นายพานิช จิตร์แจ้ง รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงานเปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการยกระดับฝีมือแรงงานไทยเพื่อให้มีทักษะฝีมือที่ เหมาะสมกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ต่อวันตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่โดยในที่ประชุมได้มีข้อเสนอมาตรการรองรับใน เรื่องนี้ ได้แก่การส่งเสริมให้สถานประกอบการจัดซื้อเครื่องจักรเครื่องมือที่ทันสมัย มาใช้งานเพื่อให้แรงงานมีทักษะฝีมือสูงขึ้นและผลิตชิ้นงานได้มากขึ้นการส่ง เสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจโดยการลดหย่อนภาษีตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2554 ที่ปัจจุบันให้สิทธิประโยชน์แก่สถานประกอบการที่ดำเนินการใน 2 เรื่องข้างต้น สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ถึง 200 เปอร์เซ็นต์ โดยในที่ประชุมได้มีการเสนอให้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 400-600 เปอร์เซ็นต์ การให้ผู้ประกอบการกู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ปัจจุบัน มีเงินอยู่ 537 ล้านบาท มาใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานการมีโครงการให้สถานประกอบการจัดอบรม ISO และ 5 ส.เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต
นายพานิช กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯชุดนี้ จะทำหน้าที่วิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางพัฒนาแรงงานให้มีทักษะฝีมือสอดคล้องกับการได้รับค่าจ้างขั้น ต่ำ 300 บาทต่อวัน และ 2.คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์งานส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อให้ได้รับ ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้จะรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆในที่ประชุมไปพิจารณาเพื่อจัดทำร่างแผนพัฒนา ฝีมือแรงงานเพื่อให้ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันซึ่งคาดว่าร่างแผนนี้จะแล้วเสร็จ เสนอต่อคณะกรรมการฯได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
(แนวหน้า, 24-7-2554)