JP Morgan “จ่อปิด 300 สาขา - ไล่พนักงานออก”

JP Morgan “จ่อปิด 300 สาขา - ไล่พนักงานออก” | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : JP Morgan “จ่อปิด 300 สาขา - ไล่พนักงานออก”, ข้อมูลเกี่ยวกับ JP Morgan “จ่อปิด 300 สาขา - ไล่พนักงานออก”


JP Morgan “จ่อปิด 300 สาขา - ไล่พนักงานออก”
 
3 มี.ค. 2015 สถาบันการเงินสหรัฐฯต้องปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้งเพื่อรับมือกับมาตรการกำกับการเงินใหม่เข้มข้นที่จะเริ่มใช้ในปี 2017 เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯต้องเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดมาจากการเงินการธนาคารอีกครั้ง และทำให้สถาบันการเงินใหญ่ๆของสหรัฐฯ เช่น ธนาคารเชซ (CHASE) ของ JP Morgan เตรียมปิด 300 สาขา รวมถึงเลิกจ้างพนักงานบางส่วนประจำสาขาเหล่านั้นภายใน 2ปีข้างหน้า รวมไปถึงมาตรการอื่นๆที่สถาบันการเงินสหรัฐฯขนาดใหญ่ต่างนำมาใช้ เช่น การปลดพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กร รวมไปถึงการใช้ระบบอัตโนมัติแทนการใช้พนักงานให้บริการ เป็นต้น
       
ในการปรับตัวอย่างกระทันหันของบรรดาสถาบันการเงินสหรัฐฯก่อนปี 2017 ซึ่งจะเริ่มมีการใช้มาตรการกำกับสถาบันการเงินอย่างเข้มงวด และทำให้บรรดาสถาบันการเงินเหล่านั้นหต้องหันมาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการหั่นค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว ปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็กลง รวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายด้านบริหารจัดการ และใช้ระบบอัตโนมัติให้บริการกับลูกค้าแทนการใช้พนักงาน เช่น ให้ลูกค้าธนาคารทำธุรกรรมการเงินทางออนไลน์แทนที่จะต้องเดินทางไปธนาคารด้วยตนเอง ซึ่งธนาคารเชซ ( CHASE) ของ JP Morgan เตรียมปิดสาขา 300 แห่งภายในสิ้นปี 2016 และจะปลดพนักงานบางส่วนที่ทำงานในสาขาที่ปิดตัวเหล่านั้นด้วย นอกจากที่วางแผนลดค่าใช้จ่ายให้ได้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ก่อนปี 2017
       
เอเอฟพีรายงานวันนี้ (3 มี.ค.) ว่า ในปี 2014 โกลแมนแซคจ่ายต่ำสุดนับตั้งแต่สถาบันการเงินเพื่อการลงทุนที่มีชื่อเสียงของวอลสตรีทแห่งนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1999 ซึ่งการที่ต้องทำตามข้อกำหนดใหม่ของมาตรการกำกับดูแลการเงินและการธนาคารของสหรัฐฯ ทำให้สถาบันการเงินต้องยอมถอยออกจากหลักทรัพย์ที่ให้ค่าตอบแทนสูง รวมไปถึงการจำกัดจำนวนเงินฝากโดยการที่ทางสถาบันการเงินจะเพิ่มค่าธรรมเนียมลูกค้าธนาคารที่นำทรัพย์สินมาฝากกับทางธนาคาร ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ JP Morgan แถลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
ทั้งนี้ JP Morgan กำลังลดบทบาทของสถาบันการเงินในส่วยการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และรวมไปถึงตลาดคอมโมดิตี (Commodities) และได้นำ Oil Trading Unit เข้าสู่ตลาด นอกจากนี้เอเอฟพียังรายงานเพิ่มเติมว่า JP Morgan ต้องการให้ความสนใจกับการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management ) หรือการนำเงินของลูกค้าไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น ลงทุนในกองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล และธุรกิจอื่นๆที่มีความเสี่ยงต่ำ
       
เพราะผู้ควบคุมกำกับการเงินการธนาคารต้องการปรับให้มาตรการกำกับมีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันเกิดวิกฤตการทางการเงินเหมือนเช่นเคยเกิดกับสหรัฐฯในปี 2008 และส่งผลทำให้รัฐบาลสหรัฐฯและหน่วยงานรัฐบาลกลางต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
       
และเอเอฟพียังรายงานต่อว่า มาตรการกำกับสถาบันการเงินฉบับที่ 3 ของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือบาเซิล 3 (Basel III) ได้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มเงินสํารองกันชน (Capital Buffers) ทั้งในรูปคณภาพและปริมาณ ที่กำหนดให้มีขั้นต่ำ 7% ของทรัพย์สินทั้งหมดตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่า ในเงินทุก 100 ดอลลาร์ที่ให้กู้ ยืม 7 ดอลลาร์ต้องมาจากเงินของธนาคาร
       
แต่ทว่าทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ เฟด (Federal Reserve) และคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพทางการเงินสหรัฐฯ ( FSB ) ต้องการมาตรการกำกับการเงินที่เข้มข้นมากกว่านี้ ซึ่งเอเอฟพีชี้ว่า FSB ต้องการให้สถาบันการเงินใหญ่ในสหรัฐฯมีเงินสํารองกันชนราว 16-20% ของทรัพย์สินที่มีความเสี่ยง หรือ "Total Loss Absorbency capacity" ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เงินของรัฐบาลอเมริกันหรือของเงินผู้เสียภาษีชาวอเมริกันถูกนำมาใช้เพื่อกอบกู้สถาบันการเงินที่ล้ม
 
ทั้งนี้ในส่วนของเฟด เอเอฟพีชี้ว่า ต้องการให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ 8 แห่งของสหรัฐฯต้องมีเงินกองทุนส่วนเพิ่มตามระดับความเสี่ยงของสินทรัพย?( risk based capital surcharge ) และตามข้อเสนอของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทางเฟดสามารถห้ามไม่ให้ธนาคารจ่ายเงินปันผล หรือกลับเข้าช้อนซื้อหุ้นหากสถาบันการเงินแห่งนั้นไม่ปฎิบัติตาม ในขณะที่ ไบรอัน มาร์คิโอนี (Brian Marchiony)โฆษกของ JP Morgan ให้ความเห็นว่า “ทางเราต้องการจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น ทางเราต้องการให้มีเงินปันผล และสามารถช้อนซื้อหุ้นกลับเพื่อสร้างความสมดุลย์”
       
ซึ่งภายใต้กฎหมายปฎิรูปการเงินวอลสตรีท Dodge Frank ที่เรียกว่า “Volcker Rule” สถาบันการเงินสหรัฐฯถูกห้ามทำการซื้อขายโดยตรงที่เรียกว่า “Proprietary Trading” หรือ การซื้อขายหลักทรัพย์ในนามตนเอง โดยใช้ทรัพย์สินของสถาบันการเงินในการทำการ ซึ่งในที่นี้คือในนามของสถาบันการเงินแห่งนั้นเพื่อทำกำไรอันจะพึงมีแก่สถาบันการเงิน แทนการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อค่านายหน้าตามปกติ
       
เอเอฟพีรายงานว่า คำสั่งห้ามนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่มากจนเกินไป และทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารแห่งนั้น ตัวอย่างเช่น วิกฤตการซื้อขาย London Whale ในปี 2012 ทำให้ JP Morgan ต้องขาดทุนไปถึง 6 พันล้านดอลลาร์ 
 



ลงวันที่ 07/04/2015 08:01:38
จำนวนผู้ชม 1952 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์