คำถามสุดฮิตเกี่ยวกับ IDP

คำถามสุดฮิตเกี่ยวกับ IDP | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



 

คำถามสุดฮิตเกี่ยวกับ IDP -จากการสัมมนา

 

คำถาม 1

การทำ IDP จำเป็นต้องทำกับพนักงานทุกคนในองค์การหรือไม่

คำตอบ 1

     อันที่จริงแล้วการทำ IDP สามารถทำได้กับพนักงานทุกคน หากหัวหน้างานรู้และเข้าใจแนวคิดของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งหัวหน้างานสามารถดำเนินการเองโดยไม่ต้องรอให้ฝ่าย HR/HRDริเริ่มดำเนินการให้ อย่างไรก็ตามพบว่ามีหัวหน้างานน้อยมากที่สนใจและใส่ใจกับการทำ IDP อย่างจริงจัง ดังนั้นฝ่าย HR/HRD จึงต้องเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหรือหน่วยงานหลักในการริเริ่มทำ IDP ขึ้นมา
     หากองค์การมีจำนวนพนักงานมาก แนวทางเลือกคือ เลือกกลุ่มพนักงานขึ้นมาจัดทำ IDP ก่อน ทั้งนี้เงื่อนไขหรือแนวทางเลือกขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การแต่ละแห่ง เช่น ทำกับพนักงานดาวเด่น หรือคนเก่งและคนดี (Talented People) หรือทำกับกลุ่มผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successors) หรือทำกับกลุ่มที่เป็นธุรกิจหลักขององค์การ (Core Business)

     อย่างไรก็ตาม หากองค์การมีจำนวนพนักงานไม่มากนักหรือผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจถึงแนวคิดและวิธีการจัดทำ IDP ให้กับพนักงาน ผู้เขียนเสนองแนะว่าควรทำ IDP กับพนักงานทุกคน โดยมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำ IDP ให้กับพนักงาน


คำถาม 2

กรณีที่ทำ IDP ให้กับพนักงานในปีนั้น ๆ แต่ไม่สามารถส่งพนักงานฝึกอบรมได้ครบถ้วน จะมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

คำตอบ 2

     พบว่าบ่อยครั้งที่หัวหน้างานมักคิดว่าการทำ IDP คือการฝึกอบรม โดยส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมในห้องเรียนตามแผนพัฒนาที่กำหนดขึ้น อันที่จริงแล้วการทำ IDP ยังมีเครื่องการพัฒนาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการฝึกอบรมในห้องเรียน เช่น การสอนงาน การดูงานนอกสถานที่ การมอบหมายงาน การมอบหมายโครงการ  เป็นต้น ดังนั้นหากผู้บังคับบัญชาได้วางแผนการพัฒนาความสามารถของพนักงานด้วยวิธีการฝึกอบรมโดยเขียนไว้ใน IDP แล้ว แต่ไม่สามารถส่งพนักงานเข้าอบรมตามแผนที่กำหนดขึ้น พบว่าข้อดีก็คือ เป็นการจุดประกายให้หัวหน้างานตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาความสามารถของพนักงานด้วยเครื่องมือการพัฒนาอื่น ๆ อีกที่นอกเหนือจากการอบรมในห้องเรียน  ข้อเสียคือ หากผู้บังคับบัญชาไม่ใส่ใจในการใช้เครื่องมือการพัฒนาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการฝึกอบรมในห้องเรียน จะทำให้พนักงานขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง ดังนั้นฝ่าย HR/HRD จะต้องสื่อสารและทำความเข้าใจกับหัวหน้างานถึงการนำเครื่องมือการพัฒนาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การฝึกอบรมมาใช้พัฒนาความสามารถของพนักงาน


คำถาม 3

ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติในการจัดทำ Action Plan ของการจัดทำ  IDP เป็นอย่างไร

