การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นประการสำคัญ

การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นประการสำคัญ | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

    

คดีแดงที่  4291-4295/2528

สิบตรีชำนาญ อาภัสสร โจทก์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ จำเลย

 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 49
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123

 

การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นประการสำคัญ แม้การเลิกจ้างนั้นจะเป็นเหตุให้ผู้ถูกเลิกจ้างเดือดร้อน แต่ก็เป็นความจำเป็นทางด้านนายจ้างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้กิจการของนายจ้างดำรงอยู่ต่อไป ย่อมเป็นสาเหตุที่จำเป็นแก่การเลิกจ้างแล้วแม้นายจ้างมิได้ยุบหน่วยงานที่ผู้ถูกเลิกจ้างทำงานอยู่ก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

จำเลยที่ 1 ประสบภาวะขาดทุน ไม่สามารถดำเนินกิจการไปได้โดยราบรื่น จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้วยการเลิกจ้างพนักงาน เมื่อเลิกจ้างก็ได้จ่ายเงินบำเหน็จ ค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าการเลิกจ้างของจำเลยเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและไม่เป็นการฝ่าฝืนบันทึกผลการเจรจาข้อเรียกร้องซึ่งห้ามจำเลยที่ 1 เลิกจ้างพนักงานและลูกจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ มิฉะนั้นแล้วแม้จำเลยที่ 1 ประสบภาวะขาดทุนมีหนี้สินมากจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ กิจการหยุดชะงักงันโดยสิ้นเชิงจำเลยที่ 1 ก็ยังจะต้องรับภาระจ้างพนักงาน และลูกจ้างในจำนวนเดิมและไม่สามารถแก้ไขวิกฤติการณ์ จึงย่อมเป็นไปไม่ได้

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้อง ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ''สำเนาให้จำเลยสั่งวันฟ้อง'' แต่หลังจากนั้นจนถึงวันที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาศาลแรงงานกลางก็มิได้สั่งคำร้องขอแก้ไขฟ้องดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าศาลแรงงานกลางอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องตามคำร้อง

 

…………………..……………………………………………………………..

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยได้มีบันทึกผลการเจรจาข้อเรียกร้องซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ว่าห้ามจำเลยที่ ๑ เลิกจ้าง ไล่ออกให้ออก ปลดออกพนักงานและลูกจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่จะกระทำความผิดประมาทเลินเล่อและเกษียณอายุ ฯลฯ ต่อมาจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้อำนวยการของจำเลยที่ ๑ และในฐานะส่วนตัวได้ย้ายโจทก์ทุกคนจากตำแหน่งหน้าที่เดิมที่มีงานทำไปดำรงตำแหน่งหน้าที่ใหม่ที่ไม่มีงานทำและต่อมาเลิกจ้างโจทก์ทุกคนโดยอ้างเหตุสภาวะขาดทุน เหตุย้ายและเหตุเลิกจ้างโจทก์ทุกคนเป็นเท็จ จำเลยที่ ๒ อาศัยอำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบกลั่นแกล้งย้ายโจทก์ทุกคน แล้วแต่ตั้งพรรคพวกมาทำแทนมิได้ยุบหน่วยงานที่โจทก์ทุกคนทำอยู่ กิจการของจำเลยที่ ๑ ยังคงแพร่หลายในธุรกิจขนส่งสินค้า มีการปรับปรุงและขยายกิจการ การย้ายตำแหน่งหน้าที่และเลิกจ้างเป็นการกลั่นแกล้ง เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ ให้บังคับจำเลยทั้งสองรับโจทก์ที่ ๒ ถึง ๖๙ กลับเข้าทำงาน หรือมิฉะนั้นให้ใช้ค่าเสียหายให้จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ ๒๔, ๒๘ -๓๐, ๓๗, ๓๘

