SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


นักวิชาการชี้ทางรอดบัตรทอง โยกลูก-เมียใช้สิทธิประกันสังคม

นักวิชาการชี้ทางรอดบัตรทอง โยกลูก-เมียใช้สิทธิประกันสังคม | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



นักวิชาการทีดีอาร์ไอ เสนอขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงน้ำมันขาลง หรือโยกคู่สมรส บุตรแรงงานไปอยู่ประกันสังคม ช่วยให้โครงการบัตรทองอยู่รอด

วานนี้ (3 มิ.ย.) สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) เพื่อสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ในการประชุมโครงการศึกษาภาพอนาคตและเส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ยั่งยืนของประเทศไทย นางวรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสประจำมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ได้ทำการศึกษาการหาแหล่งเงินเพิ่มเติมสำหรับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าล่าสุด เนื่องจากโครงการดังกล่าวประสบปัญหางบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวที่รัฐบาลจัดสรรให้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการบริการให้กับประชาชน ดังนั้น เพื่อหาทางออกให้กับรัฐบาลจึงได้ทำการศึกษาการหาแหล่งเงินเพิ่มเติมพบว่า แนวทางที่จะหางบประมาณเพิ่มเติมทำได้อย่างน้อย 2 วิธีคือ 1 การหารายได้ให้เพิ่มขึ้น อาทิ การจัดเก็บภาษีให้เพิ่มขึ้น 2 การลดค่าใช้จ่ายเงินงบประมาณ

“หากรัฐบาลต้องการแนวทางในการหารายได้เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนด้านการเงินให้โครงการนี้ แนวทางที่เป็นไปได้ทางหนึ่ง คือ การขึ้นอัตราภาษีของสินค้าความบันเทิง น้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า การรักษาพยาบาล และเครื่องนุ่งห่ม วิธีที่ดีที่สุด คือ การเพิ่มภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง หากขึ้นเพียง 30% จะมีปัญหา ขณะที่แพทย์ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ขึ้นภาษีบุหรี่เหล้ามากกว่าเพราะเป็นภาษีบาป แต่ทางด้านเศรษฐศาสตร์ถือว่า การบริโภคเหล้าบุหรี่เป็นฐานแคบ ต้องขึ้นภาษีอีก 40-70% ถึงจะเพียงพอมากพอในช่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า”นางวรวรรณ กล่าว

นางวรวรรณ กล่าวว่า ถ้าเป็นภาษีจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีฐานบริโภคที่ใหญ่มาก หากในช่วงที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงก็ให้รัฐบาลคงราคาน้ำมันไว้ อีกเพียง 50-60 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้นเหมือนกับการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งจะได้งบประมาณประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพียงเท่านี้รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิมแต่อย่างใด

“ขณะนี้ภาวะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อาจทำให้เกิดความขัดแย้งต่อความรู้สึกต่อการขึ้นราคาภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหากในอนาคตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกลับสู่ภาวะปกติ ภาวะแวดล้อมต่างๆไม่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอีกก็สามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาดำเนินการได้ เพราะเป็นข้อมูลทางวิชาการ” นางวรวรรณ กล่าว

นางวรวรรณ กล่าวว่า ในส่วนของการลดค่าใช้จ่ายงบประมาณนั้น โดยโยกย้ายผู้มีสิทธิรับบริการในโครงการนี้ ไปยังสวัสดิการประกันสังคม เช่นให้คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนเข้าสู่ประกันสังคม โดยไม่มีการเก็บเงินเพิ่มเติม จากข้อมูลการสำรวจความต้องการเข้าร่วมในระบบประกันสังคมในปี 2546 พบว่า 20.96% มีคู่สมรสที่ได้รับสิทธิบัตรทอง และ 42.71% ของผู้ประกันตนมีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ใช้สิทธิบัตรทองด้วย

“นอกจากนี้ ยังต้องรวมถึงผู้ประกันตนที่เกษียณอายุและคู่สมรสที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ควรโยกให้กลุ่มทั้งหมดนี้อยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งจะช่วยลดจำนวนคนในโครงการได้ถึง 6.7-7.2 ล้านคน ที่อยู่ในโครงการช่วงปี 2548-2552”นางวรวรรณ กล่าว

ที่มา : bangkokhealth.com




ลงวันที่ 07/07/2008 11:23:08
จำนวนผู้ชม 1922
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