คำตอบ 3

     การทำ IDP มีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ดังนี้

  • จัดทำข้อเสนอ (Proposal) ในการนำแนวคิด IDP มาใช้ในการพัฒนาพนักงาน และนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงพิจารณาอนุมัติ
  • ภายหลังผู้บริหารระดับสูงอนุมัติโครงการนำ IDP มาใช้แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการในการกำหนดนโยบาย คำแนะนำ ติดตาม และให้ความคิดเห็นต่อการพัฒนาของพนักงาน
  • ฝ่าย HR/HRD ร่วมกับคณะกรรมการกำหนดแนวทางการจัดทำ IDP โดยพิจารณาถึงปัจจัยที่นำมาประเมิน ระยะเวลาในการจัดทำ IDP วิธีการประเมิน และเครื่องมือการพัฒนาความสามารถที่ต้องนำมาใช้
  • จัดประชุมร่วมกับผู้บังคับบัญชา (รวมคณะกรรมการ) ถึงแนวทางการนำ IDP มาใช้ในองค์การ เพื่อให้ผู้บริหารมีความเข้าใจแนวคิด วิธีปฏิบัติ และประโยชน์ของ IDP
  • หัวหน้างานจัดทำ IDP ตามแผนวทางที่กำหนดขึ้นและนำส่งให้ฝ่าย HR/HRD เพื่อใช้ในการติดตามห้วหน้างานในการปฏิบัติตามแผนที่กำหนด ทั้งนี้ต้นสังกัดจะต้องเก็บตัวจริงไว้เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตามกรอบของ IDP ที่กำหนดขึ้น
  • หัวหน้างานพูดคุยผลประเมินและ IDP ที่จัดทำขึ้น  รวมทั้งปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดขึ้น
  • คณะกรรมการติดตาม ประเมินและทบทวนแนวคิดการจัดทำ IDP พร้อมทั้งร่วมให้ความคิดเห็นในการปรับปรุงขั้นตอนการจัดทำ IDP ให้มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการนำไปใช้มากขึ้น

คำถาม 4

ทำอย่างไรจะทำให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของ IDP

คำตอบ 4

     การจัดทำ IDP ต้องกำหนดขึ้นเป็นนโยบายที่ผู้บริหารทุกคนจะต้องมีการจัดทำ IDP ขึ้นทุกปี ไม่ใช่ทำเฉพาะปีใดปีหนึ่ง ทั้งนี้องค์การจะต้องเป็นเจ้าภาพหรือผู้รับผิดชอบในการนำ IDP มาใช้ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่าย HR/HRD ที่จะทำหน้าที่ผลักดันให้ผู้บริหารจัดทำ IDP ขึ้นมาทุกปี ทั้งนี้ ฝ่าย HR/HRD จะต้องหาผู้สนับสนุนร่วมด้วย นั่นก็คือ การให้ผู้บริหารของทุกหน่วยงานเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ IDP ซึ่งจะต้องประกาศอย่างเป็นทางการโดยมีผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์การประกาศแต่งตั้งผู้บริหารที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ

     นอกจานี้การจัดทำแผนการสื่อสาร (Communication Plan) เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดแรงต่อต้านของผู้บริหาร  ฝ่าย HR/HRDจะต้องสื่อสารกับพนักงานทุกคนทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้บริหารขององค์การเท่านั้น เพื่อให้พนักงานทุกคนเกิดความคิด ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ IDP (IDP Mindset) ทั้งนี้ช่องทางการสื่อสารเรื่อง IDP นั้นไม่ใช่จะมีแต่ช่องทางการจัดทำฝึกอบรมเท่านั้น ยังมีช่องทางอื่นอีกมากในการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจถึง IDP ที่ถูกต้อง เช่น บอร์ด วารสารภายใน อินทราเน็ตในบริษัท เสียงตามสาย เป็นต้น


คำถาม 5

พนักงานมีสิทธิ์รับรู้ IDP ของตนเองได้หรือไม่

คำตอบ 5

จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสื่อสาร IDP ที่หัวหน้างานจัดทำขึ้นให้พนักงานรับรู้ โดยการแจ้งผลการประเมินความสามารถของพนักงานว่าความสามารถข้อใดเป็นจุดแข็ง หรือจุดอ่อนของพนักงานแต่ละคน ซึ่งหัวหน้างานจะต้องเลือกความสามารถข้อที่เป็นจุดอ่อนมาพัฒนาก่อน โดยการจัดทำ IDP เพื่อปรับปรุงและพัฒนาจุดอ่อนของพนักงาน  และหัวหน้างานจะต้องอธิบายแนวทางการพัฒนาให้พนักงานรับรู้ ทำให้พนักงานเกิดความมั่นใจว่าภายหลังจากการประเมินแล้ว งานหรือหน้าที่ที่หัวหน้าจะต้องทำต่อคือการดำเนินการพัฒนาตามกรอบหรือแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนงาน


คำถาม 6

IDP มีการเชื่อมโยงและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์การอย่างไร 

คำตอบ 6

เนื่องจาก IDP เป็นแผนงานเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงาน  เป็นแผนงานที่พัฒนาจุดอ่อนของพนักงานแต่ละคน เมื่อพฤติกรรมการทำงานของพนักงานเปลี่ยนไปเป็นไปตามแนวทางที่หัวหน้างานต้องการ พฤติกรรมย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์หรือเป้าหมายการทำงานของพนักงาน ซึ่งองค์การหลายแห่งมักกำหนดตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicators: KPIs) เป็นตัววัดผลงานของพนักงานรายบุคคล (Individual KPs) และเมื่อเป้าหมายหรือผลลัพธ์ของพนักงานประสบผลสำเร็จ ย่อมส่งผลต่อเป้าหมายหรือผลลัพธ์ของหน่วยงาน (Department KPIs) และองค์การ (Corporate KPIs) ในที่สุด


