ฝ่าเส้นทางวิกฤติ มนุษย์เงินเดือน

ฝ่าเส้นทางวิกฤติ มนุษย์เงินเดือน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



วิกฤติเศรษฐกิจ ส่งผลอะไรต่ออะไรมากมาย ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัว ไกลตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในองค์กร ที่ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกและภายใน

ขณะที่องค์กรต้องการประสิทธิภาพอย่างสูง  แต่สภาพแวดล้อมล้วนบั่นทอนต่อประสิทธิภาพการทำงาน เพราะพนักงานต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หดหู่  นั่งลุ้นกับสภาพขององค์กรที่อยู่บนเส้นด้าย  ความกดดัน ความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันของศักยภาพการทำงานลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาสารพันล้วนมาจากสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน

เริ่มตั้งแต่นโยบายขององค์กรที่เปลี่ยน ทั้งท่าทีของผู้บริหาร ระบบการทำงาน เป้าหมายที่เพิ่มขึ้นและท้าทายความสามารถอย่างรุนแรง ในขณะที่คนทำงานไร้หนทางที่จะสู่เป้าหมายที่องค์กรต้องการ งบประมาณลดลงจนแทบจะไม่มีเครื่องมือ หรือกระสุนสำหรับการต่อยอด

การแข่งขันกับภายนอกองค์กรก็ย่ำแย่ซ้ำยังต้องเผชิญกับการแข่งขันในองค์กรอีก  หัวหน้าหรือเจ้านายก็ดูเหมือนไร้มนุษยธรรมมากขึ้น การถูกกลั่นแกล้งให้ได้อาย เสื่อมยศ เสื่อมเกียรติ หมดศักดิ์ศรี ล้วนเป็นสภาพแห่งความกดดันชวนให้อยากลาออกไปจากองค์กร

คำถามคือทางออกของเรื่องเหล่านี้  ประสิทธิภาพของการทำงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร  และองค์กรจะรอดและถึงเป้าหมายที่สูงส่งได้อย่างไร เมื่อ พนักงานขององค์กรเต็มไปด้วยความเครียดและคับข้องใจ

องค์กรจะอยู่รอดอย่างไร หากไม่ได้ใจพนักงาน

ต่างสถานะ ต่างมุมมองเมื่อมองในด้านขององค์กร  ก็พบว่ามีหลายแนวทางที่องค์กรต้องมีการปรับทิศทางที่สำคัญ สำหรับกลยุทธ์ที่ควรหยิบมาใช้ในส่วนขององค์กรที่จะใช้ในการดำเนินธุรกิจในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง

กระจุกดีกว่ากระจาย  ภาวะคับขันอาจต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจากการกระจายเป็นการกระจุก  คัดสรร สิ่งที่เป็นข้อดีของแต่ละกลุ่มธุรกิจภายในองค์กร ทั้งในส่วนของความรู้ งบประมาณ การลงทุนและเครือข่าย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดร่วมกัน การขยายความร่วมมือในธุรกิจเดียวกันมากขึ้น ซึ่งนอกจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้เกิดการได้เปรียบทางการแข่งขันมากกว่าการต่างคิดต่างทำ

การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน การชี้แจง สร้างความชัดเจน มีเป้าหมายร่วมกันด้วยการผสมผสานทุกส่วนขององค์กร เป็นภารกิจร่วมของหน่วยงานและองค์กร ไม่ใช่แยกเป็นส่วนๆ  ทุกฝ่ายต่างมีช่องทางและโอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เน้นขับเคลื่อนทรัพยากรขององค์กรทั้งภายในและการขับเคลื่อนสู่ภายนอก ไม่ใช่จากข้างนอกสู่ข้างใน 

ใช้การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ทั้งภายในและภายนอก  การใช้วิธีการ เครื่องมือ ช่องทางที่เหมาะสมโดยเน้นการสื่อความที่ชัดเจนภายในร่วมกัน การสื่อสารที่ชี้ชัดกลุ่มเป้าหมาย ประเด็น วิธีการจัดการที่เจาะลึกมากยิ่งขึ้น เป็นเวลาที่องค์กรต้องเลือกและตัดสินใจว่าอยากเน้นในส่วนใดบ้าง ต้องการความร่วมมือ ค่านิยมร่วมกันอะไรบ้าง การเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการขององค์กรเฉพาะเท่าที่จำเป็นก่อน  การสื่อสารที่สม่ำเสมอแบบสองทางเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับในช่วงระยะเวลานี้

