เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างกลาง พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
สรุปว่าการขึ้นค่าจ้างปี 2549 จะมีจังหวัดที่ได้รับการปรับค่าจ้างทั้งสิ้น 36 จังหวัด ในอัตราตั้งแต่ 1-5 บาท ส่วนที่เหลืออีก 40 จังหวัดไม่ได้ปรับ ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการจังหวัด
โดยจังหวัดที่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 1 บาท มี 1 จังหวัด คือ
อุดรธานี จากเดิม 144 บาท เป็น 145 บาท
ปรับขึ้น 2 บาท มี 22 จังหวัด ได้แก่
กทม. นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ขึ้นเป็น 184 บาท
ภูเก็ต เป็น 181 บาท
ชลบุรี 166 บาท
สระบุรี 163 บาท
นครราชสีมา 158 บาท
เชียงใหม่ พังงา ระนอง ระยอง และอยุธยา เป็น 155 บาท
ฉะเชิงเทรา เป็น 153 บาท
กาญจนบุรี กระบี่ ลพบุรี เป็น 151 บาท
เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจันทบุรี เป็น 150 บาท
อ่างทอง และตรัง เป็น 148 บาท
ปราจีนบุรี สระแก้ว สิงห์บุรี เป็น 147 บาท
อุดรธานี ลำปาง และ สุพรรณบุรี เป็น 145 บาท
นครพนม นครศรีธรรมราช หนองคาย และนราธิวาส เป็น 144 บาท
นครนายก เป็น 143 บาท
และมหาสารคาม เป็น 142 บาท
ส่วนอีก 40 จังหวัดที่เหลือไม่ปรับขึ้น ประกอบด้วย
สุโขทัย ชัยนาท ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี กำแพงเพชร เชียงราย ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน อุตรดิตถ์ อุทัยธานี
กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
ชุมพร ปัตตานี ยะลา พัทลุง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี
โดยให้เหตุผลไม่ขอขึ้นค่าจ้างว่า เพราะภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันมีความผันผวน อีกทั้งเมื่อกลางปี 2548 จังหวัดดังกล่าวปรับค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว 2-8 บาท แต่หากปี 2549 ภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงมากก็อาจมีการทบทวนอีกครั้ง
คณะอนุกรรมการวิชาการฯ จะนำผลการพิจารณาค่าจ้างเสนอคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน คาดว่าคณะกรรมการค่าจ้างกลางจะมีมติยืนตามความเห็นของคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เสนอมา
จากนั้นจะนำเสนอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิจารณาก่อนจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้รับทราบ เพื่อประกาศใช้ให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2549
อย่างไรก็ตาม การปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นเพียง 36 จังหวัด สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้แรงงานในอีก 41 จังหวัดที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ และเตรียมที่จะก่อม็อบประท้วงหากได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด
ในขณะที่ข้าราชการและลูกจ้างกทม.มีสิทธิ์ได้รับโบนัสมากขึ้น ตามนโยบายของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะต้องจ่ายเงินโบนัสให้ข้าราชการให้ได้ภายในวันที่ 26 ธันวาคม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการ
โดยยอดเงินโบนัสในปีนี้คาดว่าจะสูงเกือบ 900 ล้านบาท ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ปี 2547 กทม.จ่ายโบนัสเป็นเงิน 788.9 ล้านบาท
สำหรับยอดเงินโบนัสที่จะจ่ายปีนี้ กทม.จะใช้จากงบประมาณกลางประมาณ 300 ล้านบาท
ที่เหลือใช้เงินสะสม
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์มติชน