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขาดทุนตลอดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ กระทรวงคมนาคมสั่งให้จำเลยที่ ๑ ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการบริหารหรือไม่ก็ยุบเลิกกิจการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงปรับปรุงแก้ไขโดยยุบเลิกหน่วยงานที่ขาดทุน จำเลยทั้งสองจึงย้ายตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ทุกคนซึ่งมีอายุ ๕๕ ปีขึ้นไปแล้วเลิกจ้าง รวมเลิกจ้างพนักงาน ๒๐๙ คน เป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุสมควร บันทึกผลการเจรจาข้อเรียกร้องไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่นายจ้างของโจทก์ทุกคนมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทุกคนยกเว้นโจทก์ที่ ๓๕ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ต้องพิจารณาถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นประการสำคัญ แม้การเลิกจ้างนั้นจะเป็นเหตุให้ผู้ถูกเลิกจ้างเดือดร้อนแต่ก็เป็นความจำเป็นทางด้านนายจ้างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้กิจการของนายจ้างยังคงดำรงอยู่ต่อไปโดยหวังว่ากิจการจะมีโอกาสกลับฟื้นคืนตัวได้ใหม่ อันจะเป็นประโยชน์แก่นายจ้างเองและลูกจ้างส่วนใหญ่ ย่อมเป็นสาเหตุที่จำเป็นแก่การเลิกจ้างแล้วแม้จำเลยที่ ๑ มิได้ยุบหน่วยงานที่โจทก์ที่ ๑ ทำงานอยู่ก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้สั่งย้ายโจทก์ทุกคนจากตำแหน่งหน้าที่เดิมที่มีงานทำไปอยู่ตำแหน่งใหม่ที่ไม่มีงานทำ แล้วเลิกจ้างเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกของจำเลยที่ ๒ เหตุและการสั่งย้ายเป็นเท็จ จำเลยที่ ๑ หาได้ประสบภาวะขาดทุนไม่ ดังนั้นข้อที่โจทก์อุทธรณ์เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจำเลยที่ ๑ กับอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ กับอำนาจหน้าที่ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็นประการใด มีอยู่เฉพาะที่โจทก์บกขึ้นอ้างในอุทธรณ์หรือไม่ การสั่งย้ายตำแหน่งหน้าที่และการเลิกจ้างเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ โจทก์หาได้ตั้งเป็นประเด็นในคำคู่ความไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นการแปลกฎหมายดังกล่าวข้างต้นซึ่งมิได้เกี่ยวด้วยประเด็นในคำฟ้อง และข้อกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นเหตุ ที่จะนำไปประกอบการประสบภาวะขาดทุนอันเป็นข้อเท็จจริงได้

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ เป็นบทบัญญัติอยู่ในหมวด ๙ ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรม ซึ่งมุ่งคุ้มกันมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลูกจ้างเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ประสบภาวะขาดทุนจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้วยการเลิกจ้างพนักงาน เมื่อเลิกจ้างก็ได้จ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยให้ตามกฎหมายแล้ว คือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมและไม่เป็นการฝ่าฝืนบันทึกผลการเจรจาข้อเรียกร้องการที่จะแปลว่าบันทึกดังกล่าวมีผลใช้บังคับเด็ดขาด จำเลยที่ ๑ จะเลิกจ้างพนักงานและลูกจ้างไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่พนักงานหรือลูกจ้างกระทำความผิดหรือเหตุอื่นอันต้องด้วยข้อยกเว้นนั้น เป็นการแปลที่ฝ่าฝืนต่อสภาวะอันเป็นไปโดยธรรมชาติ มิฉะนั้นแม้จำเลยที่ ๑ ประสบภาวะขาดทุนมีหนี้สินมากล้นพ้นจนกิจการหยุดชะงักงัน จำเลยที่ ๑ ก็ยังต้องรับภาระต้องจ้างพนักงานและลูกจ้างในจำนวนเดิมอยู่นั่นเองไม่สามารถแก้ไขวิกฤติการณ์ของตนประการใดได้ ซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ โจทก์ส่วนใหญ่รับเงินบำเหน็จและค่าชดเชยไปจากจำเลยที่ ๑ แล้ว ย่อมเป็นข้อแสดงว่าแม้บันทึกผลการเจรจาข้อเรียกร้องดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่ก็มีการเลิกจ้างกันได้

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง ศาลแรงงานกลางสั่งว่า "สำเนาให้จำเลยสั่งวันฟ้อง" แต่หลังจากนั้นจนถึงวันที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา ศาลแรงงานกลางมิได้สั่งคำร้องขอแก้ไขฟ้องของโจทก์แต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าศาลแรงงานกลางอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องตามคำร้อง

พิพากษายืน

 

(จุนท์ จันทรวงศ์ - สมบูรณ์ บุญภินนท์ - เพียร สุมิระ )

 

ศาลแรงงานกลาง - นายวิศิษฎ์ วิศาลสวัสดิ์

ศาลอุทธรณ์ -




จำนวนผู้ชม 2998 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์