ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344 เรื่อง ฉ้อโกงแรงงาน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344 เรื่อง ฉ้อโกงแรงงาน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



บริษัทมีเจตนาเพียงจะเรียกเก็บเงินประกันการ ทำงานจากประชาชนผู้มาสมัครงาน โดยมีเจตนาแสวงหา ผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตัว กรรมการของบริษัทเอง หรือเพื่อบริษัทอันเป็นการกระทำ โดยทุจริตโดยประกาศหลอกลวงให้ประชาชนมาสมัครงาน ด้วยแสดงข้อความเท็จว่าให้สมัครเข้ามาทำงาน แต่บริษัท หามีงานให้ทำไม่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะ กรรมการบริหารงานของบริษัทย่อมจะต้องทราบดีอยู่ แล้วว่าบริษัทไม่มีงานให้ทำ แต่ก็ยังร่วมดำเนินการ รับสมัครบุคคลเข้าทำงานตลอดมาเป็นการปกปิดข้อความ จริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนและในการรับสมัคร บุคคลเข้าทำงานดังกล่าวเป็นเหตุทำให้บริษัทกับกรรมการ ของบริษัทได้ไปซึ่งเงินประกันการทำงานจากผู้สมัคร การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก การที่บริษัทได้รับผู้เสียหายเข้าทำงานแล้วได้ให้ ผู้เสียหายซื้อหุ้นคนละ 30 หุ้น เป็นเงิน 3,000 บาท มี ลักษณะเป็นการรับเข้าร่วมลงทุนและได้มีการจ่าย ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้เสียหายโดยให้เงินปันผลหรือเงิน ค่าครองชีพเดือนละ135 บาท จึงเข้าลักษณะการกู้ยืมเงิน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 เมื่อบริษัทจัดให้มีผู้รับเงิน ในการรับสมัครงานที่มิชอบ หรือจ่ายหรือตกลงหรือจะ จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้เสียหายซึ่งถือว่าเป็น ผู้ให้กู้ยืมเงินตามพระราชกำหนดดังกล่าว และในการกู้เงิน ดังกล่าวได้มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนเดือนละ 135 บาทหรือคิดเป็นอัตราถึงร้อยละ 54 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตรา ดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตาม กฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะ พึงจ่ายได้จึงเข้ากรณีเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ร่วมรับเงินที่ ผู้เสียหายได้นำมาเข้าร่วมลงทุนเพื่อให้ผลประโยชน์ ตอบแทนดังกล่าว จึงมีความผิดตามพระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 5 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344 ผู้ หลอกลวงต้องประสงค์ต่อผลคือการทำงานของผู้ถูก หลอกลวงให้ประกอบการงานให้แก่ตนหรือบุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงาน หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานต่ำกว่า ที่ตกลงกัน การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ได้ กระทำในนามของบริษัท โดยอ้างว่ามีงานให้ทำก็ดี การรับผู้เสียหายเข้าทำงานก็ดี การคืนเงินประกันการ ทำงานเมื่อครบกำหนด 6 เดือน แล้วก็ดี ล้วนเป็นอุบาย ทุจริตคิดตั้งเรื่องขึ้นเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อ และมอบเงินให้แสดงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลอกลวง ผู้เสียหายให้ส่งมอบเงินแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เท่านั้น มิได้มีเจตนาหลอกลวงเพื่อมิให้มาทำงาน เพราะความจริง แล้วไม่มีงานให้ทำ ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จัดให้มีการ ทำงานในช่วงแรก ๆ และจ่ายเงินเดือนให้ก็เป็นวิธีการ ในการหลอกลวงอย่างหนึ่ง ซึ่งต่อมาภายหลังก็ไม่มีงานให้ ทำและไม่จ่ายเงินเดือนให้ กรณีจึงมิให้เป็นการกระทำ เพื่อประสงค์ต่อผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344 ไม่มีความผิดตามมาตรานี้ ศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษโดยรวมโทษทุกกระทง แล้วปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ทั้งที่ ความผิดกระทงที่หนักที่สุดคือความผิดตามพระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงถึง 20 ปี นั้นไม่ถูกต้องที่ถูกต้องปรับบทตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) รวมจำคุกคนละ 50 ปี แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้ลงโทษให้ถูกต้องศาลฎีกา จึงไม่อาจแก้ไขได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติม โทษจำเลยทั้งห้า คงแก้ไขให้ถูกต้องได้เฉพาะปรับบท ให้ถูกต้องเท่านั้น

 

 

คำพิพากษาฎีกาที่ : 4279/2539




จำนวนผู้ชม 5527 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์