นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เพื่อให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการด้านทันตกรรมตามเจตนารมณ์ของการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมรูปแบบใหม่
คือให้ผู้ประกันตนเข้ารับบริการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และใส่ฟันปลอดฐานพลาสติกที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายและไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ แต่หากโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ไม่สามารถให้บริการได้ หรือนัดหมายเพื่อให้การรักษาเกิน 14 วัน ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลอื่นได้นั้น เพื่อบรรเทาปัญหารอคิวนานและลดความคับคั่งในการเข้ารับบริการ โดยให้ผู้ประกันตนกลับไปใช้ระบบเดิมได้ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ม.ค.49-31 มี.ค.49 ทั้งนี้ผู้ประกันตนต้องนำบัตรนัดจากโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ มาเพื่อประกอบการยื่นขอเบิกเงินคืนจากสำนักงานประกันสังคม จะได้ครั้งละ 200 บาท และไม่เกิน 400 บาท โดยบัตรนัดต้องมีระยะเวลาเกินกว่า 14 วัน นับแต่วันที่ออกบัตรนัด เช่น ออกบัตรนัดวันที่ 12 ม.ค. 49 จะนับวันถัดไป(13 ม.ค. 49)เป็นวันที่หนึ่งจนครบสิบสี่วันในวันที่ 26 ม.ค. 49 ดังนั้นผู้ประกันตนต้องเข้ารับบริการทันตกรรมที่โรงพยาบาลอื่นก่อนกำหนดนัดหมายของโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เช่น ผู้ประกันตนเข้าพบทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.49 เพื่ออุดฟัน แพทย์ไม่สามารถให้บริการภายในวันนั้นได้ จึงออกบัตรนัดให้มาอุดฟันในวันที่ 27 ม.ค.49 ดังนั้นผู้ประกันตนสามารถไปอุดฟันที่โรงพยาบาลอื่นได้ตั้งแต่วันที่ 12-26 ม.ค.29 ถือว่าเป็นการไปทำฟันก่อนวันนัดหมาย หากไปทำฟันตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.49 เป็นต้นไป จะไม่มีสิทธิเบิกค่าทันตกรรมได้เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข ทั้งนี้ผู้ประกันตนจะต้องยื่นเอกสารประกอบคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เข้ารับบริการทันตกรรม โดยยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีทันตกรรม (สปส.2-16) ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จรับเงินและบัตรนัดหมายเข้ารับบริการทันตกรรมจากโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส