สถานการณ์แรงงานไทย ปี 52 จะตกงาน 2 ล้านคน

สถานการณ์แรงงานไทย ปี 52 จะตกงาน 2 ล้านคน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


แม้บรรยากาศทางการเมืองจะเริ่มคลี่คลายและมองเห็นทางออกของประเทศบ้างแล้วก็ตาม แต่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาวะการว่างงาน โดยล่าสุดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.) เผยตัวเลขคนตกงานสะสมตั้งแต่ต้นปี-เมษายน นี้ ประมาณ 1- 2 ล้านคน

ขณะที่ข้อมูลจากรัฐบาล ระบุตัวเลขคนตกงานในเดือน มกราคม 2551 ถึง 24 เมษายน 2552 ว่า มีแค่ 200,000 คน และลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติแรงงาน 274,605 คน

+++คาดปี 52 ตกงาน 2 ล้านคน

เมื่อ วันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ส.อ.ท.เปิดเผยตัวเลขที่ น่าตกใจจากการคาดการณ์ผู้ว่างงานในปี 2552 ว่าจะเข้าสู่วิกฤติแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท.ยืนยันว่า ยอดผู้ว่างงานที่ทยอยเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2552 ) มีผู้ว่างงาน 680,000 คน แบ่งเป็นยอดสะสมผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม 230,000 คน ผู้จบการศึกษาใหม่ ส่วนใหญ่จบปริญญาตรี 200,000 คน และคนว่างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อีกประมาณ 250,000 คน รวมตัวเลขผู้ว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ 1-2 ล้านคน

ใกล้เคียงกับข้อมูลจาก ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานคณะทำงานการกระจายรายได้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ที่คาดการณ์ว่า ในปี 2552 จะมีผู้ว่างงานมากถึง 2 ล้านคน แบ่งเป็นแรงงานที่ว่างงานสะสมตั้งแต่ต้นปี 2552 ประมาณ 1 ล้านคน ที่เหลือเป็นนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ พ่อค้า แม่ค้า แผงลอย ร้านโชวห่วย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ( SME)

ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า ผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมือง จะทำให้เศรษฐกิจไทยอาจติดลบ 5-6% ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านแรงงาน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาออร์เดอร์ลดลงเกือบ 100% และส่อเค้าต้องเลิกจ้างงานอีก 700,000 คนใน 8 เดือนข้างหน้า เมื่อรวมกับคนที่ว่างงานในปัจจุบัน 800,000 คน เมื่อถึงปลายปี อาจจะมีคนว่างงานสูงถึง 1.5 ล้านคน

+++ก.แรงงาน ยันตกงาน 2 แสน

ส่วนข้อมูลการเฝ้าระวังสถานการณ์เลิกจ้าง ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานพบว่าในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา (1 มกราคม 2551 - 24 เมษายน 2552 ) มีผู้ถูกเลิกจ้างและมีแนวโน้มอาจจะถูกเลิกจ้าง รวม274,605 คน

ทั้งนี้มีสถานประกอบการที่เลิกจ้างลูกจ้าง 994 แห่ง มีลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างแล้ว 84,401 คน และสถานประกอบการที่มีแนวโน้มจะเลิกจ้างในระยะต่อไป 737 แห่ง จากลูกจ้างทั้งหมด 378,432 คน ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างในอีกราว 103,827 คน นอกจากนี้ ยังพบว่า มีลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบอีก 274, 605 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างในจังหวัดสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และฉะเชิงเทรา

ส่วนประเภทกิจการที่เลิกจ้าง 5 อันดับแรก ยังเป็น 1.ผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย ฟอกหนังสัตว์และรองเท้า 3. ผลิตยานยนต์ และอุปกรณ์ขนส่ง 3.ผลิตเครื่องจักร และ 5.ผลิตเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับ

+++จี้รัฐบาลเพิ่มสวัสดิการ

ด้าน วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานเครือข่ายคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (ครสท.) ได้ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบที่ถูกเลิกจ้าง ส่วนใหญ่ เป็นเกษตรกร คนขับแท็กซี่ ให้ได้รับการคุ้มครองตามระบบประกันสังคม ขณะที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จะเสนอรัฐบาลแก้ไขพ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อให้แรงงานนอกระบบได้รับสวัสดิการเท่าเทียมกันกับแรงงานในระบบ โดยการแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เป็นทุนประเดิม

ผลต่อเนื่องที่เกิดจากการเลิกจ้างงาน ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงของผู้ใช้แรงงานบ่อยครั้ง ทั้งนี้ นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระบุว่า ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2551-20 เมษายน 2552 มีการชุมนุมเรียกร้อง 80 ครั้ง มีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม 16,513 คน

สาเหตุมาจากการเลิกจ้างเพราะวิกฤติเศรษฐกิจ การเรียกร้องโบนัส และการจ่ายค่าจ้างประจำปี ส่วนที่มีการชุมนุมมากที่สุด คือ ประเภทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง โดยพื้นที่ที่มีการชุมนุมมากที่สุด คือจังหวัดชลบุรี

+++ทางออกจากวิกฤติ

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้เสนอปัญหาการว่างงานเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีมาตรการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน อาทิ โครงการต้นกล้าอาชีพ และนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับผู้มีรายได้ ไม่ถึง 15,000 บาท ด้วยการจ่ายเช็คช่วยชาติ มูลค่า 2,000 บาท เป็นต้น

ปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบการจ่ายเงินทดแทนการว่างงาน กรณีลูกจ้างลาออก และถูกเลิกจ้างว่า ขณะนี้ ไม่กระทบกับเงินกองทุนการว่างงาน ที่มีอยู่ 3.2 หมื่นล้านบาท หากต้องจ่ายเงินเฉลี่ยเดือนละ 200 ล้านบาท แต่หากต้องจ่ายเดือนละ 1,000 ล้านบาท กองทุนจะถึงจุดโคม่า

สำหรับ โบนัสพิเศษในวันแรงงาน ที่สปส.จะมอบให้ผู้ประกันตน ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ นั้นจะเป็นการลดเงินสมทบให้นายจ้างและลูกจ้าง โดย นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน จะเสนอลดเงินสมทบ ฝ่ายละ 2% จากเดิมจ่ายที่ 5% ส่วนรัฐบาลยังสมทบ2.75% ซึ่งเงินส่วนนี้มาจากเงินกำไรของกองทุนประกันสังคม เพื่อช่วยชะลอคนตกงานเพิ่มขึ้นอีก 4-5 แสนคน

ทั้งนี้ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน ประกาศใช้ภายในเดือนมิถุนายน ถึงธันวาคม 2552

ขณะที่ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เห็นว่า วิกฤติแรงงานไทย ต้องใช้เวลาเยียวยาอีก 2-3 ปี จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะปัญหาของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ยังไม่มีแนวโน้มจะฟื้นตัว ทางออกของรัฐบาลในเบื้องต้น ควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ ใช้งบประมาณที่มีอยู่จ้างงานไปก่อน ส่วนนักศึกษาจบใหม่ ไม่ควรเลือกงาน

และการว่างงานจะนำไปสู่วิกฤติยิ่งขึ้น หากยังปล่อยปัญหาสะสมไปถึงปี 2553
ที่มา : thannews.th.com




จำนวนผู้ชม 6045 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์