ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ที่ไม่มีลักษณะที่เป็นเงื่อนไขในการทำงาน

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ที่ไม่มีลักษณะที่เป็นเงื่อนไขในการทำงาน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2534    

 

ข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน ข้อ 33 กำหนดว่า "การกำหนดอัตราตำแหน่งของพนักงานและลูกจ้างของ อ.ม.ท. ให้เป็นไปตามบัญชีท้ายข้อบังคับนี้" และบัญชีอัตราตำแหน่งของพนักงานและลูกจ้างของ อ.ม.ท. มีรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดหน่วยงานและจำนวนพนักงานในแต่ละหน่วยงานว่ามีจำนวนเท่าใดอยู่ในระดับใดบ้างเท่าใด เช่นนี้ข้อบังคับของจำเลยข้อนี้มีลักษณะเป็นการแบ่งหน่วยงานโดยกำหนดอัตรากำลัง และระดับในแต่ละหน่วยงานอันมีลักษณะเป็นวิธีการบริหารงานบุคคลในหน่วยงานเท่านั้นไม่มีลักษณะที่เป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และมิได้มีลักษณะที่เป็นเงื่อนไขในการทำงาน กำหนดวันเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการการเลิกจ้าง การยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ของลูกจ้าง การแก้ไขเพิ่มเติมหรือการต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 10 วรรคสามและมาตรา 11 จึงไม่ใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยย่อมมีอำนาจที่จะแก้ไขได้เพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารงานบุคคลตามฐานะแห่งกิจการของจำเลยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ต้องแจ้งข้อเรียกร้องหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ เมื่อโจทก์จำเลยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ห้ามจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งของโจทก์ การที่จำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์จากตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการบริหารระดับ 9 ไปรักษาการตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน ระดับ 9 เช่นเดิมมิใช่เป็นการลดระดับโจทก์และโจทก์ได้รับเงินเดือน ผลประโยชน์และสวัสดิการเท่าเดิม เช่นนี้เป็นการใช้ดุลพินิจ กำหนดบุคคลในตำแหน่งงานที่เหมาะสม มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างส่วนที่อ้างว่าการโยกย้ายโจทก์ไปทำให้โจทก์ต้องสูญเสียสิทธิในการใช้รถยนต์อันเป็นสวัสดิการเป็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น ข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ได้ตามความเหมาะสม แม้ตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์จะไม่มีรถยนต์ประจำตำแหน่งก็ตามไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เท่ากับศาลแรงงานกลางได้ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า รถยนต์ที่โจทก์มีสิทธิได้รับอยู่ก่อนนั้นมิใช่เป็นสวัสดิการ ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์ว่ารถยนต์ที่โจทก์ได้รับอยู่เป็นสวัสดิการ จึงเป็นการโต้เถียง ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมา.


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งสุดท้ายก่อนถูกโยกย้าย เป็นรองผู้อำนวยการองค์การเหมืองแร่ในทะเล ฝ่ายกิจการบริหารระดับ 9 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 จำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน ระดับ 9โดยอาศัยข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2532 แต่ข้อบังคับดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2527 โดยจำเลยไม่ได้เรียกร้อยและโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย การโยกย้ายโจทก์ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและไม่เป็นคุณแก่โจทก์ ขอให้เพิกถอนข้อบังคับขององค์การเหมืองแร่ในทะเล ฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2532 และคำสั่งองค์การเหมืองแร่ในทะเล ที่042/2533 เรื่อง โยกย้ายและแต่งตั้งพนักงานให้รักษาการในตำแหน่งลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ และให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่มีอยู่เดิม

