ลูกจ้างขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ลูกจ้างยื่นใบลาครึ่งวัน

ลูกจ้างขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ลูกจ้างยื่นใบลาครึ่งวัน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

    

คดีแดงที่  1818/2527

องค์การสะพานปลา โจทก์
นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย

 

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 (3)

 

ลูกจ้างขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ตั้งแต่เวลา 9 น.ถึง 11 น. แต่กลับมาถึงที่ทำงานเวลา 14 น. ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ลูกจ้างยื่นใบลาครึ่งวัน เพราะการขออนุญาตออกนอกสถานที่ได้จะต้องไม่เกิน2 ชั่วโมงครึ่ง ลูกจ้างไม่พอใจจึงเขียนใบลาและเขียนข้อความในเอกสารใส่ซองวางไว้ที่โต๊ะผู้บังคับบัญชาโดยเจตนาให้ผู้บังคับบัญชายอมตกลงกับตนเรื่องไม่ต้องยื่นใบลา ในเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่าลูกจ้างอาจเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาในทำนองทุจริตเกี่ยวกับอาคารพาณิชย์ การกระทำของลูกจ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชาเกิดความกลัวยอมตกลงกระทำในสิ่งที่ผิดระเบียบ มิใช่เป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม เพราะลูกจ้างเจตนาที่จะใช้เหตุดังกล่าวเป็น ข้อต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้กระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างแต่เพียง อย่างเดียว ไม่เป็นการสมควรที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะพึงกระทำ ต่อผู้บังคับบัญชาเช่นนั้น ทั้งการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชากระทำในสิ่งผิดระเบียบข้อบังคับของนายจ้างอาจเป็นเหตุก่อ ให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างได้ การกระทำของลูกจ้างจึงได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับของนายจ้างมีโทษถึงขั้นไล่ออก เป็นการ กระทำที่ฝ่าฝืน ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกรณีร้ายแรงตาม พระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123(3)นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่เป็นธรรม

 

…………………..……………………………………………………………..

 

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ เป็นกรรมการแรงงานสัมพันธ์จำเลยที่ ๑๖ เคยเป็นลูกจ้างโจทก์ ระหว่างเป็นลูกจ้างโจทก์จำเลยที่ ๑๖ ได้ประพฤติตนไม่ต้องด้วยข้อบังคับองค์การสะพานปลา โดยพิมพ์เอกสารถึงผู้บังคับบัญชามีข้อความข่มขู่ดูหมิ่นและกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริต เป็นการต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้ผ่อนผันอนุญาตให้ออกนอกสถานที่ได้โดยไม่ถือเป็นวันลา อันเป็นการผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โจทก์จึงปลดจำเลยที่ ๑๖ ออกจากงาน ต่อมาจำเลยที่ ๑๖ ได้กล่าวหาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ โดยจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ มีคำสั่งว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑๖ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะการกระทำของจำเลยที่ ๑๖เป็นการผิดวินัย ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง การเลิกจ้างไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ และไม่ใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๖ ให้การว่าเอกสารที่จำเลยที่ ๑๖ ทำขึ้นด้วยความโกรธและน้อยใจ ไม่มีเจตนาดูหมิ่น ข่มขู่ และกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาแม้จะมีข้อความว่าจะเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาก็เพื่อจะร้องเรียนถึงความประพฤติในทางไม่สุจริตต่อประธานองค์การสะพานปลา เป็นเอกสารที่ทำขึ้นเพื่อใช้สิทธิตามปกตินิยมโดยสุจริต จำเลยที่ ๑๖ มิได้นำเอกสารดังกล่าวหรือให้ผู้ใดนำไปให้ผู้บังคับบัญชาและไม่ได้บอกกล่าวข้อความในเอกสารดังกล่าวให้ผู้ใดทราบ แม้จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับแต่เป็นความผิดเพียงเล็กน้อยไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่โจทก์จะเลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ ได้ทันที การที่โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑๖ ออกจากงานโดยอ้างเหตุว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเป็นฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๔

ศาลแรงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑๖ ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ตั้งแต่เวลา ๙ น. ถึง ๑๑ น. แต่กลับมาถึงที่ทำงานเวลา ๑๔ น. แล้วผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑๖ สั่งให้จำเลยที่ ๑๖ ยื่นใบลาครึ่งวันเพราะการขออนุญาตออกนอกสถานที่ได้จะต้องไม่เกิน ๒ ชั่วโมงครึ่ง จำเลยที่ ๑๖ ไม่พอใจจึงเขียนใบลาและเขียนข้อความในเอกสารใส่ซองวางไว้ที่โต๊ะผู้บังคับบัญชาโดยเจตนาจะให้ผู้บังคับบัญชายอมตกลงกับตนเรื่องไม่ต้องยื่นใบลา ในเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่าจำเลยที่ ๑๖อาจเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาในทำนองทุจริตเกี่ยวกับอาคารพาณิชย์โดยจะมอบหลักฐานให้ประธานองค์การสะพานปลาสอบสวนเอาผิดแก่ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑๖ การกระทำของลูกจ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่ ให้ผู้บังคับบัญชาเกิดความกลัวยอมตกลงกระทำในสิ่งที่ผิดระเบียบ มิใช่เป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยมเพราะจำเลยที่ ๑๖ เจตนาที่จะใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้อต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้กระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโจทก์เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ ๑๖ แต่เพียงอย่างเดียวไม่เป็นการสมควรที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะพึงกระทำต่อผู้บังคับบัญชาเช่นนั้น ทั้งการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชากระทำในสิ่งผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์อาจเป็นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างได้การกระทำการของจำเลยที่ ๑๖ จึงได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับของโจทก์มีโทษถึงขั้นไล่ออก เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓(๓)โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ ได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่เป็นธรรม

พิพากษายืน

 

(ดุสิต วราโห - ขจร หะวานนท์ - วรา ไวยหงษ์ )

 

ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่

ศาลอุทธรณ์ -




จำนวนผู้ชม 4247 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์