ทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทํางาน กรณีศึกษา : บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด(มหาชน)

ทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทํางาน กรณีศึกษา : บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด(มหาชน) | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทํางาน กรณีศึกษา : บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด(มหาชน)

ตุลาคม 2546

วิภาวี ลืมเนตร


บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทํางาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ พนักงานรายเดือน บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด(มหาชน) จํานวน 398 คน จากจํานวนประชากรที่ใช้ในการวิจัยทั้งหมด 398 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแตกต่างใช้ค่าการทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความ แปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ใช้วิธี Least Significant Difference (LSD) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ใช้สถิติสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน สําหรับการวิเคราะห์ ข้อมูลทางสถิติใช้โปรแกรม SPSS For Windows Version 10

ผลการวิจัยพบว่าพนักงานกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยพนักงาน ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส รองลงมาคือสถานภาพโสด ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่อายุระหว่าง 3238 ปี รองลงมาอายุ 25-31 ปี ระดับการศึกษาส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำากว่าปริญญาตรี รองลงมา คือระดับปริญญาตรี พนักงานส่วนใหญ่มีระยะเวลาการทํางานกับองค์กร 8-14 ปี รองลงมาคือ 17 ปี ตําแหน่งงานในปัจจุบันของพนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานระดับปฎิบัติการ รองลงมาคือ วิศวกร/ สถาปนิก อัตราเงินเดือนของพนักงานส่วนใหญ่ต่ำากว่าหรือเท่ากับ 16,000 บาท รองลงมาคือ 16,001-32,000 บาท

ลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่ต่างกัน ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระดับ การศึกษา ระยะเวลาการทํางานกับองค์กรและตําแหน่งงาน มีผลต่อพฤติกรรมการทํางานที่ แตกต่างกัน ณ ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในส่วนของทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การทํางานของพนักงานไม่แตกต่างกัน ณ ระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในส่วนของ ทัศนคติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทํางานของพนักงาน แบ่งเป็น 6 ด้าน คือ ด้านสถานที่ ทํางาน ด้านเงินเดือนและสวัสดิการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านความสําเร็จของงาน ด้านความกาวหน้าในหน้าที่การงาน และด้านการได้รับการยอมรับนับถือ

1. ทัศนคติด้านสถานที่ทํางานของพนักงานที่มีผลต่อพฤติกรรมการทํางานโดยรวมนั้น อยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.47 และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำา โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ เท่ากับ .172 เมื่อวิเคราะห์รายข้อของทัศนคติด้านสถานที่ทํางานของพนักงานอยู่ในระดับดี ส่วน ทัศนคติด้านสถานที่ทํางานของพนักงานในระดับไม่แน่ใจ คือ พื้นที่ในที่ทํางาน และเครื่องมือ และอุปกรณ์การทํางาน

2. ทัศนคติในด้านเงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานที่มีผลต่อพฤติกรรมการทํางาน โดยรวมอยู่ในระดับไม่แน่ใจ โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.95 และมีความสัมพันธ์ในทิศทาง เดียวกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำา โดยค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.244 เมื่อวิเคราะห์รายข้อของทัศนคติด้านเงินเดือนผละสวัสดิการของพนักงานมนระดับไม่แน่ใจ คือ เงินเดือนที่ได้รับในปัจจุบัน การปรับเงินเดือน ประจําปี การจ่ายโบนัสประจําปีและสวัสดิการที่ได้รับ

3. ทัศนคติด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่มีผลต่อพฤติกรรมการทํางานโดยรวมอยู่ ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.94 และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำ โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ เท่ากับ .235 เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อของทัศนคติด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลระดับดี คือ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา การได้รับความร่วมมือจาก เพื่อนร่วมงาน และการได้รับคําแนะนําและความช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชา

4. ทัศนคติด้านความสําเร็จของงานของพนักงานที่มีผลต่อพฤติกรรมการทํางาน โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.81 และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์ในระดับต่ำ โดยค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เท่ากับ .269 เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อของทัศนคติด้านความสําเร็จของงานระดับดี คือ สามารถทํางานได้ตรงตามกําหนดเวลาที่ตั้งไว้และประสบความสําเร็จกับงานที่ปฎิบัติ

5. ทัศนคติด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของพนักงานที่มีผลต่อพฤติกรรมการ ทํางานโดยรวมอยู่ระดับไม่แน่ใจ โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.86 และมีความสัมพันธ์ในทิศทาง เดียวกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์ระดับต่ำ โดยค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เท่ากับ .251 เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อของทัศนคติด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การ งานระดับไม่แน่ใจ คือ การเปลี่ยนแปลงตําแหน่งในอนาคต งานในตําแหน่งที่ทําอยู่มีโอกาส ก้าวหน้า และบริษัทสนับสนุนในด้านการหาความรู้เพิ่มเติม

6. ทัศนคติด้านการได้รับการยอมรับนับถือของพนักงานที่มีผลต่อพฤติกรรมการ ทํางานโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.58 และมีความสัมพันธ์ในทิศทาง เดียวกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสัมพันธ์ในระดับต่ำ โดยค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เท่ากับ .221 เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อของทัศนคติด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ระดับดี คือ การได้การยอมรับนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาและได้รับการยอมรับนับถือในองค์กร

พฤติกรรมการทํางานโดยรวมของพนักงานมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับ ทัศนคติในการทํางานในด้านสถานที่ทํางาน ด้านเงินเดือนและสวัสดิการ ด้านความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล ด้านความสําเร็จของงาน ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและด้านการได้รับ ความนับถือ ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำ โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .172 .244 .235 .269 .251 และ .221 ตามลําดับ

 

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)





จำนวนผู้ชม 6118 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์