ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ

ข้อตกลงไม่เรียกค่าจ้างเป็นโมฆะหรือไม่

ข้อตกลงไม่เรียกค่าจ้างเป็นโมฆะหรือไม่ | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ ข้อตกลงไม่เรียกค่าจ้างเป็นโมฆะหรือไม่, บทความ ข้อตกลงไม่เรียกค่าจ้างเป็นโมฆะหรือไม่, ตัวอย่าง ข้อตกลงไม่เรียกค่าจ้างเป็นโมฆะหรือไม่, HR, HRM

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ถือเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน นายจ้าง และลูกจ้างจะตกลง หรือทำบันทึกที่จะไม่รับสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่นำมาลงในฉบับนี้ เป็นกรณีที่ลูกจ้างตกลงจะไม่เรียกร้องเงินค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ใด ๆ จากนายจ้างที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ที่มีอยู่ในวัน หรือก่อนวันลาออกมีผล ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นโมฆะหรือไม่ ลองติดตามว่าศาลให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไร  
  
    โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่แห่งเดียวกัน และเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน เมื่อระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2540  ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2541 ระหว่างวันที่ 2พฤศจิกายน 2541 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2543  และระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2544 โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 3 ตามลำดับ แต่แหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย ได้รับค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ 100,000บาท  ระหว่างที่ทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามค้างชำระเงินสิทธิประโยชน์อันเกิดจากการทำงานให้แก่โจทก์ จำนวน 2,665,748.14 บาท เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ได้ลาออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

   จำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินจากการทำงานเป็นค่านายหน้า หรือคอมมิชชั่น จากจำเลยทั้งสามก็ต่อเมื่อจำเลยได้รับกำไรจากงานในโครงการ และโจทก์สามารถทำยอดขายบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ จำเลยที่ 1 ยังมีข้อตกลงกับโจทก์ว่า ในระยะเวลา 12 เดือนแรก โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับค่านายหน้าไม่เกิน 1,500,000 บาท โจทก์ และจำเลยทั้งสามไม่มีกำไร โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่านายหน้าจากจำเลยทั้งสาม คดีโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับ
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขาดอายุความ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ตกลงรับเงินผลประโยชน์จากจำเลยทั้งสามแล้ว และจะไม่เรียกร้องเงินค่าจ้าง หรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่มีอยู่ในหรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 จากจำเลยทั้งสามด้วยโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่านายหน้าจากจำเลยทั้งสามได้อีกขอให้ยกฟ้อง

   ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายก ฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

   ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า หนังสือฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 ตามเอกสารหมาย ล. 7 นายโวลฟ์ นิโคไล เอ็นซิอาน ลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 และที่ 3ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ด้วย

   มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า การที่ศาลแรงงานกลางตีความหมายของหนังสือเอสารหมาย ล.7ว่า มีความหมายด้วยว่าโจทก์จะไม่เรียกร้องสิทธิใด ๆ ที่เกิดขึ้นในหรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 จากจำเลยที่ 3 ซึ่งหมายรวมถึงค่าตอบแทนการขาย หรือค่าคอมมิชชั่นหรือค่านายหน้าด้วยนั้น ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัยเอง โดยจำเลยทั้งสามไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ทั้งศาลแรงงานกลางได้ตีความไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าสิทธิประโยชน์อันเกิดจากการทำงานของโจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่าระหว่างโจทก์ทำงานกับจำเลยทั้งสาม โจทก์ได้รับค่าจ้างตอบแทนเป็นรายเดือนครบถ้วนแล้ว ภายหลังโจทก์ลาออกจากการเป็นพนักงาน โจทก์ตกลงรับเงินผลประโยชน์พิเศษจากจำเลยทั้งสาม จำนวน 500,000 บาท และตกลงว่า จะไม่เรียกร้องเงินค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่มีอยู่ในวันหรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้าง หรือเงินสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากจำเลยที่ 1

    ศาลแรงงานวินิจฉัยคำพยานโจทก์ พยานจำเลยทั้งสาม และคำแถลงรับข้อเท็จจริงของโจทก์และจำเลยทั้งสามแล้ว แปลความตามเอกสารหมาย ล.7 ซึ่งมีข้อความว่า โจทก์จะไม่เรียก-ร้องสิทธิใด ๆ ที่เกิดขึ้นในหรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 จากจำเลยทั้งสาม ว่าหมายความรวมถึงค่าตอบแทนการขายหรือค่าคอมมิชชั่น หรือค่านายหน้าด้วย การวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยตามคำฟ้อง คำให้การ คำแถลงรับและพยานหลักฐานโจทก์ จำเลยตามประเด็นข้อพิพาทในคดีแล้ว มิใช่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นเองโดยจำเลยทั้งสามไม่ได้ยกเป็นข้อต่อสู้ดังอุทธรณ์ของโจทก์ ทั้งเอกสารหมาย ล.7 พร้อมคำแปลก็ระบุว่า โจทก์ลาออกจางานตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2544 โดยจำเลยทั้งสามจ่ายเงินผลประโยชน์พิเศษให้ จำนวน 500,000 บาท และมีข้อความตอนท้ายว่าโจทก์ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่ หรือก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 ต่อจำเลยทั้งสาม ซึ่งโจทก์มิได้คัค้านว่าคำแปลดังกล่าวไม่ถูกต้อง ศาลแรงงานกลางแปลความดังกล่าวต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น  

   ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการที่สองมีว่า ข้อตกลงตามเอกสารหมายล.7 ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตกเป็นโมฆะหรือไม่  เห็นว่า เอกสารหมาย ล.7 มี
ลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และโจทก์ได้ตกลงกับจำเลยทั้งสามตามข้อตกลงดังกล่าว โดยลงลายมือชื่อตกลงและยอมรับภายหลังที่โจทก์แสดงความประสงค์ลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยที่ 3 แล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของตนเองได้ ข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.7 จึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน มีผลใช้บังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ พิพากษายืน (ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่  367/2547)

 

 

ที่มา: HR. Law โดย: ยงยุทธ  ไชยมิ่ง
นิตยสาร Recruit Update ฉบับที่ 413 วันที่  1-15  พฤศจิกายน  2547





จำนวนผู้ชม 2017 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 10 พฤษภาคม 2564

ผู้ใช้งาน 55143 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128486 คน