คำถาม 7

ผู้บริหารสามารถประยุกต์ใช้ IDP ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร

คำตอบ 7

     IDP เป็นแผนการพัฒนาความสามารถของพนักงาน  ถือว่าเป็นกรอบหรือแนวทางที่ช่วยให้ผู้บริหารมีเครื่องมือในการพัฒนาความสามารถของพนักงานในปัจจุบัน ดังนั้นองค์การหลายแห่งจึงประยุกต์ใช้แผนงานดังกล่าวนี้กับระบบการฝึกอบรมและพัฒนา (Training and Development) โดยการนำมาใช้เป็นแนวทางการกำหนดหลักสูตรฝึกอบรม พร้อมทั้งเครื่องมือการพัฒนาความสามารถของพนักงานด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น สอนงาน หรือการทำ OJT เป็นต้น

      นอกจากนำ IDP มาใช้ในการฝึกอบรมและพัฒนาแล้ว  องค์การสามารถนำ IDP มาใช้ควบคู่ไปกับระบบงาน HR ในเรื่องต่างๆ ได้แก่
- การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน (Performance Appraisal) – IDP ถูกกำหนดเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขในการประเมินผลการปฏิบัติงาน องค์การบางแห่งกำหนดเป็น KPIs ถือเป็นแผนงานหนึ่งที่ผู้บริหารจะต้องทำให้สำเร็จ และยังสามารถนำมาใช้กำหนดเป็นพฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ของหัวหน้างานในการพัฒนาความสามารถของพนักงานได้อีกด้วย
- การจัดทำผังความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) – IDP ถูกกำหนดขึ้นเป็นแนวทางในการพัฒนาพนักงานก่อนเลื่อนตำแหน่งงาน (Promotion) และ/หรือใช้เป็นแนวทางการพัฒนาความสามารถของพนักงานก่อนการโอนย้ายงาน (Job Transfer) อย่างน้อย ๆ ช่วยทำให้พนักงานเกิดความมั่นใจในการทำงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นหรือลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงไป
- การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Planning) – IDP เป็นแผนงานที่ช่วยพัฒนาความสามารถของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successors) เพื่อเตรียมความในการทำงานให้กับผู้สืบทอดตำแหน่งงานก่อนที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น
- การบริหารพนักงานดาวเด่น (Talent Management) – เนื่องจากพนักงานดาวเด่นต้องการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บุคคลเหล่านี้จะรู้สึกเบื่อหากไม่ได้รับการพัฒนาจากหัวหน้างาน ดังนั้น IDP สามารถใช้เป็นกรอบหรือแนวทางการพัฒนาความสามารถของพนักงานดาวเด่น เป็นข้อตกลงในการเรียนรู้ (Learning Agreement) ร่วมกันระหว่างหัวหน้างานและพนักงานดาวเด่น
- การสร้างวัฒนธรรมองค์การ (Corporate Culture) – IDP เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงาน และเมื่อพนักงานมีพฤติกรรมที่ดีตามแบบที่องค์การคาดหวังไว้ พฤติกรรมเหล่านี้ย่อมได้รับการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง อันส่งผลให้เกิดการสืบทอดพฤติกรรมที่ดีเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
- การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) –  KM คือการบริหารองค์ความรู้ให้เกิดขึ้น ซึ่ง IDP เป็นเรื่องของการพัฒนาให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ขึ้น เป็นแผนงานให้พนักงานเกิดการพัฒนาความรู้ในตนเอง (Tacit Knowledge) อันนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพนักงานคนอื่น ๆ ผ่านช่องทางการเรียนรู้ เช่น กิจกรรม หรือการประชุม เป็นต้น


