'FTA' คืออะไร

'FTA' คืออะไร | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ


หมายเหตุ:ตั้งแต่วันพุธที่1ก.พ.ศกนี้ เป็นต้นไป ทุกฉบับวันพุธ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับคอลัมนิสต์ชื่อดัง 4 ท่าน ผลัดเปลี่ยนกันมาถ่ายทอดสาระน่ารู้เกี่ยวกับเอฟทีเอ ในคอลัมน์ "รอบรู้เอฟทีเอ" เริ่มฉบับนี้โดยดร.วีรชัย พลาศรัย รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่วนอีก 3 ท่าน เป็นใครบ้าง โปรดติดตามห้ามพลาดเด็ดขาด รับประกันทุกท่านฝีมือคุณภาพและเข้มด้วยสาระอย่างแน่นอน

"FTA" คืออะไร

FTA เป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสนใจกันมากในขณะนี้ มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในเวทีต่างๆ ว่า FTA จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาก-น้อยแค่ไหน ไทยจะเสียเปรียบประเทศอื่นจริงหรือ ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ซักซ้อมความเข้าใจกันหน่อยนะครับว่า FTA คืออะไร

ก่อนอื่นผมอยากเริ่มต้นที่ WTO หรือองค์การการค้าโลกที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งเมื่อปี 2538 จนบัดนี้ มีสมาชิกทั้งสิ้น 149 ประเทศ การเป็นสมาชิกของ WTO ทำให้ไทยมีสิทธิและพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามภายใต้ความตกลงต่างๆ ของ WTO (อาทิ GATT, GATS และ TRIPS เป็นต้น) ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการเปิดเสรีและสร้างความเป็นธรรมกับสมาชิก โดยเน้นหลักการไม่เลือกปฏิบัติเป็นสำคัญ

FTA หรือความตกลงเขตการค้าเสรีเป็นความตกลงระหว่างประเทศ จะทำกันเพียง 2 ประเทศอย่างที่ไทยทำเสร็จไปแล้วกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หรือมากกว่า 2 ประเทศก็ได้เช่น AFTA ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน นับเป็นนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ บางเรื่องก็เพิ่มไปจากที่กำหนดไว้ใน WTO บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีความตกลงภายใต้ WTO มารองรับ ทั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะปรับโฉมให้ไทยพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค กำหนดกฎเกณฑ์ทางการค้าใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือต้องการให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขอเรียนนะครับว่า FTA ของไทยไม่ได้ขัดกติกาของ WTO เพราะความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า หรือ GATT (พ.ศ. 2490) ข้อ XXIV ได้ยกเว้นหลักการไม่เลือกปฏิบัติให้สมาชิก WTO ทำ FTA หรือ "interim agreement" ที่ในที่สุดจะนำไปสู่การจัดทำ FTA ระหว่างกันได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ว่า

- ต้องยกเลิกภาษีศุลกากรระหว่างกันสำหรับสินค้าส่วนใหญ่ในการค้า ("substantially all the trade") ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีการตีความที่ยึดเป็นบรรทัดฐานได้ แต่ก็ถือกันทั่วๆ ไปว่า ควรยกเลิกภาษีอย่างน้อยร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้าระหว่างกัน หลักการที่ว่านี้ ยังนำไปปรับใช้กับการเปิดตลาดการค้าบริการ ดังปรากฏในข้อ V ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ หรือ GATS อีกด้วย แต่เปลี่ยนไปให้ครอบคลุมสาขาบริการส่วนใหญ่ ("substantial sectoral coverage") แทน

- "interim agreement" จะต้องนำไปสู่การจัดทำ FTA ภายในระยะที่สมเหตุสมผล ("within a reasonable length of time") อันไม่ควรเกิน 15 ปี ซึ่งก็คือ "early harvest" ที่ไทยทำกับจีนและอินเดียนั่นเอง ตรงนี้ ผมต้องขอแก้ความเข้าใจผิดของหลายๆ ท่านที่เห็นว่าการจัดทำ "early harvest" ของไทยไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศด้วยนะครับ

- ผลของการจัดทำ FTA ระหว่างกันนั้น ต้องไม่เพิ่มการกีดกันทางการค้ากับประเทศสมาชิก WTO อื่นๆ

ผมหวังว่าได้ช่วยสร้างความชัดเจนมากขึ้นกับท่านผู้อ่านหรือผู้ที่จะมีส่วนได้ส่วนเสียกับการจัดทำ FTA ของไทย จะได้มาช่วยกันมีข้อขบคิด และแสดงความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อทีมเจรจาของรัฐบาลต่อไปนะครับ

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ




ลงวันที่ 01/02/2006 10:14:47
จำนวนผู้ชม 3151 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์