ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร (12)

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร (12) | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

ขอนำประเด็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร มาปุจฉา - วิสัชนา เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานทางด้านภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้

ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างทำของที่อยู่ในข่ายที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ อย่างไร

วิสัชนา กรณีการจ่ายเงินค่าจ้างทำของให้แก่ผู้รับจ้างที่ผู้ว่าจ้างจะต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งในอัตราร้อยละ 5.0 ของยอดเงินค่าจ้างที่จ่าย จะต้องปรากฏว่า

1. ผู้รับจ้างจะต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย

2. การประกอบกิจการในประเทศไทยของผู้รับจ้างตาม (1) จะต้องมิใช่กรณีที่ผู้รับจ้างมีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย และในกรณีที่ผู้รับจ้างมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ถือได้ว่าผู้รับจ้างมีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย คือ

(1) มีสำนักงานในประเทศไทยที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

(2) มีการประกอบธุรกิจอย่างอื่น นอกจากการรับจ้างทำของในประเทศไทยเป็นประจำ เช่น การซื้อขายสินค้า

(3) มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อลูกจ้างในประเทศไทยตามมาตรา 65 ตรี (2) แห่งประมวลรัษฎากร

อนึ่ง กรณีผู้รับจ้างได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตนั้น แม้ผู้รับจ้างจะต้องจดทะเบียนการค้าในการประกอบกิจการดังกล่าว ก็ยังถือไม่ได้ว่าผู้รับจ้างมีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย

ปุจฉา กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นจ่ายเงินล่วงหน้าในส่วนที่เป็นค่าจ้างทำของให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ผู้จ่ายเงินได้ต้องคำนวณหัก ณ เงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร

วิสัชนา เมื่อจ่ายเงินล่วงหน้า ให้ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินล่วงหน้า และเมื่อมีการจ่ายค่างวดงานแต่ละงวดให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินค่างวดงานหลังหักเงินจ่ายล่วงหน้าในแต่ละงวดออกแล้ว

สำหรับผู้รับจ้างต้องนำเงินจ่ายล่วงหน้ามารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว

ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการหักเงินประกันตามสัญญาอย่างไร

วิสัชนา เงินประกันผลงานที่ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้ว่าจ้างตามจำนวนที่ตกลงในสัญญา

โดยยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินดังกล่าวจากเงินค่าจ้างในแต่ละงวด เพื่อเป็นประกันผลงานนั้น เมื่อผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างแต่ละงวดให้ผู้รับจ้าง โดยหักเงินประกันผลงานดังกล่าว กรณีจึงถือเป็นรายได้ของผู้รับจ้างเต็มจำนวนมูลค่าของงานที่แล้วเสร็จในแต่ละงวดที่ผู้จ่ายเงินได้ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามปกติ และเมื่อผู้ว่าจ้างจ่ายคืนเงินประกันผลให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายอีก

ผู้รับจ้างต้องนำเงินประกันผลงานที่ถูกผู้ว่าจ้างหักจากเงินค่าจ้างแต่ละงวดมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการเกิดขึ้นในขณะที่ได้รับเงินค่าจ้างแต่ละงวด เมื่อมีการจ่ายเงินประกันผลงานคืนให้ ผู้รับจ้างไม่ต้องนำเงินประกันผลงานดังกล่าวมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก

ปุจฉา บริษัทฯ ให้บริการซ่อมแซมสินค้าให้ลูกค้า ได้ออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี โดยแยกเป็นค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าขนส่ง และให้เเก่ลูกค้า ในกรณีเช่นนี้ บริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าขนส่งและต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่

วิสัชนา ตามกรณีดังกล่าวค่าขนส่งมิได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดจากการให้บริการรวมทั้งค่าขนส่ง มารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัทฯ ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร จากมูลค่าทั้งหมดจากการให้บริการรวมทั้งค่าขนส่งดังกล่าวด้วย (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.905 ลงวันที่ 17 มกราคม 2537)

ปุจฉา บริษัทฯ ได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ซ่อมรถยนต์ เมื่อไปรับรถภายหลังซ่อมเสร็จ บริษัทฯ ได้รับใบเสร็จ 2 ฉบับเป็นค่าของฉบับหนึ่งและค่าแรงอีกฉบับหนึ่ง โดยเป็นใบเสร็จของสองบริษัท ซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน เมื่อบริษัทฯ จะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากค่าแรงและค่าของรวมกัน แต่อู่ซ่อมรถไม่ยินยอม เช่นนี้ บริษัทฯ ต้องปฏิบัติอย่างไร

วิสัชนา ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว อู่รับซ่อมรถยนต์เป็นผู้จัดหาของ (อะไหล่) เพื่อใช้สำหรับการซ่อมรถยนต์ ดังนั้นรายรับของอู่ซ่อมรถยนต์จะต้องรวมทั้งค่าของและค่าแรงด้วย เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าซ่อมรถยนต์จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ 8(1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ที่จ่ายทั้งสิ้น (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/1083 ลงวันที่ 20 มกราคม 2536)

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ที่มา : bangkokbiznews.com





จำนวนผู้ชม 13013 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์