เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ทันตแพทย์(ทพ.)ศุภผล เอี่ยมเมธาวี อุปนายกสมาคมทันตแพทย์เอกชนไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการคัดค้านเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม(สปส.) จากการเบิกจ่ายปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 200 บาท เป็นการทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจากโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ว่า ได้ทำหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้วว่าเป็นการผลักภาระให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญา และผู้ประกันตนจะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุด
ทพ.ศุภผลกล่าวว่า ทราบมาว่าโรงพยาบาลคู่สัญญาของ สปส.จะได้รับเงินเพิ่มเป็นค่าทันตกรรมหัวละ 65 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะปกติที่ สปส.จ่ายให้หัวละ 400 บาท ก็แทบไม่พออยู่แล้ว ที่ผ่านมาหากคิดฐานผู้ประกันตน 8.5 ล้านคน ในแต่ละปี สปส.ต้องใช้เงินค่าทันตกรรมประมาณ 3,400 ล้านบาท แต่พบว่ามีผู้ประกันตนมาเบิกจ่ายในแต่ละปีเพียง 136 ล้านบาท ควรนำเงินที่เหลือ 3 พันล้าน ไปพัฒนาระบบการทำฟันของผู้ประกันตนให้ดี
"ตอนนี้ 30 บาทรักษาทุกโรคก็ปวดหัวกำลังหาทางแก้ไข เพราะมีผู้เข้าคิวยาวเหยียด หมอฟันก็เริ่มเหนื่อยหน่าย ยิ่งตอนนี้มีลูกค้าจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เข้ามารักษาในประเทศไทยมาก ผมเกรงว่าเขาจะย้ายออกจากโรงพยาบาลกันหมด" ทพ.ศุภผลกล่าว
น.ส.อรุณี ศรีโต ผู้นำแรงงานและผู้ประกันตน กล่าวว่า โรงพยาบาลที่คนงานเลือกมักมีผู้ประกันตนจำนวนมาก บางแห่งมี 5 หมื่นคน บางแห่งมีเกือบแสนคน แต่ทราบว่ามีหมอฟันเพียงไม่กี่คน ดังนั้น ไม่รู้ว่าต้องต่อคิวอีกกี่ปีถึงจะได้รักษา ที่สำคัญคือเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงมาทำฟันในลักษณะเหมาโหลเช่นนี้จะเป็นการดึงมาตรฐานการรักษาให้ต่ำลงไปอีก
ขณะที่ผู้บริหาร สปส.รายหนึ่งชี้แจงว่า เรื่องค่าทำฟันจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการแพทย์ของ สปส.ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้
แหล่งข่าว : เครือมติชน