บอร์ดสปส.เสียงแตกเพิ่มสิทธิคลอดบุตร

บอร์ดสปส.เสียงแตกเพิ่มสิทธิคลอดบุตร | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ


บอร์ดสปส.เสียงแตกเพิ่มสิทธิคลอดบุตร

มติชน
25 ม.ค. 49
เครือมติชน

บอร์ด สปส.แตกคอ ฝ่ายลูกจ้างแฉประกันสังคมทุ่มงบพันล้าน เพิ่มสิทธิคลอดบุตร โรงพยาบาลรับอื้อ แนะจ่ายส่วนเกินให้ผู้ประกันตน ระบุส่วนใหญ่คลอดเองจ่ายไม่เกิน 5,000 บาท

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด สปส.) เปิดเผยว่า มีกลุ่มลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนออกมาคัดค้านกับการที่ สปส.ต้องนำเงินจำนวน 1 พันล้านเพื่อเป็นค่าเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาล ในกรณีสิทธิประโยชน์คลอดบุตรรายหัว 1.2 หมื่นบาท เนื่องจากเห็นว่าการเหมาจ่ายรายหัวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าความเป็นจริง อีกทั้งไม่สามารถเบิกเงินส่วนต่างคืนได้ หากค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่าค่าเหมาจ่าย

ทั้งนี้มองว่าเป็นการเอื้อให้กับโรงพยาบาลมากกว่า เพราะใช้ระบบเหมาจ่ายทั้งหมดให้กับโรงพยาบาล โดยที่ผู้ประกันตนไม่สามารถเบิกคืนได้ แตกต่างจากระบบเดิมผู้ประกันตนที่คลอดบุตร หากค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอัตราที่เบิกได้ ก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนที่เหลือได้

“เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้ประกันตนมาท้วงติงในเรื่องการเพิ่มเงินเหมาจ่ายค่าคลอดบุตรให้กับโรงพยาบาล ซึ่งเขาบอกว่าเดิมสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าคลอดบุตร โดยเหมาจ่ายให้กับผู้ประกันตน 6,000 บาท เสียค่าใช้จ่ายจริงในการคลอดเพียง 3,000 บาท ยังเหลืออีก 3,000 บาท ยังใช้ซื้อของใช้ต่างๆ ให้ลูกได้อีกมาก จึงขอให้ทบทวนให้เป็นระบบเหมาจ่ายแก่ผู้ประกันตนเช่นเดิม ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับเขาและจะเสนอให้บอร์ดประกันสังคมพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า ผู้มีประสบการณ์ทางการแพทย์ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ค่าคลอดบุตรผู้ประกันตนส่วนใหญ่ เป็นผู้ใช้แรงงานที่ร่างกายแข็งแรงมักจะคลอดปกติ ไม่ต้องผ่าตัดทำให้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000-5,000 บาทเท่านั้น มีน้อยมากที่ต้องผ่าตัด ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1-1.1 หมื่นบาท ซึ่งในเรื่องนี้โรงพยาบาลก็จะมีกำไรจากการทำคลอดในรายที่คลอดปกติกว่า 50% อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ สปส.จ่ายให้กับทางโรงพยาบาล เป็นรายได้ที่โรงพยาบาลได้เพิ่มขึ้นอีก

อีกทั้งผู้ประกันตนส่วนใหญ่มักไปคลอดในโรงพยาบาลอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลตามบัตร โดยยอมเสียค่าใช้จ่ายค่าคลอด 4,000-5,000 บาท แล้วจึงนำบิลมาเบิกกับ สปส.ภายหลัง ซึ่งจะได้รับรายละ 6,000 บาท ทำให้มีเงินเหลือประมาณ 1,000-2,000 บาท สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ซื้อสิ่งของ เครื่องใช้สำหรับทารก อาทิ นม อาหารเสริม เป็นต้นได้

ขณะเดียวกัน นายไสว พราหมณี ประธาน กมธ.แรงงาน และสวัสดิการสังคม วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการสร้างตึกสำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ 3 (ดินแดง)สูง 12 ชั้นมูลค่า 190 ล้านบาทที่สร้างเสร็จมาแล้วกว่า 1 ปีแต่ไม่สามารถเปิดใช้การได้ว่า กมธ.ทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณก่อสร้างตึกดังกล่าว เนื่องจากสงสัยว่าสร้างเสร็จมา 1 ปีแต่กลับมีปัญหาอาคารร้าว ระบบการระบายน้ำติดขัด รวมถึงลิฟต์โดยสารด้วย

ทั้งนี้ยังมีรายงานด้วยว่าหากเปิดใช้งานตึกดังกล่าวไปแล้ว คาดว่าจะมีปัญหาเรื่องระบบลิฟต์โดยสาร เนื่องจากผู้บริหาร สปส.ได้เปลี่ยนแปลงสเปคลิฟต์จากยี่ห้อ ชิลเลอร์ โอติส ที่ผลิตในประเทศสวีเดน มีอายุใช้งาน 10 ปี เป็นยี่ห้อ ฮิตาชิของญี่ปุ่น มีอายุการใช้งานต่ำกว่า ทำให้เกิดความเสียหายได้ในอนาคต หากมีผู้ร้องเรียนก็จะสอบสวนเรื่องนี้ด้วย

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน




ลงวันที่ 27/01/2006 08:52:41
จำนวนผู้ชม 1944 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์