ธปท.แพ้คดีพนักงานเกษียณฟ้อง จ่อสูญพันล้าน

ธปท.แพ้คดีพนักงานเกษียณฟ้อง จ่อสูญพันล้าน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ธปท.แพ้คดีพนักงานเกษียณฟ้อง จ่อสูญพันล้าน , ข้อมูลเกี่ยวกับ ธปท.แพ้คดีพนักงานเกษียณฟ้อง จ่อสูญพันล้าน



รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้ตัดสินให้ ธปท. จ่ายค่าชดเชยให้กับอดีตพนักงานธปท.ที่ยื่นฟ้องธปท.กรณีให้ออกจากงานเนื่อง จากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ โดยศาลฯ ตัดสินให้ธปท.จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 300 วัน(10เดือน) ของค่าจ้างอัตราสุดท้ายก่อนครบเกษียณอายุ ให้กับอดีตพนักงานธปท.ทุกคนที่ยื่นฟ้อง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ ธปท. จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ของจำนวนเงินที่ผู้ฟ้องคดีแต่ละคนจะได้รับ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 22พ.ย.2551 เป็นต้นไป ขณะที่ผู้ฟ้องคดีในครั้งนี้มีจำนวน 28 คน แต่ได้ถอนฟ้องออกไป 1 คน เหลือผู้ฟ้องจำนวน 27 คน ทั้งหมดเป็นผู้ที่เกษียณอายุงานในปี 2551 ซึ่งในจำนวนผู้ฟ้องทั้งหมดนี้ ศาลปกครองกลางตัดสินให้ ธปท.จ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินรวมประมาณ 21.77 ล้านบาท

สำหรับคดีฟ้องร้องนี้ สืบเนื่องจากอดีตพนักงานธปท.ได้ยื่นฟ้อง ธปท. รวมไปถึง คณะกรรมการธปท. และ ผู้ว่าการธปท. เพื่อให้จ่ายค่าชดเชยกรณีการเกษียณอายุงาน ตามมาตรา118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่กำหนดไว้ว่าผู้ที่ทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไปต้องได้รับค่าชดเชยในการ เกษียณอายุงานไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ธปท. ได้ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาธปท.ได้จ่ายค่าตอบแทนในรูปของเงินบำเหน็จบำนาญ และระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานที่เกษียณอายุงานเหล่านี้อยู่แล้ว โดยมูลค่าการจ่ายชดเชยก็มีมูลค่าที่สูงกว่าค่าชดเชยที่อดีตพนักงานธปท.เหล่า นี้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

รายงานข่าวระบุว่า ธปท.ได้จ่ายค่าชดเชยในระบบบำเหน็จ บำนาญ ให้กับพนักงานที่ได้รับการบรรจุก่อนวันที่ 1 ธ.ค.2539 ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธปท. โดยในส่วนบำเหน็จจ่ายเป็นเงินครั้งเดียวเมื่อออกจากงานซึ่งคำนวณจากเงิน เดือนสุดท้ายคูณเวลาทำงาน ขณะที่บำนาญเป็นเงินที่ธปท.จ่ายให้พนักงานเป็นรายเดือนหลังออกจากงาน ซึ่งคำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาทำงานหารด้วย 50 หรือ 55 แล้วแต่กรณี

ส่วนระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น สำหรับพนักงานที่บรรจุตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2539 เป็นต้นไป และพนักงานที่ได้รับการบรรจุก่อนวันดังกล่าว ซึ่งสมัครใจเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยธปท.ได้จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนเข้ากองทุนให้แก่พนักงานที่เป็นสมาชิกใน อัตรา12%ของเงินเดือน ซึ่งสมาชิกมีสิทธิได้เงินสมทบรายเดือนที่พนักงานผู้นั้นพึงได้จาก ธปท.ในแต่ละเดือน โดยที่สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสมทบรายเดือนและผลประโยชน์ดังกล่าวทั้งจำนวน ตามหลักเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองกลาง มีความเห็นว่า การจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 5 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 บัญญัติเอาไว้ว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง เป็นเงินที่นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ดังนั้นผู้ถูกฟ้องจึงมีหน้าที่ต้องจัดให้มีระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดให้ พนักงานและลูกจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนกรณีพ้นจากตำแหน่งและออกจาก งานไม่น้อยกว่าที่กำหนดในพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ศาลปกครองได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องมีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับค่าชดเชยจำนวน 300 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้ายก่อนครบเกษียณอายุ ตามมาตรา118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ปี2541

แหล่งข่าวอดีตพนักงานธปท.รายหนึ่ง กล่าวว่า สาเหตุที่พนักงานเหล่านี้ตัดสินใจยื่นฟ้องร้องธปท.ต่อศาลปกครองเพราะเห็นว่า บริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ก็มีการจ่ายค่าชดเชยในลักษณะนี้ให้กับ พนักงานที่เกษียณอายุงาน ขณะที่หน่วยงานธปท.เองก็เป็นองค์กรในลักษณะเดียวกับรัฐวิสาหกิจดังนั้นจึง ควรต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับอดีตพนักงานเหล่านี้ด้วย

สำหรับคำตัดสินของศาลปกครองในครั้งนี้ น่าจะเป็นบรรทัดฐานให้อดีตพนักงานเกษียณอายุคนอื่นๆ ด้วย เพราะนอกจากมีชุดที่ยื่นฟ้องธปท.จำนวน 27 คนนี้แล้ว ยังมีชุดอื่นๆ ที่ยื่นฟ้องไปและอยู่ระหว่างรอคำตัดสินของศาลปกครองอีกจำนวนมาก และเชื่อว่าคำตัดสินของคดีความชุดที่เหลือน่าจะออกมาในลักษณะเดียวกันนี้

"คำตัดสินของศาลปกครองกลางที่ออกมา ก็คงทำให้พนักงานที่เกษียณอายุได้รับค่าชดเชยเหมือนกันหมด เพราะถ้าใครยื่นฟ้องก็ชนะอยู่ดี ดังนั้นธปท.น่าจะออกประกาศจ่ายชดเชยให้ไปเลย โดยชุดที่ศาลตัดสินมาแล้วเป็นเพียงชุดของอดีตพนักงานที่ยื่นเกษียณในปี 2551 แต่ยังมีชุดของปีอื่นๆ ทั้งปี 2552-2554 ยื่นฟ้องไปอีกจำนวนมาก และเชื่อว่าพนักงานที่จะเกษียณในปีนี้ก็คงมียื่นฟ้องด้วยเช่นกัน"แหล่ง ข่าวกล่าว

เขากล่าวว่า กรณีนี้น่าจะทำให้ ธปท. ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวนมาก คาดว่าไม่น่าต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เพราะแต่ละปีมีพนักงานเกษียณราว 100-200 คน ยิ่งในระดับผู้บริหารแล้ว แต่ละคนมีเงินเดือนค่อนข้างสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินธปท. งวดปี 2554 พบว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค.2554 ในการดำเนินกิจการตามปกติ ธปท.ถูกฟ้องร้องเป็นทุนทรัพย์รวม 5,214.6 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบผลของคดี และจากการคาดการณ์เมื่อคดีถึงที่สุดความเสียหายซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้อง ร้องน่าจะไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ของธปท.

นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธปท. กล่าวว่า คดีความในเรื่องนี้ถือว่ายังไม่สิ้นสุด เพราะธปท.ได้ยื่นอุธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดแล้ว

(กรุงเทพธุรกิจ, 27-8-2555)




ลงวันที่ 03/09/2012 08:41:27
จำนวนผู้ชม 2535 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์