นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การทำฟันฟรีเป็นนโยบายที่ดีช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการมากขึ้นไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน จากการสำรวจพบว่าผู้ประกันตนจำนวน 8.5 ล้าน คน ส่วนใหญ่กว่า 60% มีรายได้ต่ำกว่า 7,000 บาท การให้บริการทันตกรรมระบบเหมาจ่ายจึงน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนได้มากกว่าระบบเดิม
แต่ที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นระยะแรกที่มีการใช้สิทธิประโยชน์ทันตกรรมในรูปแบบใหม่ คือ ระบบเหมาจ่ายที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนไปทำฟันฟรี ได้แก่ อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และใส่ฟันปลอมฐานพลาสติก โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งนั้น ทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการและต้องประสบกับปัญหาการรอคิวนาน และทำให้ทันตแพทย์ต้องทำงานหนักกว่าเดิม ซึ่งเกรงว่าจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการให้บริการ
ดังนั้น ในช่วง 3 เดือนแรกที่มีผู้ประกันตนเข้ามาใช้บริการอย่างคับคั่งดังกล่าว สปส.จึงอนุโลมให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิตามเดิมไปก่อน กล่าวคือ ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่สามารถรอคิวได้ หรือรอคิวนานเกินกว่ามาตรฐานที่ สปส.ได้กำหนดคือ 14 วัน ผู้ประกันตนสามารถไปใช้บริการที่คลินิกทันตกรรมใดๆ ก็ได้โดยนำใบเสร็จจากคลินิกมาเบิกได้จาก สปส. จังหวัด/เขตพื้นที่ทั่วประเทศได้ จำนวนครั้งละ 200 บาท ไม่เกิน 400 บาท/ปี โดยจะต้องมีหลักฐานจากทางโรงพยาบาลหรือเครือข่ายว่าไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปซึ่ง สปส. จะขอสงวนสิทธิที่จะหักค่าใช้จ่ายสถานพยาบาลนั้นๆ
สปส.จะร่วมมือกับโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ทันตแพทยสภา สมาคมทันตแพทย์เอกชนไทย ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ทบทวนมาตรฐานการให้บริการที่ สปส. เคยกำหนดไว้ อาทิ การรอคิวรับบริการจากแพทย์ 30 นาที หรือการรอรับนัดเพื่อรับบริการทำฟันจากทันตแพทย์ ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ทั้งนี้เพื่อให้ทันตแพทย์คงมาตรฐานการรักษาและการให้บริการ.
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์