คำถาม 8

การประเมินผลความสำเร็จของ IDP ที่มีประสิทธิภาพทำได้อย่างไร

คำตอบ 8

ความสำเร็จของ IDP สามารถวัดได้จาก
-  พฤติกรรมการทำงานของพนักงาน - หัวหน้างานจะต้องทำหน้าที่สังเกตพฤติกรรมของพนักงานว่าเป็นไปตามที่หัวหน้างานคาดหวังหรือไม่ภายหลังจากที่หัวหน้างานปฏิบัติตาม IDP ที่กำหนดขึ้น ทั้งนี้แผนงานดังกล่าวนี้จะสำเร็จลงได้ หัวหน้างานจะต้องกำหนดพฤติกรรมให้เฉพาะเจาะจงว่าต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานในเรื่องใด เพื่อนำมาใช้กรอบในการประเมินความสำร็จว่าพนักงานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นหรือไม่
- ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับองค์การ – ปัจจัยเรื่องผลลัพธ์หรือ KPIs เป็นอีกตัวแปรที่หัวหน้างานสามารถประเมินความสำเร็จของ IDP ได้ หัวหน้างานจะต้องมีความเชื่อพื้นฐานก่อนว่า   “พฤติกรรมที่ดีจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่หัวหน้างานต้องการ” ดังนั้นหากพนักงานมีการเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองแล้ว พฤติกรรมนั้นย่อมส่งผลต่อความสำเร็จของ KPIs ที่พนักงานรับผิดชอบ


คำถาม 9

การเชื่อมโยงระหว่าง Competency , IDP, Career Path และ Succession Planning ทำได้อย่างไร

คำตอบ 9

Competency หมายถึงความสามารถของพนักงาน ถือได้ว่าเป็นกรอบหรือแนวทางในการประเมินว่าพนักงานมีความสามารถตรงตามที่องค์การคาดหวังหรือไม่ ทั้งนี้ IDP จะใช้เป็นกรอบหรือแนวทางพัฒนาความสามารถของพนักงานให้เป็นไปตามที่หัวหน้างานคาดหวังให้เกิดขึ้น  โดยส่วนใหญ่ IDP มักจะนำมาใช้ในการพัฒนาหรือเตรียมความพร้อมของพนักงานให้มีความพร้อมก่อนการเลื่อนตำแหน่งงานหรือการโอนย้ายพนักงาน ซึ่งแนวคิดการเลื่อนตำแหน่งและการโอนย้ายงานนั้นถือได้ว่าเป็นการจัดวางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงานภายหลังจากที่กำหนดได้แล้วว่าใครควรจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งงานในระดับที่สูงขึ้น (Succession Planning)


คำถาม 10

กรณีที่องค์การยังไม่มี Competency องค์การสามารถทำ IDP ให้กับพนักงานได้หรือไม่

คำตอบ 10

ได้อย่างแน่นอน ผู้บริหารสามารถนำคุณสมบัติที่กำหนดขึ้นของตำแหน่งงานในใบพรรณาหน้าที่งาน (Job Description: JD) มาใช้เป็นกรอบหรือแนวทางการประเมินพนักงานแต่ละคน เพื่อประเมินว่าพนักงานมีจุดแข็งและจุดอ่อนข้อใดตามปัจจัยที่กำหนดขึ้นใน JD หรือองค์การบางแห่งสามารถนำผลจากการประเมินผลการปฏิบัติงานที่จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนำปัจจัยประเมินในเรื่องพฤติกรรมการทำงานของพนักงานมาใช้เป็นกรอบหรือแนวทางการพัฒนาการทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจัยข้อที่พนักงานต้องปรับปรุงหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ปัจจัยข้อนั้นจะต้องถูกนำมาพัฒนาก่อน 


คำถาม 11

การประเมินช่องว่างความสามารถ (Gap Assessment) จะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ประเมินไม่มีอคติในการประเมินพนักงานแต่ละคน

คำตอบ 11

การประเมินช่องว่างความสามารถของพนักงานเป็นหน้าที่ของหัวหน้างานแต่ละคนที่ต้องสังเกตพฤติกรรมการแสดงออกของพนักงานว่ามีความถี่ในการแสดงพฤติกรรมนั้นบ่อยครั้งแค่ไหน  และพฤติกรรมนั้นจะต้องถูกประเมินตามช่วงเวลาที่กำหนดขึ้น เช่น ประเมินพฤติกรรมของพนักงานตั้งแต่มกราคมถึงธันวาคม ปี 2551 โดยหัวหน้างานจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจว่าพฤติกรรมข้อใดเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของพนักงาน อย่างไรก็ตามองค์การไม่สามารถหลีกเลี่ยงอคติที่เกิดขึ้นจากการประเมินของหัวหน้างานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นองค์การจะต้องมีขั้นตอนรองรับเพื่อตรวจสอผลประเมินของพนักงาน โดยการนำผลประเมินเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ โดยสามารถเลือกตรวจสอบเฉพาะบางกลุ่มบุคคลที่สำคัญก่อน  เช่น ตรวจสอบผลการประเมินของพนักงานเฉพาะพนักงานดาวเด่น และหากพบว่าหัวหน้างานเกิดอคติในการประเมินแล้ว ฝ่าย HR/HRD จะต้องประชุมร่วมกับหัวหน้างานคนนั้น และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการประเมิน เพราะผลประเมินความสามารถของพนักงานจะนำไปสู่การจัดทำ IDP ให้กับพนักงานมากกว่าการลงโทษพนักงาน