จำเลยให้การต่อสู้คดี

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า กิจการแร่ดีบุกประสบภาวะขาดทุนคณะกรรมการของจำเลยมีมติให้ลดค่าใช้จ่ายโดยลดอัตรากำลังของพนักงานและมีมติให้สำนักงบประมาณเป็นผู้พิจารณา ทางสำนักงบประมาณได้สรุปเรื่องอัตรากำลังให้จำเลยทราบเมื่อเดิมสิงหาคม 2531คณะกรรมการของจำเลยจึงได้ออกข้อบังคับองค์การเหมืองแร่ในทะเลฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2532 จำเลยได้ออกคำสั่งย้ายโจทก์ให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในระดับ 9 ตามที่ข้อบังคับใหม่กำหนดไว้ กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้ตำแหน่งใหม่ของโจทก์เป็นระดับ 9 โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่1 กุมภาพันธ์ 2532 เป็นต้นไป ถือว่าตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในเป็นระดับ 9 มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2532 จำเลยย้ายโจทก์มาดำรงตำแหน่งนี้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 ก็เป็นการให้มาดำรงตำแหน่งระดับ 9 โดยไม่ได้ลดอัตราเงินเดือน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่าง ๆยังเหมือนเดิม แต่ไม่มีรถยนต์ประจำตำแหน่ง แม้จำเลยจะได้รับอนุมัติตำแหน่งระดับ 9 เป็นการย้อนหลังจากกระทรวงการคลังก็ไม่ทำให้คำสั่งที่จำเลยออกมาก่อนนั้นเสียไป เมื่อไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ห้ามจำเลยโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ได้ตามความเหมาะสม และตำแหน่งใหม่ของโจทก์ไม่มีรถยนต์ประจำตำแหน่งและผู้ใต้บังคับบัญชาน้อยลงนั้น ไม่ใช่เป็นการลดตำแหน่งโจทก์ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่อย่างใด ข้อบังคับจำเลยฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2532 และคำสั่งจำเลยที่ 042/2532 (ที่ถูกเป็น 042/2533) ที่ให้โยกย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในนั้นเป็นการชอบแล้ว ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 13 และมาตรา 20จึงไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งจำเลยที่ 042/2533 พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์จำเลยมิได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันไว้ต่างหาก ดังนั้นเรื่องใดจะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ จึงต้องดูว่าเรื่องนั้นเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามมาตรา 10 วรรคสาม หรือเป็นการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 หรือไม่ ได้พิจารณาข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 23 ว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารงาน พ.ศ. 2532 ในข้อ 33 ที่กำหนดว่า "การกำหนดอัตราตำแหน่งของพนักงานและลูกจ้างของ อ.ม.ท. ให้เป็นไปตามบัญชีท้ายข้อบังคับนี้" และบัญชีอัตราตำแหน่งของพนักงานและลูกจ้างของ อ.ม.ท. มีรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดหน่วยงานและจำนวนพนักงานในแต่ละหน่วยงานว่ามีจำนวนเท่าใด อยู่ในระดับใดบ้างเท่าใด เห็นได้ว่า ข้อบังคับของจำเลยเฉพาะข้อนี้มีลักษณะเป็นการแบ่งหน่วยงานโดยกำหนดอัตรากำลังและระดับในแต่ละหน่วยงานอันมีลักษณะเป็นวิธีการบริหารงานบุคคลในหน่วยงาน เท่านั้น ไม่มีลักษณะที่เป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและมิได้มีลักษณะเป็นเงื่อนไขในการทำงาน กำหนดวันเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ การเลิกจ้าง การยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ของลูกจ้าง การแก้ไขเพิ่มเติมหรือการต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 10 วรรคสาม และมาตรา 11 แต่อย่างใด ดังนั้นข้อบังคับของจำเลยที่แก้ไขใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อที่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นมานี้ จึงไม่ใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยจึงมีอำนาจที่แก้ไขได้เพื่อให้เหมาะสมกับการบริหารงานบุคคลตามฐานะแห่งกิจการของจำเลยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ต้องแจ้งข้อเรียกร้องหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 บัญญัติไว้แต่ประการใด อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

โจทก์อุทธรณ์ในประการต่อมาว่า คำสั่งของจำเลยที่ 042/2533นั้นเป็นการไม่ชอบและเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ข้อที่โจทก์อ้างว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้นก็โดยที่วันที่ออกคำสั่งนั้นตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในยังไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้มีระดับ 9 ในข้อนี้ ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในของจำเลยเฉพาะตัวโจทก์นั้นเป็นระดับ 9 โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2532 ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในเป็น ระดับ 9 ตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ตามคำสั่งที่042/2533 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 และในคำสั่งดังกล่าวก็ได้ระบุว่าให้ไปรักษาการตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในระดับ 9 ในเมื่อเดิมโจทก์ก็เป็นพนักงานในระดับ 9 การที่จำเลยย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งระดับ 9 เช่นเดิมจึงมิใช่เป็นการลดระดับโจทก์จากเดิมแต่ประการใดการไปดำรงตำแหน่งของโจทก์ตามคำสั่งดังกล่าวก็ได้ความตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า โจทก์ได้รับเงินเดือนผลประโยชน์และสวัสดิการเท่าเดิม และโจทก์จำเลยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ห้างจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ ดังนั้นการที่จำเลยออกคำสั่งดังกล่าวให้โจทก์ไปดำรงตำแหน่งใหม่ในระดับเดิมอันเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดบุคคลในตำแหน่งงานที่เหมาะสมโดยมิได้ทำให้สิทธิต่าง ๆ ในฐานะที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยลดลงไปจากเดิม หรือมีงานมากกว่าเดิมเช่นนี้จึงมิใช่กรณีที่จำเลยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยแต่ประการใด อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

โจทก์อุทธรณ์ในประการสุดท้ายว่า รถยนต์ประจำตำแหน่งที่โจทก์มีสิทธิได้รับก่อนถูกคำสั่งย้ายนั้น ถือว่าเป็นสวัสดิการ การโยกย้ายโจทก์ไปโดยโจทก์ต้องสูญเสียสิทธิในการใช้รถยนต์ดังกล่าวจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เห็นว่า ข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิที่จะโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ได้ตามความเหมาะสม แม้ตำแหน่งใหม่ของโจทก์จะไม่มีรถยนต์ประจำตำแหน่งก็ตามไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างดังนี้จึงเท่ากับว่าศาลแรงงานกลางได้ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า รถยนต์ที่โจทก์มีสิทธิได้รับก่อนถูกย้ายนั้นมิใช่เป็นสวัสดิการ ดังนั้นการที่โจทก์อุทธรณ์ว่า รถยนต์ที่โจทก์ได้รับอยู่เป็นสวัสดิการ จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมา ต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย..."

พิพากษายืน.

 

ที่มา : ศาลฎีกา




จำนวนผู้ชม 6930 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์