สงครามแย่งพนง.แบงก์เดือด ลาออก 12%

สงครามแย่งพนง.แบงก์เดือด ลาออก 12% | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : สงครามแย่งพนง.แบงก์เดือด ลาออก 12%, ข้อมูลเกี่ยวกับ สงครามแย่งพนง.แบงก์เดือด ลาออก 12%

นายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันแย่งทรัพยากรบุคคลระหว่างธนาคารพาณิชย์ มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมีอัตราการลาออกของพนักงาน 12% เพิ่มขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อนที่มีอัตราการลาออกเพียง 4-5%

จากการทำสำรวจทางโทรศัพท์ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เทียบกับธนาคารแห่งอื่น พบว่า ธนาคารกสิกรไทยมีอัตราการลาออก 8.45% รองจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่มี 8.80% ธนาคารไทยพาณิชย์ 7.02% ส่วนธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทยอยู่ที่ 5% และ 1.47% ตามลำดับ ด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นยุทธศาสตร์หลัก

“การแข่งขันที่เกิดขึ้นอยู่ในสายงานที่ธนาคารมีความแข็งแกร่งค่อนข้าง มาก เช่น สายงานเอสเอ็มอีที่โดนค่อนข้างมาก รวมถึงสายงานสร้างรายได้อื่นๆ เช่นเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า รวมถึงงานด้านต่างประเทศที่มีความขาดแคลน โดยพนักงานบางรายได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 50% 80% หรือบางคน 100% จนเริ่มต้องคิดว่า การแย่งคนไปมา จะทำให้ต้นทุนสูงกว่าศักยภาพพนักงานหรือไม่ ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นนี้ไม่รู้จะไปถึงไหนและจะหยุดยังไง”

ธนาคารมีความสามารถแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคล โดยได้ปรับการรับพนักงานเช่นกัน ตอบรับผลการรับสมัครได้ภายใน 3 วันทำการ รวมถึงการจ่ายผลตอบแทนให้กับพนักงาน ที่ผ่านมาธนาคารได้ปรับขึ้นผลตอบแทนแรกเข้า 2 ครั้งแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายขึ้นค่าครองชีพสำหรับผู้จบปริญญาตรี โดยเดือนส.ค.นี้ เพิ่งมีการปรับขึ้นไปสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีใกล้ระดับ 14,500 บาท ไม่รวมค่าครองชีพอีก 2,500 บาท และโบนัสที่จะขึ้นกับผลประกอบการ ซึ่งจะขึ้นกับวุฒิการศึกษาว่า จบจากสถาบันใด สาขาใด ซึ่งรวมแล้วจะสูงกว่า 15,000 บาทแน่นอน ซึ่งธนาคารบางแห่งได้ปรับแล้วเช่นกัน

เขากล่าวว่า จำนวนพนักงานธนาคาร ณ เดือนก.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 19,000 คน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ที่มี 17,404 คน และจากในอดีตหลังวิกฤติเศรษฐกิจธนาคารมีพนักงาน 11,253 คน สิ้นปี 2549 และเริ่มเพิ่มจำนวนหลังจากนั้นมากกว่า 50% อยู่ตามสาขาของธนาคาร เพราะบุคลากรที่เพิ่มขึ้น จะล้อไปกับจำนวนสาขาของธนาคารที่เริ่มขยายเพิ่มตั้งแต่ปี 2550 สิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีสาขา 850 แห่ง จากปีก่อนที่มี 846 แห่ง และจากสิ้นปี 2549 ธนาคารมีสาขา 582 แห่งทั่วประเทศ โดยแต่ละปีอัตราการรับพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปี 2553-2554 ปีละ 3,000 คน ปีนี้ธนาคารต้องการรับพนักงานเพิ่มถึง 4,500 คน โดย 30% เพื่อรองรับปริมาณงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น และอีก 70% เพื่อรองรับพนักงานที่ลาออกไป แต่ความสามารถในการรับได้จริงอยู่ที่ 90% ของความต้องการ

ขณะที่โครงสร้างพนักงานเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน โดยสิ้นปี 2555 สัดส่วนพนักงานชายมีอยู่ 40% ลดลงจากปี 2543 ที่มีกว่า 70% ด้านอายุพนักงานปัจจุบันพนักงานมีการกระจายตัวมากขึ้น โดยสัดส่วนใหญ่ที่สุดอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปีคิดเป็น 38% เทียบในอดีตที่มี 18% ทำให้สัดส่วนพนักงานที่อยู่ในรุ่น Generation Y มีสัดส่วนกว่า 53% ตามมาด้วย Generation X คิดเป็น 30% ที่เหลือเป็นรุ่น Baby Boom เทียบกับในปี 2543 ที่สัดส่วน Generation X คิดเป็น 54% และรุ่น Baby Boom อีก 45% ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนรุ่นใหม่หรือ Generation Y ที่เริ่มมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น จะมีความคิดอ่านเป็นของตัวเองสูงมาก และจงรักภักดีน้อยกว่าคนรุ่นเก่า การบริหารงานบุคคลรุ่นนี้จึงต้องให้งานที่ท้าทาย ให้การยกย่องเชิดชู รวมถึงผลตอบแทนที่แข่งขันได้

ส่วนพนักงานต่างชาติปัจจุบันมี 50 คน เพื่อรองรับงานทางด้านธุรกิจต่างประเทศที่จะเพิ่มขึ้นไปตามการเข้าสู่เออีซี เช่นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงอินเดีย ต้องขยายจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีศักยภาพการทำงาน การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นได้โดยไม่เสียหลักการ ส่วนหนึ่งธนาคารมีพนักงานแลกเปลี่ยนในสถาบันการเงินที่ธนาคารเป็นพันธมิตร อยู่ในต่างประเทศ

ปัจจัยที่มีผลต่องานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของธนาคาร จะสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทั้งการแข่งขันที่เกิดขึ้นจากทั้งในและต่างประเทศ ความต้องการลูกค้าเทคโนโลยีและความเสี่ยง โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่ทำให้มีทรัพยากรบุคคลเกิดการขาดแคลนโดยเฉพาะพนักงานที่มีศักยภาพ เกิดการแข่งขันด้านราคา ความเสี่ยงจึงอยู่ที่การรักษา และสร้างแรงจูงใจให้พนักงานอยู่ทำงานต่อ และยอมรับการหมุนเวียนของพนักงานเข้าออก ทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องการรั่วไหลของข้อมูล ความรู้ในงานนั้นๆ ธนาคารจึงต้องสร้างฐานข้อมูลมารองรับ

(กรุงเทพธุรกิจ, 27-8-2556)



ลงวันที่ 07/09/2013 01:56:55
จำนวนผู้ชม 2018 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์