คำถาม 12

จะต้องใช้กำลังคนในการจัดทำ IDP มากน้อยแค่ไหน

คำตอบ 12

พบว่ากำลังคนที่มีส่วนร่วมในการจัดทำ IDP ได้แก่

  • ฝ่าย HR/HRD ประมาณ 2-3 คน ทำหน้าที่เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการ IDP ซึ่งผู้บริหารของหน่วยงาน HR/HRD จะต้องทำหน้าที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ IDP ในระหว่างการประชุม และมีเจ้าหน้าที่ HR/HRD ประมาณ 1-2 คน ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมการและหัวหน้างาน
  • ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน ประมาณไม่เกิน 10 ตนเพื่อเข้าร่วมป็นคณะกรรมการ IDP มีหน้าที่กำหนดนโยบาย  ขั้นตอนการจัดทำ IDP รวมถึงการติดตาม ตรวจสอบและปรับปรุง IDP ที่นำมาใช้ในองคืการ
  • หัวหน้างาน ตามจำนวนที่มีอยู่ขององค์การแต่ละแห่ง ทำหน้าที่ในการประเมินความสามารถของพนักงาน และจัดทำ IDP ให้กับพนักงานแต่ละคน

คำถาม 13

IDP ควรทำกับพนักงานกับกลุ่มคนใดก่อนอันดับแรก

คำตอบ 13

     จริงๆ แล้ว IDP สามารถนำมาใช้พัฒนาความสามารถของพนักงานได้ทุกคน ความต่างกันของ IDP ในการพัฒนาพนักงานแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความลึกหรือความเข้มข้นของเครื่องมือการพัฒนาความสามารถของพนักงาน หากกำหนดแผนดังกล่าวให้กับพนักงานดาวเด่น เครื่องมือการพัฒนาจะต้องเข้มข้น หัวหน้างานจะต้องใส่ใจกับการติดตามผลหลังจากการพัฒนาความสามารถของพนักงาน โดยมอบหมายให้พนักงานจัดทำสรุปรายงาน หรือนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแลกเปลี่ยนให้กับพนักงานคนอื่นๆ ได้รับรู้ร่วมกัน

      อย่างไรก็ตามหากผู้บริหารมีพนักงานจำนวนมาก ผู้บริหารสามารถเลือกจัดทำ IDP กับพนักงานบางกลุ่มก่อนได้ เช่น พนักงานดาวเด่น หรือผู้สืบทอดตำแหน่งงาน หรือหัวหน้างาน ซึ่งผู้บริหารสามารถเลือกเครื่องมือการพัฒนาความสามารถของบุคคลเหล่านี้ตามความเหมาะสมของเวลาที่มีให้กับพนักงานแต่ละคน


คำถาม 14

มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือ IDP, BSC, KPIs และ Core Competency อย่างไร

คำตอบ 4

IDP เป็นแผนงานพัฒนาความสามารถของพนักงาน และความสามารถด้านหนึ่งที่องค์การคาดหวังจากพนักงานคือ ความสามารถหลัก (Core Competency) เป็นพฤติกรรมหลักที่ต้องการให้พนักงานมีเหมือนกัน อย่างไรก็ตามในการทำงานปัจจุบันพนักงานอาจไม่มีพฤติกรรมหลักตามที่องค์การคาดหวัง  IDP จึงเป็นแผนงานที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานให้เป็นไปตามที่หัวหน้างานคาดหวัง ซึ่งพฤติกรรมการทำงานของพนักงานจะส่งผลต่อเป้าหมายหรือผลลัพธ์ของพนักงาน (Individual KPIs) และผลลัพธ์ของพนักงานแต่ละคนจะส่งผลต่อผลลัพธ์ของหน่วยงานและองค์การ ทั้งนี้การวัดผลลัพธ์ของหน่วยงานและองค์การนั้นสามารถนำหลัก Balance Scorecard มาใช้เป็นปัจจัยความสำเร็จของหน่วยงานและองค์การ โดยแบ่งเป็นมุมมองทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งในมุมมองแต่ละด้านจะมี KPIs เป็นปัจจัยที่ใช้ผลลัพธ์ความสำเร็จของมุมมองแต่ละด้าน

 


เรียบเรียง/เขียน โดยคุณ
อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์





จำนวนผู้ชม 7622 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์