24 นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพใหญ่ๆอยู่ 3 ระบบ คือ สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนใครจะสังกัดอยู่ระบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร เป็นข้าราชการก็ได้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ เป็นแรงงานได้สิทธิประกันสังคม ส่วนกลุ่มที่เหลือซึ่งไม่เข้าสังกัดสองพวกแรกจะได้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ประเด็นสำคัญคือความไม่เป็นธรรม ที่สิทธิประกันสังคมเพียงกลุ่มเดียวที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อให้ตัว เองได้มีสิทธิสุขภาพ โดยในจำนวน 5 % ที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายสมทบให้กับประกันสังคมในทุกๆเดือนนั้น 1 % ถูกหักเป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยและคลอดบุตร โดยมีสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ดูแลส่วนนี้ให้ ซึ่งใช้วิธีการเหมาจ่ายรายหัวให้กับโรงพยาบาลที่เข้าร่วม โดยเป็นวิธีจ่ายเป็นแบบเหมาจ่ายรายหัวจ่ายแล้วจ่ายเลย ไปใช้บริการหรือไม่ใช้ เงินของผู้ประกันตนก็จะอยู่ที่โรงพยาบาล ยังไม่รวมถึงคุณภาพของบริการที่ได้รับ ซึ่งผู้ประกันตนก็ตระหนักดีว่าคุณภาพเป็นอย่างไร
นพ.พงศธร กล่าวต่อว่า ผู้ ประกันตน ผู้นำแรงงาน ควรถามคำถามนี้กับรัฐบาลและสำนักงานประกันสังคมให้มากๆ ถามจนให้ได้คำตอบว่า ทำไมคุณเป็นคนกลุ่มเดียวในประเทศไทยจากคนไทย 65 ล้านคนที่ต้องจ่ายเพื่อให้ตัวเองได้มีสิทธิรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมกับผู้ประกันตนหรือไม่ ในจำนวน 5 % ที่ผู้ประกันตนต้องจ่ายสมทบให้กับประกันสังคมในทุกๆเดือนนั้น 1 % ถูกหักเป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยและคลอดบุตร ซึ่งเป็นเม็ดเงินกว่า 15,000 ล้านบาท หรือประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมด 40,000 ล้านบาท ที่ประกันสังคมใช้ไปในแต่ละปีสำหรับสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 ด้าน การจัดหลักประกันสุขภาพให้คนไทย มีเงื่อนไขว่า คุณเป็นใคร เมื่อรากของฐานคิดเป็นเช่นนี้ จึงทำให้เกิดสิทธิหลักประกันสุขภาพซ้อนขึ้นมาอีกหลายระบบ เช่น ถ้าเป็น ส.ส. ส.ว. และองค์กรอิสระ สิทธิสุขภาพจะพิเศษกว่ากลุ่มอื่น ปัจจุบันเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ปีละ 20,000-30,000 บาทต่อคน ยังไม่รวมสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย และล่าสุดมีความพยายามที่จะขยายเพิ่มเป็นปีละ 50,000 บาทต่อคน
“จนถึงขณะนี้ไทยมีระบบประกัน สังคมกว่า 20 ปี กฏหมายประกันสังคมฉบับนี้ล้าหลังไปแล้ว แล้ว ผมคิดว่าประเด็นนี้ควรต้องมีการพิจารณาอย่างจริงจังว่า ทำไมผู้ประกันตนยังต้องจ่ายเงินเพื่อสิทธิสุขภาพของตนเองอยู่ ระบบแบบนี้ยุติธรรมกับผู้ประกันตนหรือไม่ ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นก็ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่คนที่เหลือรัฐจ่ายให้หมด ยิ่งกว่านั้น ยังจ่ายให้แต่ละคนอย่างไม่เท่าเทียมกันด้วย ส่งผลให้สิทธิสุขภาพของคนไทยแตกต่างกันมาก ซึ่งปรัชญาของหลักประกันสุขภาพ คือ การสร้างหลักประกันให้กับคนทุกคนให้สามารถเข้าถึงบริการเมื่อมีความจำเป็น อย่างเท่าเทียมกัน และไม่ต้องล้มละลายหากต้องเผชิญกับค่ารักษาพยาบาลราคาแพง ดังนั้นทุกคนควรมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน สังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาสองมาตรฐานและความไม่เป็นธรรมอย่างรุนแรง เรื่องนี้ทุกฝ่ายความร่วมมือกันเร่งแก้ไข” นพ.พงศธร กล่าว
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 24-1-2554)