การแสดงความจริงใจขององค์กร  การสร้างความพึงพอใจ ความผูกพันในระยะยาว ไม่เพียงกับลูกค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้น ชุมชน และสังคมเท่านั้น  พนักงานเป็นกลไกที่สำคัญมาก จริงใจ ไม่หลอกลวง นับเป็นสิ่งที่องค์กรควรสร้างให้เกิดความเด่นชัดที่สุด

เทรนด์ของโลก 4 ประการ กับเส้นทางของมนุษย์เงินเดือน

ประกอบด้วย  1)  เรากำลังก้าวสู่การแข่งขันที่รุนแรงและไร้รูปแบบ  2) เรากำลังอยู่โดยปราศจากความแน่นอนและความมั่นคงทางการเงิน 3) สงครามแห่งการแย่งชิงคนเก่งดูจะไม่มีท่าทีจะสงบโดยง่าย   4) การงานที่มั่นคง ดูจะเป็นเรื่องได้ยาก ขณะที่เรื่องของความก้าวหน้าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนเสมอไป  

ติดตามความเคลื่อนไหว อย่างเข้าใจ  การที่เราได้ใกล้ชิดข้อมูลย่อมเกิดความได้เปรียบ  รู้ทิศทาง หมั่นติดตามข่าวสารทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น  ข่าวสารที่ปรากฏผ่านสื่อสารมวลชน บทวิเคราะห์  งานวิจัย  นโยบายทั้งของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   การติดตามข้อมูลของคู่แข่ง  มีการติดตาม วิเคราะห์และคาดการณ์ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

นำศักยภาพที่มีสร้างผลงานให้เกิดประโยชน์กับองค์กรให้มากที่สุด  คนที่มีความสามารถมากมาย แต่อาจจะได้ใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างไม่คุ้มค่า บางคนมีความชำนาญ  ความรู้  ความสามารถ มีเครือข่าย  มีความสัมพันธ์ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม อาจถึงเวลาที่ต้องนำออกมาแสดง 

การปรับเปลี่ยนตัวเอง มิใช่เกิดขึ้นในระดับองค์กรเท่านั้น ระดับบุคคลเองก็จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงมากทีเดียวให้เหมาะสมกับสิ่งที่เปลี่ยนไป  การพัฒนา เพิ่มเติมในสิ่งที่ขาด  การลดสิ่งที่เป็นเงื่อนไข  หรือสภาพความจำเป็นที่อาจมีความสำคัญในอดีต

สร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส  ขอย้ำว่าควรใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้โอกาสเป็นวิกฤติ การมีเวลาในการทำงานที่น้อยลง ย่อมทำให้เวลาของครอบครัวมีมากขึ้น ใช้เวลาแสวงหาช่องทางการเรียนรู้ การเรียนต่อ การอบรม  ต่อยอดองค์ความรู้ ไม่ว่าด้านวิชาการ วิชาชีพ ที่อาจกลายเป็นอาชีพ

เสริมหรืออาจเป็นอาชีพหลักในอนาคต

เตรียมพร้อมอยู่เสมอ  หาคำตอบจากสมมุติฐานที่ว่า ถ้าเราไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น  เราจะใช้ชีวิตการทำงานที่เหลืออยู่อย่างไร วิธีไหน  การศึกษาสวัสดิการ  ระเบียบของบริษัท การสำรวจทรัพยากรทางความรู้ความสามารถของเราที่มีอยู่  ทำความเข้าใจกับกฎระเบียบทางด้านแรงงาน แม้กระทั่งการมีที่ปรึกษากฎหมายก็อาจจำเป็น

สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงทุกวันสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นมากมาย ฐานะองค์กรผู้บริหารต้องมีตัวที่ชี้วัดเพื่อนำพานาวาให้ฝ่ามรสุมไปให้ได้  

ขณะที่พนักงานในฐานะที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็จำเป็นต้องใช้ศักยภาพพร้อมกับแผนรองรับความเสี่ยง แม้ว่าจะยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดหรือไม่  รุนแรงเพียงใดก็ตาม

โดย : ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ [email protected]





จำนวนผู้ชม 8914 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์