ไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง

ไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



คดีแดงที่  1830/2544

พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) โจทก์
บริษัทเขาใหญ่เนเชอรัลปาร์ค จำกัด กับพวก จำเลย

 

ป.อ. มาตรา 2, 3
ป.วิ.อ. มาตรา 15, 176, 195
ป.วิ.พ. มาตรา 249
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 3, 5, 118, 144
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 2, 8
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, 46

 

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังตามที่โจทก์บรรยาย มาในคำฟ้อง จำเลยจะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากที่ปรากฏในคำฟ้องซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพแล้วไม่ได้ ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาก็เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่การกระทำความผิดเกิดขึ้นก่อน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีผลใช้บังคับจึงต้องปรับบทให้ถูกต้องตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับในขณะกระทำความผิด

 

…………………..……………………………………………………………..

 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน ๕๕ คน ได้ร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖ ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด โดยจำเลยทั้งสามไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน ๕๕ คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๒๐๕,๓๕๘ บาท ให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๒, ๘ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒, ๔๖ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓, ๕, ๑๑๘, ๑๔๔

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ข้อ ๒, ๘ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฉบับลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒, ๔๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๖ เดือน จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๓ เดือน ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓, ๕, ๑๑๘, ๑๔๔ มาด้วยนั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสาม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้ ให้ยกเสีย หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓, ๕, ๑๑๘ วรรคหนึ่ง, ๑๔๔ วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๓ ลาออกจากกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ ๑ แล้ว จึงมิได้เป็นนายจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และจำเลยที่ ๓ ไม่มีเจตนากระทำผิดนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๓ เป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน ๕๕ คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างดังกล่าวรวมเป็นเงิน ๑,๒๐๕,๓๕๘ บาท จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้อง จำเลยที่ ๓ จะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากที่ปรากฏในคำฟ้องซึ่งจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพแล้วไม่ได้ ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๓ กล่าวอ้างในฎีกาก็เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๓ อีกด้วย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ ๓ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง การกระทำความผิดคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ ก่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มีผลใช้บังคับ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาปรับบทลงโทษตามบทกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถูกต้อง จึงต้องปรับบทให้ถูกต้องตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับในขณะกระทำความผิด

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๒ และข้อ ๘ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒ และข้อ ๔๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง โดยปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓.

 

(มงคล คุปต์กาญจนากุล - ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย )

 

ศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) - นายสุเจตน์ ส่งสัมพันธ์สกุล

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา




จำนวนผู้ชม 2527 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์