เรียนอย่างไร ? จึงจะมีงานทำ

เรียนอย่างไร ? จึงจะมีงานทำ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

เพราะเหตุใดบัณฑิตใหม่จึงตกงาน ทั้ง ๆ ที่ความต้องการของตลาดนั้นมหาศาลโดยเฉพาะภาคการผลิต

สัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ส่งศรี บุญบา รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานไทยภายหลังเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นว่า จากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในขณะนี้ ยอมรับว่าทำให้ภาคอุตสาหกรรมหลายประเภทเริ่มขาดแคลนแรงงาน เพราะแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเมื่อปีที่แล้วพบทางเลือกใหม่หลังกลับสู่ภาคการ เกษตร ขณะที่แรงงานที่จบใหม่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมน้อยลง

แม้ว่ารองอธิบดีกรมการจัดหางาน จะยืนยันว่าสถานการณ์ในปัจจุบันแรงงานยังไม่ขาดแคลนมากถึง 4-5 แสนคนตามที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยออกมาระบุ เพราะเชื่อว่าตัวเลขนี้อาจเป็นความต้องการแรงงานในปีนี้ไปจนถึงปีหน้า ซึ่งเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของแรงงานไทย ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันแรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-59 ปี ซึ่งอีกไม่นานแรงงานกลุ่มนี้จะเข้าสู่วัยเกษียณอายุ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีแรงงานใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่เป็นที่น่ากังวลว่าแรงงานช่วงอายุ 25-39 ปีมีปริมาณน้อยมาก และคาดว่าจะลดลงทุกปีซึ่งเป็นผลจากการคุมกำเนิดที่ได้ผล และในปี 2552 ที่ผ่านมาแรงงานกลุ่มดังกล่าวหายไปจากระบบกว่า 200,000 คน

ซึ่งจากผลวิจัยแนวโน้มความต้องการแรงงานในปี 2553-2557 โดยกองวิจัยตลาดแรงงาน พบว่าความต้องการแรงงานไทยมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในภาคการผลิตทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยคาดว่าประเทศไทยจะมีความต้องการแรงงานไม่ต่ำกว่า 38 ล้านคน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากกำลังแรงงานทดแทนที่มีอยู่ไม่สามารถทดแทนกำลังแรงงานของ ผู้สูงอายุที่กำลังจะเกษียณอายุได้



หากสถานการณ์แรงงานไทยยังไม่ดีขึ้น ภาคการผลิตทั้งหมดโดยเฉพาะอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัวโดยเพิ่มการใช้เทคโนโลยีการผลิตแทนแรงงานคนให้มากขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้คนน้อย แต่มีการใช้เทคโนโลยีสูง ไม่เช่นนั้นสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขยาก ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

ด้าน นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวยอดการส่งออกย่อมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมมีความต้องการแรงงานในการผลิตมากขึ้น ในขณะที่จำนวนแรงงานยังคงเท่าเดิมและมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ทำให้สถานการณ์แรงงานระดับล่างอยู่ในภาวะตึงตัว ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ หันมาใช้แรงงานต่างด้าวแทนแรงงานไทยที่ขาดแคลน

เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างแรงงาน ในแต่ละปีสถาบันอุดมศึกษาไทยจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง จะผลิตบัณฑิตออกมาปีละเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในระดับปริญญาตรีประมาณ 1,000,000 คน แต่บัณฑิตใหม่เหล่านี้ต้องประสบกับปัญหาการหางานทำหรือการว่างงานเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และนายจ้าง ว่าทำอย่างไร ? นักเรียนนักศึกษาที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนอะไร ? หรือเรียนอย่างไร ? แล้วมีงานทำในยุคของการแข่งขันสูง "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจึงได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจำนวน 2,157 คน (น.ร./น.ศ. 1,029 คน 47.71% ผู้ปกครอง 621 คน 28.79% ครู/อาจารย์ 383 คน 17.76% และนายจ้าง 124 คน 5.74%) ระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม 2553 สรุปผลได้ดังนี้

เหตุผลของผู้สำเร็จการศึกษาในการเลือกหางานทำในเรื่องของการใช้ความรู้ความสามารถตรงกับที่เรียนมา มีอิสระ ในการทำงาน ภาพรวมให้ความสำคัญสูงสุดถึง 34.51%

รองลงมาเป็นเรื่องของชื่อเสียง ความมั่นคง ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ไปทำงานด้วยจะต้องเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ร้อยละ 26.88%

เรื่องของเงินเดือน โบนัส สวัสดิการ โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพตามมาเป็นอันดับสาม 23.96%

ที่บอกว่าเป็นความต้องการของครอบครัว และเลือกเพราะใกล้บ้าน เดินทางสะดวก มีจำนวน 9.49% และ 5.16% ตามลำดับ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ "ผู้สำเร็จการศึกษา" ไม่มีงานทำ (ไปสมัครแล้วไม่ได้รับเลือก) อันดับแรก 25.35% มาจากการที่นายจ้างหรือหน่วยงานยังยึดติดอยู่กับสถาบันการศึกษาที่จบ ประกอบกับบุคลิกลักษณะของผู้หางานไม่ตรงกับที่องค์กรต้องการ

สาเหตุที่ 2 เนื่องมาจากนักศึกษาไม่สามารถทำงานได้ตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ ร้อยละ 21.27%

สาเหตุที่ 3 เป็นเพราะนักศึกษาส่วนใหญ่เก่งทฤษฎีแต่ไม่เก่งปฏิบัติ 20.00%

สาเหตุที่ 4 อ่อนภาษาอังกฤษ และสื่อ IT ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ตัวเลข วิเคราะห์ระบบ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 19.55%

สาเหตุที่ 5 สาขาที่จบมาไม่ตรงกับความต้องการของตลาด 13.83%

ในส่วนของสาขาวิชาที่คิดว่าสามารถหางานได้ง่ายหรือเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนักศึกษา ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ นายจ้างเห็นตรงกันว่าเป็นแพทย์/พยาบาล 27.55%

รองลงมาเป็นคอมพิวเตอร์ 25.62% ตามด้วยบัญชี/การตลาด 18.56% บริหาร/การจัดการ 16.70% นิติศาสตร์/รัฐศาสตร์ 11.54%

เมื่อถามต่อว่า "เรียนอย่างไร ?" จึงจะมีงานทำ

23.52% ระบุว่าต้องเก่งทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เมื่อจบแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการทำงานได้จริง

22.92% รู้ว่าตัวเองรักหรือชอบอะไร วางแผนล่วงหน้าดูสถานการณ์ปัจจุบัน ติดตามข่าวตลาด

20.34% ดูความต้องการของตลาดว่าต้องการนักศึกษาที่จบสาขาใด และเลือกเรียนตามนั้น

19.51% บอกว่าต้องตั้งใจเรียน ทำคะแนนให้ดี มีความสามารถโดดเด่นอยู่ในเกณฑ์ที่ตลาดต้องการ

13.71% เห็นว่าระหว่างเรียนต้องทำกิจกรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างทักษะการทำงานร่วมกันหรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

วันนี้คงถึงเวลาแล้วที่นายจ้างผู้ใช้ประโยชน์จากแรงงานไทยจะต้องมานั่ง จับเข่าคุยกับผู้ผลิตบัณฑิตเพื่อปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการพัฒนาประเทศไทยยังไปคนละทิศละทาง ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศยังไม่ได้รับการพัฒนาที่ตรงจุด ทำให้ศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยยังไปไม่ถึงฝัน

หน้า 30

วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4179  ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 8058 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์