เงินประกันการทำงาน - กฎหมายแรงงาน

เงินประกันการทำงาน - กฎหมายแรงงาน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


 
  • "เงินประกันการทำงาน" เป็นเงินที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกจ้างเพื่อเป็นประกันการทำงานของลูกจ้างหรือเพื่อเป็นการประกันความเสียหายที่ลูกจ้างอาจจะทำให้เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานกับนายจ้าง
  • การเรียกเงินประกันการทำงาน  อาจเรียกเก็บคราวเดียวเมื่อเริ่มเข้าทำงานก็ได้    หรือหักจากค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับเป็นงวดๆจนกว่าจะครบก็ได้ แต่กรณีเช่นนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน(พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76(4)
งานที่นายจ้างมีสิทธิเรียกเงินประกันการทำงาน
  • ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้  ได้แก่
  • งานสมุห์บัญชี
  • งานพนักงานเก็บและหรือจ่ายเงิน
  • งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้างหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง
  • งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน
  • งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ
  • งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าทรัพย์  ให้เช่าซื้อ  ให้กู้ยืม  รับฝากทรัพย์ รับจำนำ  เก็บของในคลังสินค้า รับประกันภัย  รับโอน หรือรับจัดส่งเงินหรือการธนาคาร  ทั้งนี้ เฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการที่ว่านั้น
 จำนวนเงินประกันที่นายจ้างสามารถเรียกหรือรับได้
ไม่เกิน  60 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน
กรณีเงินประกันมีจำนวนลดลง  เนื่องจากนายจ้างได้หักเงินประกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหายตามเงื่อนไขของการเรียกหรือรับเงินประกัน  นายจ้างสามารถเรียกหรือรับเงินประกันเพิ่มได้  การเรียกนั้น เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินอัตราหกสิบเท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน
 
เงินประกันจะต้องเก็บไว้ที่ใดและอย่างไร
  • นายจ้างจะต้องนำเงินประกันไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินตามที่กฎหมายกำหนดโดยจัดให้มีบัญชีของลูกจ้างแต่ละคน   และต้องแจ้งชื่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่นำเงินไปฝาก  พร้อมชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีให้ลูกจ้างทราบเป็นหนังสือ ภายใน 7 วันนับจากวันรับเงินประกันจากลูกจ้าง
 นายจ้างจะต้องคืนเงินประกันให้แก่ลูกจ้างเมื่อใด
นายจ้างจะต้องคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย(ถ้ามี)ให้แก่ลูกจ้าง ภายใน 7 วันนับจากเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้างลาออก หรือวันที่สัญญาประกันสิ้นสุดลง(พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10 ว.2)
 
ผลของการที่นายจ้างไม่คืนเงินประกันแก่ลูกจ้างภายในกำหนด
  • ต้องถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ(พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.144)
  • นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างนับจากวันที่ผิดนัดในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ใน
    ระหว่างที่ผิดนัด (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.9)
  • หากการผิดนัดนั้นเป็นการจงใจที่จะไม่คืนหรือไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  นายจ้างจะต้องเสียเงินเพิ่มแก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเจ็ดวัน(พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานม.9 ว.2)
   ที่มา : สมาชิก HR



จำนวนผู้ชม 5025 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์