สื่อสารอย่างไร...พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

สื่อสารอย่างไร...พลิกวิกฤติเป็นโอกาส | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM




ใครจะช่วยให้บริหารการเปลี่ยนแปลงได้ผลมากกว่ากันระหว่าง ทหารเกณฑ์ กับ ทหารอาสา
คมคิด : เพราะเขามีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน เมื่อเขาจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น

“เพื่อยอดขายเราจะไม่ตก” สมศรีแถลงนโยบาย “เดือนนี้ทั้งเดือน ห้ามลาเด็ดขาด”

“อะไรกัน ปีก่อนก็ทีนึงแล้ว” สมทรงลุกขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ไหนว่า หากจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายอะไรจะบอกล่วงหน้าก่อน”

“ที่สมทรงพูดก็มีเหตุผล” วรรณฤดีกล่าวเห็นด้วยและเริ่มเปิดโอกาสสื่อสารสองทางด้วยคำถาม “หรือใครมีข้อเสนออะไรบ้างเพื่อแก้ไขเรื่องยอดขาย” เมื่อทุกคนได้เสนอและมีการรับฟังก็พบทางออกร่วมกัน

จิตวิทยาเชิงบวกมองว่าวิกฤตเป็นภาวะที่องค์กรไม่สามารถใช้วิธีเดิมรับมือกับสถานการณ์ที่มากระทบได้อย่างเหมาะสมทำให้ส่งผลเสียต่อองค์กร แต่หากองค์กรปรับตัวได้ดีหรือบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ดี วิกฤตนั้นก็จะกลายเป็นโอกาส

John P. Kotter ได้เสนอมุมมองเกี่ยวกับการบริหารการเปลี่ยนแปลงไว้ใน Harvard Business School ว่ามีคนอยู่ 3 ประเภทที่ไม่เหมาะที่จะอยู่ในทีมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กร ได้แก่ คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง บ่างช่างยุ และคนที่ไม่มีความสมัครใจ เพราะจะบั่นทอนประสิทธิภาพการสื่อสารซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดในการบริหารการเปลี่ยนแปลง แล้ววันนี้ท่านสื่อสารมีประสิทธิภาพเพียงใด

เมื่อต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับวิกฤต ท่านทำอย่างไร

กรุณากาเครื่องหมาย ?หน้าข้อความที่เห็นว่าตรงกับลูกค้าของท่าน

?ฉันอธิบายถึงความจำเป็นและเป้าประสงค์ใหญ่ที่เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นภาพ

?ฉันเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะและช่วยผู้อื่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง

?ฉันสื่อสารอย่างห่วงใยถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหรือจากการเปลี่ยนแปลง

ข้อเสนอแนะ : หากท่านไม่ได้กาเครื่องหมาย ?ในข้อหนึ่งข้อใด อาจใช้ “ทักษะสื่อสารพลิกวิกฤต” ช่วยได้

ทักษะสื่อสารพลิกวิกฤต (Coping Crisis Communication) ช่วยท่านได้

(ทักษะเสริมได้แก่ ทักษะสื่อสารอย่างเข้าใจ, ทักษะสนองตอบด้วยจริงใจ ดูได้ใน http://www.oknation.net/blog/youthana)

ทักษะนี้เป็นการสื่อสารเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือวิกฤต โดยคำนึงถึงกลไกการปรับตัวของบุคคลดังโมเดลฯ ประกอบด้วย 3 ประการดังนี้

1. ถูกประเด็น โดยสื่อสารเรื่องหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับวิกฤต ได้แก่ ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนแปลง, มีเป้าหมายอะไร (รูปธรรม วัดได้), ทำอย่างไร, แล้วประโยชน์ที่จะได้รับคืออะไร เป็นต้น

2. ถูกคน ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) และคนสำคัญๆ ต่อการขับเคลื่อนองค์กร โดยสื่อสารบนพื้นฐานเข้าใจกลไกปรับตัวของบุคคลว่ามี 4 ระยะดังโมเดลฯ ซึ่งต้องใช้เวลาและความอุตสาหะพากเพียร เรียกว่าสื่อสารย้ำอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

3. ถูกวิธี หมายถึงสื่อสารสองทางและหลากหลายช่องทาง เช่น ผ่านการประชุม ผ่านหนังสือเวียน ผ่านอีเมล์ ผ่านโปสเตอร์ เป็นต้น และไม่ลืมรายงานความก้าวหน้าด้วยเพื่อช่วยให้บุคลากรปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงจากระยะ 1 ตื่นตระหนก มาสู่ ระยะ 4 ยอมรับ ดังโมเดลฯ

“เมื่อท่านต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างในทีมหรือองค์กร ท่านจะบอกเขาอย่างไร ?”

 

ดร.น.พ. ยุทธนา ภาระนันท์. E-mail : [email protected]





จำนวนผู้ชม 8464 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์