดใช้ บริการกลุ่มทรู-ซีพี- ยูบีซี-โลตัส-เซเว่น หลังแพ้คดียื่นอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินให้ ทีโอที จ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายให้ทรู เป็นจำนวนเงินถึง 9,175 ล้านบาท ด้านทรูเรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์มากกว่าการข่มขู่ซึ่งในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจไม่เกิดผลดีกับการลงทุนของประเทศ
นายนุกูล บวรสิรินุกูล ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที กล่าวภายหลังการร่วมประชุมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เพื่อแสดงมาตรการตอบโต้ถึงกรณีอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินให้ ทีโอที จ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายให้ทรู เป็นจำนวนเงิน 9,175 ล้านบาทว่าเพื่อเป็นการตอบโต้กลุ่มทุนเอกชนที่มุ่งหวังรายได้จากรัฐและอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ในที่ประชุมมีมติให้พนักงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ 42 หน่วยงาน ต่อต้านและเลิกใช้เลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานและโทรเคลื่อนที่ของกลุ่มทรู และให้หันมาใช้เลขหมายของ ทีโอที แทน อีกทั้งต่อต้านการใช้สินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) อาทิ ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น บริษัท ยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ ยูบีซี ห้างสรรพสินค้าโลตัส เป็นต้น
“พวกเรามีมติร่วมกัน ที่จะให้สมาชิกสหภาพ พร้อมด้วยพนักงานและครอบครัวร่วมกันที่มีจำนวนรวมกันแล้วกว่า 1 ล้านคนต่อต้านสินค้าบริการของกลุ่มทรู และซีพี เพื่อแสดงถึงจุดยืนถึงการที่อาศัยช่องว่างของกฎหมายเข้ามาหาผลประโยชน์จากรัฐ ทั้งๆที่เป็นเพียงผู้อยู่ใต้สัญญา”
นายนุกูล กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นทางรัฐบาลกระทรวงการคลัง หรือแม้แต่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล นิ่งเฉยและไม่ได้เข้ามาสอบถามเพื่อให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งชี้ให้เห็นความต้องการถ่ายเทเม็ดเงินจากรัฐวิสาหกิจที่ดูแลทรัพยากรของประเทศไปสู่กลุ่มทุนเอกชน
“ธุรกิจของรัฐที่ยืนหยัดมานาน แต่พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ก็เกิดความล่มสลาย โดยไม่เห็นถึงผลประโยชน์ของชาติและรัฐ เปรียบเสมือนการทำลายสมบัติของชาติขนาดนายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการแทนรัฐมนตรีไอซีทียังออกปากว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาไปแล้ว ก็ยิ่งเหมือนกับทำให้ทีโอทีจะต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง”
สำหรับการยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ส่วนทางสหภาพฯจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการเคลื่อนไหวทางสังคม ให้รับรู้ถึงผลเสียของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลในชุดต่อไปที่จะเข้ามาบริหาร
ด้านนายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่าไม่ขอแสดงความคิดเห็นกับการที่กลุ่ม สรส. จะทำการต่อต้านสินค้าและบริการของทรู เพราะเป็นกิจกรรมที่มีแนวคิดและจุดยืนของกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอำนาจตามประชาธิปไตยว่าสามารถทำอะไรที่อยู่ในกรอบของกฎหมายที่ไม่สร้างความเดือดร้อนและก่อความวุ่นวาย
ส่วนการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองนั้น คาดว่าน่าจะยื่นต่อศาลปกครองได้เร็วๆนี้ ส่วนความคืบหน้าการเจรจากับทรูนั้น ยังไม่มีการติดต่อจากทรูอย่างเป็นทางการ มีเพียงขอนัดทานอาหารเท่านั้น
แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่าการเคลื่อนไหวของสหภาพฯถือเป็นแนวทางที่ทำได้ แต่สิ่งที่พนักงานทีโอทีมองข้ามไปคือปัญหาภายในทีโอทีเองที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องผู้บริหารระดับสูงที่มักมีนอกมีในกับบริษัทเอกชน ซึ่งทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อรองกรรมการผู้จัดการใหญ่คนหนึ่งเกษียณจากทีโอทีไป ก็ไปนั่งเป็นที่ปรึกษาใหญ่โตในกลุ่มทรู ยังไม่นับถึงผู้บริหารปัจจุบันที่ยังมีอำนาจในตำแหน่ง จะเอื้อประโยชน์หรืออำนวยความสะดวกให้บริษัทเอกชน
ปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานที่หย่อนประสิทธิภาพ และการรั่วไหลที่เป็นผลกระทบกับองค์กรโดยตรง แต่สหภาพฯ ยังไม่รีบเข้าไปแตะ อาจเป็นเพราะสหภาพฯชุดนี้ มีความอ่อนแอด้านข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งขาดความเป็นเอกภาพ เรื่องใหญ่ๆบางเรื่องยังรู้ช้ากว่าสื่อบางฉบับอย่างกรณีระบบบิลลิ่งที่ยังไม่เวิร์กสักที รวมทั้งเรื่องเลขหมายที่ไม่สามารถเก็บเงินได้ หรือ Unmatched CDR (Call Data Record) ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 7 หมื่นเลขหมาย
ทั้งนี้สตง.และ ผู้สอบบัญชีงบการเงินของทีโอที คือ PwC ได้ตั้งข้อสังเกตในงบการเงินปีที่ผ่านมา และให้ทีโอทีเร่งดำเนินการแก้ไขด่วนคือ1.ให้ตรวจสอบและแก้ไขUnmatched ให้หมดไป 2.บันทึกใบสั่งบริการของการให้บริการปี2548ให้เสร็จภายในสิ้นม.ค.2549 ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จ
ทั้งนี้มีตัวเลขแสดงยอดเลขหมายที่เก็บเงินไม่ได้ในช่วงเม.ย.-ธ.ค.48 พบว่าตัวเลข Unmatched จากศูนย์บริการมากถึง 43,471 เลขหมายและมีจำนวนใช้งานถึง 3,817,010 คอลล์ ซึ่งหากคิดครั้งละ 3 บาทก็ตกเดือนละกว่า 11 ล้านบาท แต่การใช้งานจริงต้องมีทั้งเลขหมายที่ใช้ในอุตสาหกรรม บริษัท ห้างร้านและการใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศ ซึ่งหากรวมการใช้งานจริงที่เก็บเงินไม่ได้แล้วจะตกระดับหลายร้อยล้านบาท
Unmatched Call Data Record(CDR) คือข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ในท้องถิ่นหรือทางไกลที่ถูกบันทึกในระบบชุมสาย และสั่งเข้าระบบใบแจ้งหนี้ตามกรรมวิธีแต่เมื่อนำเข้าไปประมวลผลเพื่อคิดค่าบริการแต่ละเลขหมายปรากฎว่า ไม่มีฐานข้อมูลเลขหมายเหล่านี้ ในระบบใบแจ้งหนี้ การไม่มีฐานข้อมูลเลขหมายในระบบใบแจ้งหนี้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ คือ1.ยังไม่ได้บันทึกใบสั่งบริการเข้าระบบ CRM เพราะเมื่อเริ่มเปิดใช้ระบบ CRM ศูนย์บริการในแต่ละแห่งส่งข้อมูลให้ส่วนกลางบันทึกใบสั่งบริการ แต่มีการตกหล่น หรือ2.กรณีที่เกิด ระบบ error หรือ 3.ศูนย์บริการลูกค้าในแต่ละแห่งไม่สามารถนำใบสั่งบริการเข้าระบบ CRM ได้แบบวันต่อวัน
ประเด็นสำคัญที่สุดคือมาจากการรั่วไหลจากการบริหารงานภายในด้วยเพราะทีโอทีเป็นองค์กรที่ใหญ่มากมีศูนย์บริการทั่วประเทศและที่ผ่านมามีการพัฒนาระบบ CRM มีระบบบิลลิ่งใหม่ อย่างไรก็ตามทีโอทีมีแผนที่จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มเลขหมายที่เก็บเงินไม่ได้ในเดือนมี.ค.นี้
“ในขณะที่เรียกร้องให้มาใช้เบอร์ทีโอที แต่กลับมีคนใช้เบอร์ทีโอทีเกือบ 7 หมื่นเลขหมายใช้ฟรีไม่ต้องเสียสักบาท”
ด้าน นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฏหมายบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าการใช้มาตรการข่มขู่ดังกล่าวถือว่าไม่ใช่เป็นการสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบริษัท ทีโอที ซึ่งยังคงสภาพรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่อยู่ หากมองภาพใหญ่น่าจะมีผลกระทบกับการลงทุนของประเทศ เพราะบริษัทที่ทำสัญญาถูกต้องตามกฏหมาย แต่กลับได้รับการปฏิบัติจากหน่วยงานรัฐในลักษณะดังกล่าว
“พวกที่มาอาละวาด ส่วนมากเพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่รู้ประวัติศาสตร์มีเป็นมานับสิบปีแล้ว”
เขาย้ำว่ากรณีการตั้งประธานอนุญาโตตุลาการ ก็เป็นไปตามกระบวนการหที่อนุญาโตฯฝ่ายทรูกับทีโอที และสถาบันอนุญาโตฯ เสนอชื่อมารายละ 3 คนรวมเป็น 9 คน หลังจากนั้นจึงใช้วีการให้คะแนน แล้วคนที่ได้คะแนนสูงสุดจึงเป็นประธานอนุญาโตฯ ซึ่งกระบวนการต่างๆ เป็นไปตามสัญญาทั้งสิ้นที่ระบุว่าเมื่อเกิดกรณีพิพาทมีความเห็นต่างกัน ให้ใช้ขบวนการอนุญาโตฯ
“หลังมีคำชี้ขาดทีโอทีมีเวลา 60 วันในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งกลุ่มทรูยังไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลย”
ส่วนกรณีสหภาพฯทีโอทีและสรส.เรียกร้องให้เลิกใช้เลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานของทรู และเลิกซื้อสินค้าจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือโลตัสนั้น ปัจจุบันหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจก็ไม่ได้ใช้บริการของทรูอยู่แล้ว รวมทั้งในทรูก็มีผู้ถือหุ้นหลายรายรวมทั้งแบงก์เยอรมนี หมายถึงสหภาพฯจะประท้วงไปถึงแบงก์เยอรมนีอย่างนั้นหรือ และกลุ่มซีพีเองก็ถือหุ้นจำนวนน้อยในเซเว่ฯและโลตัส
“ผมเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์มากกว่าการมาข่มขู่กันซึ่งในภาพรวมของประเทศแล้วไม่ใช่ผลดี”
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ / 01 มี.ค. 49