ความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวกับหม้อน้ำ

ความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวกับหม้อน้ำ | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



เจตนารมณ์ของกฎหมาย


1. เพื่อป้องกันลูกจ้างไม่ให้ได้รับอันตรายจากการใช้หม้อน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง ขาดการตรวจสอบ ตลอดจนการใช้ผู้ควบคุมที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
2. เพื่อป้องกันความสูญเสียที่เกิดกับลูกจ้างและสถานประกอบการ

ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้


ใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้หม้อน้ำทุกประเภท ยกเว้นหม้อน้ำทำความร้อนแบบท่อขนดไม่มีที่พักไอ และมีความจุของน้ำต่ำกว่า 23 ลิตร อุณหภูมิไม่เกิน 177 องศา และในหลอดน้ำไม่มีไอน้ำหรือหลอดน้ำมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 19 มิลลิเมตร

สาระสำคัญของกฎหมาย


1. กำหนดให้นายจ้างใช้หม้อน้ำและอุปกรณ์หม้อน้ำที่ได้มาตรฐานสากลหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
2. กำหนดให้มีการติดตั้งหม้อน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ถูกหลักวิชาการด้านวิศวกรรม
3. กำหนดให้มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำที่ใช้กับหม้อน้ำเพื่อไม่ให้เกิดการกัดกร่อนหรือเป็นอันตรายต่อหม้อน้ำ
4. กำหนดให้มีมาตรการควบคุมการดัดแปลงหม้อน้ำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการด้านวิศวกรรม
5. กำหนดให้มีการตรวจสอบหม้อน้ำประจำปีและหลังซ่อมส่วนสำคัญโดยมีวิศวกรรับรองผลการตรวจสอบ
6. ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้นายจ้างปรับปรุงแก้ไขหม้อน้ำให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และระงับการใช้หม้อน้ำที่ทรุดโทรมหมดสภาพใช้งาน
7. กำหนดให้มีการคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล โดยให้นายจ้างจัดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ ให้ลูกจ้างใช้

แนวการตรวจของผู้ตรวจสอบภายใน


เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบควรดำเนินการตรวจความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำ ดังต่อไปนี้

1. ขอดูผลการตรวจทดสอบและผลการรับรองการใช้หม้อน้ำประจำปี โดยวิศวกรเครื่องกล ประเภทสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกร

2. ให้ตรวจสอบว่าผู้ควบคุม “หม้อน้ำ” มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนดดังนี้
   2.1 ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างยนต์หรือช่างกลโรงงาน
   2.2 ช่างผู้ชำนาญงานที่ปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมของวิศวกรเครื่องกล
   2.3 ผ่านการอบรมจากสถาบันของทางราชการ อาทิเช่น กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ

3. ตรวจการจัดทำป้ายระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับหม้อน้ำ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องปลอดภัย การตรวจอุปกรณ์หม้อน้ำก่อนลงมือปฏิบัติงานและวิธีแก้ไขข้อขัดข้อง ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณห้องมห้อน้ำและให้ผู้ควบคุมเห็นได้ชัดเจน

4. ตรวจมาตรวัดความดันไอน้ำ (PRESSURE GAUGE) ซึ่งติดตั้งในที่ที่สะดวกในการเข้าปรับแต่งและสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ดังนี้
   4.1 แสดงขีดสีแดงที่มาตรวัดความดัน บอกความดันไอน้ำสูงสุด
   4.2 ต้องดูแลรักษามาตรวัดความดันไอน้ำ ให้อยู่ในสภาพดีและอ่านค่าได้ชัดเจน
หมายเหตุ มาตรวัดความดันไอน้ำ (PRESSURE GAUGE) มักจะติดตั้งส่วนบนและด้านหน้าของหม้อน้ำ

5. มาตรวัดระดับน้ำ (WATER GAUGE) แบบหลอดแก้วจะต้องมีเครื่องป้องกันการกระทบกระแทก กันหลอดแก้วแตก
หมายเหตุ มาตรวัดระดับน้ำ (WATER GAUGE) มักจะติดตั้งอยู่ด้านข้างค่อนไปทางด้านหน้าของหม้อน้ำ

6. ตรวจการติดตั้งสัญญาณเสียงและแสงเตือนเมื่อระดับน้ำต่ำกว่าขีดอันตราย

7. ตรวจลิ้นนิรภัย (SAFETY VALVE) ห้ามติดตั้งลิ้นปิด-เปิดระหว่างหม้อน้ำกับลิ้นนิรภัย

8. ตรวจส่วนประกอบของการติดตั้งหม้อน้ำ ดังนี้
8.1 ห้องหม้อน้ำจะต้องมีทางออกไม่น้อยกว่า 2 ทาง อยู่คนละด้านกัน
8.2 หม้อน้ำที่สูงเกิน 3 เมตร จากพื้นเปลือกหม้อน้ำด้านบนจะต้องจัดทำบันไดพร้อมราวกันตกและมีทางออกอย่างน้อย 2 ทาง
8.3 หม้อน้ำที่สูงเกิน 3 เมตร จากพื้นเปลือกหม้อน้ำด้านบนจะต้องจัดทำบันไดพร้อมราวกันตกและมีทางออกอย่างน้อย 2 ทาง
8.4 ห้องหม้อน้ำจะต้องมีแสงสว่าง ที่จะอ่านค่าต่างๆ จากเครื่องมือวัดและอุปกรณ์ของหม้อน้ำได้สะดวก

ที่มา : moodythai.com




จำนวนผู้ชม 7647 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์