หลักการสรรหาบุคคล เข้ารับราชการ

หลักการสรรหาบุคคล เข้ารับราชการ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


"เวลานี้การศึกษาเจริญขึ้นมากแล้ว จึงเป็นการสมควรที่จะรับคนเข้าทำราชการแต่เฉพาะผู้ที่มีความรู้ดี ประกอบกับทั้งเวลานี้ตำแหน่งหน้าที่ราชการก็เต็มหมด มีน้อยไม่พอกับจำนวนคนที่อยากเข้ารับราชการ จึงเป็นการจำเป็นที่จะหาวิธีเลือกฟั้นคนเข้ารับราชการโดยทางเป็นกลาง เป็นยุติธรรม และให้โอกาสกับผู้ที่ได้อุตสาหะพยายามเล่าเรียนมีความรู้ดี…"

กระแสพระราชดำรัสข้างต้นของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ ธงชัยที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ได้น้อมนำมาเป็นแนวทางในการดำรงบทบาท "การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ" ตามภาระหน้าที่หลักที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่ครั้งนั้น โดยยึดถือหลักการแห่งความรู้ความสามารถเฉพาะบุคคล ความเป็นกลาง และความยุติธรรม

การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ คือการจัดหากำลังคนที่มีความรู้ความสามารถอันเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับส่วนราชการต่างๆ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. มีบทบาทสำคัญ 2 ประการ คือ

  • ประการแรก สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ และกฎ ระเบียบ เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการต่างๆ นำไปปฏิบัติในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ และรับทุนรัฐบาล โดยวิธีการสอบแข่งขันและการคัดเลือก
  • ประการที่สอง สำนักงาน ก.พ. มีบทบาทในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการให้กับส่วนราชการต่างๆ โดยการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ การจัดสอบเพื่อรับทุนรัฐบาลไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ตามความต้องการของส่วนราชการต่างๆ

นับตั้งแต่ได้รับมอบหมายภารกิจในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ล่วงมาถึงปัจจุบัน สำนักงาน ก.พ. ยังคงทำหน้าที่ในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ โดยยึดถือกระแสพระราชดำรัสในครั้งนั้นเป็นแนวหลักที่ชัดเจนในการดำรงบทบาท แต่ก็ได้มีการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการตามความเหมาะสมแห่งยุคสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหาบุคลากรสำหรับวงการข้าราชการพลเรือน

การสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของสำนักงาน ก.พ. ในการจัดหากำลังคนที่มีความรู้ความสามารถอันเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับส่วนราชการต่างๆ นั้น มีหลักหรือปรัชญาของการสรรหา คือ "การยึดถือระบบคุณธรรม อันได้แก่ความเสมอภาค มาตรฐาน ยุติธรรม โปร่งใส และความสามารถ โดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และถูกหลักวิชาการเพื่อให้ได้ทั้งคนเก่งและคนดี"

หลักความเสมอภาค

คือการที่กลุ่มเป้าหมาย(ผู้ที่มีคุณสมบัติและพื้นความรู้ตามที่กำหนด) ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน หรือได้รับการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนที่เหมาะกัน ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลโอกาสในงานจนถึงขั้นการได้รับเลือกเข้ามาทำงาน

หลักความยุติธรรม

คือไม่มีอคติในการประเมินเพื่อคัดเลือกผู้แข่งขันในทุกขั้นตอนของกระบวนการ มีการปฏิบัติต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงฐานะ ตระกูล ภูมิลำเนา เพศ ศาสนา และสถาบันการศึกษา รวมทั้งการให้โอกาสกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็น ทางการได้ยิน ทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว

หลักความมีมาตรฐาน

ได้แก่ "มีประสิทธิภาพ" คือความรวดเร็วในการดำเนินการ และการตรงต่อเวลาที่นัดหมาย

มีคุณภาพ

คือมีหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติในการดำเนินการ และมีความถูกต้องของผลการดำเนินการ "มีความทั่วถึง ต่อเนื่อง และสะดวกสบาย"

ในการที่กลุ่มเป้าหมายจะได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบ และ "มีความพร้อมในการให้บริการและตอบสนองความต้องการ" ต่อกลุ่มเป้าหมาย

หลักความสามารถ

คือคนดีที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะเข้ามาทำงานได้ เวลาจะรับคนเข้าทำงานก็ยึดหลักว่าหาคนดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงต้องมีการสอบแข่งขัน เวลาบรรจุก็ต้องบรรจุคนที่ได้ที่หนึ่งก่อน เพราะถือว่าเป็นผู้มีความสามารถเหนือกว่าผู้อื่น

ผู้เขียน วิลาศ สิงหวิสัย ประธาน อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการประเมินบุคคลฯ สำนักงาน ก.พ.





จำนวนผู้ชม 9084 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์